เพื่อนๆ ใครที่โตมาแบบบ้านๆ 90’s ยกมือขึ้นหน่อย 🙋♂️🙋♀️
เห็นชื่อ “โอวัลติน” ปุ๊บ นึกถึงอะไร? นึกถึงแก้วโกโก้ร้อนๆ ที่แม่ชงให้ก่อนนอนปั๊บเลยใช่มั้ยล่ะ คือกลิ่นหอมฟุ้ง มอลต์เข้มๆ หวานกำลังดี ดื่มแล้วง่วงเลยอะ ความทรงจำวัยเด็กมันพุ่งมาเต็มๆ จริงๆ นะ
วันนี้เจอ Ovaltine โกโก้มอลต์ สูตรคลาสสิกตัวจริง ตอนนี้เขามาในถุงใหญ่จุใจ 400 กรัม ไม่ใช่ซองจิ๋วๆ แบบสมัยก่อนแล้วนะ ตัวนี้ชงได้เยอะมากแถมรสชาติยังเข้มข้นเหมือนเดิมเลย หอมมอลต์ หอมโกโก้ ดื่มแล้วฟินจนตัวบิด
และที่เด็ดกว่านั้นคือเขามีให้เลือกแบบคุ้มสุดๆ ไปเลย
ถุงเดียว 400 g → สำหรับคนที่อยากลองก่อน หรือกินชิลๆ คนเดียว
แพ็ค 2 ถุง (รวม 800 g) → เริ่มคุ้มแล้วนะ ราคาต่อถุงถูกกว่า
แพ็ค 3 ถุง (รวม 1.2 กิโล) → อันนี้คือสุด ประหยัดสุด กินยาวๆ ไปเลย 2-3 เดือนสบายๆ
คือบ้านไหนที่มีเด็ก หรือคนที่ชอบดื่มนมมอลต์ทุกวันเนี่ย แพ็ค 3 ถุงนี่ตอบโจทย์มาก เพราะเปิดถุงทีใช้ได้นาน ไม่ต้องคอยซื้อบ่อย แถมราคาต่อกรัมถูกกว่าซื้อทีละถุงแบบชัดเจนเลย
ชงง่ายมาก ชงร้อนก็หอมฟุ้ง ชงเย็นก็อร่อยสดชื่น ใส่นมสดเพิ่มนิดนึงคือจบ ฟินระดับโรงแรม
ใครกำลังมองหาโอวัลตินแบบถุงใหญ่ คุ้มๆ อยู่เนี่ย จบเลยที่ตัวนี้ ไม่มีผิดหวังแน่นอน
เพื่อนๆ… ถ้าอยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง แค่แก้วเดียวก็พาไปถึงวันนั้นได้แล้ว
ไปจัดมาเลย อย่ามัวรอ เดี๋ยวหมดก่อนไม่รู้ด้วยน้าา 🥛🤎
“Ovaltine โกโก้มอลต์ 400 กรัม” มีทั้งแบบถุงเดียว แพ็คคู่ แพ็ค triple คุ้มสุดคือแพ็ค 3 ไปเลยจ้าาา รักนะ 💕
โอวัลตินโกโก้มอลต์ 400 กรัม ทั้งเดี่ยว 2 แพ็ค 3 แพ็ค คุ้มสุดสำหรับสายช็อกโก้
นิยาย รสสุดท้ายของถุงที่สี่
ในคืนที่ฝนเทลงมาเหมือนฟ้าจะถล่ม ไฟในร้านกาแฟเล็กๆ ชื่อ “หลังฝน” ยังสว่างอยู่นานหลังเที่ยงคืน เพราะเจ้าของร้านคนเดียวที่เหลืออยู่คือ “มิว” หญิงสาววัยสามสิบต้นๆ ที่ยังไม่ยอมปิดร้าน แม้ว่าลูกค้าคนสุดท้ายจะเดินออกไปตั้งแต่สี่ทุ่ม เธอนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ มองถุงโอวัลติน โกโก้มอลต์ สีน้ำตาลเข้มสี่ถุงที่เพิ่งแกะออกมาวางเรียงกันบนโต๊ะ ถุงละ 400 กรัม ซื้อมาสามแพ็ค รวมสิบสองถุง แต่เธอแกะออกมาแค่สี่ถุง เพราะคืนนี้เธอตั้งใจจะทำอะไรบางอย่างที่ไม่เคยบอกใคร
มิวเปิดถุงแรก เทผงโกโก้มอลต์ลงในโถสแตนเลสขนาดใหญ่ กลิ่นหอมคุ้นเคยลอยฟุ้งเหมือนพากลับไปสมัยเด็กที่แม่ชงโอวัลตินร้อนให้ดื่มก่อนนอนทุกคืน เธอยิ้มเล็กน้อย แต่ยิ้มนั้นไม่ถึงตา เพราะคืนนี้ไม่ใช่คืนที่เธอคิดถึงแม่ คืนนี้เธอคิดถึง “เขา” ผู้ชายที่เคยบอกว่า “ถ้าแกอยากให้ร้านนี้อยู่ต่อได้ แกต้องมีเมนูที่ไม่มีใครลืมได้” แล้วเขาก็หายไปพร้อมเงินเก็บทั้งหมดของร้านเมื่อสามเดือนก่อน
เธอตวงผงโกโก้มอลต์ถุงที่สอง ถุงที่สาม ถุงที่สี่ ใส่ลงไปในโถเดียวกัน รวมแล้วเกือบหนึ่งกิโลครึ่ง เธอคนให้เข้ากับน้ำร้อน นมข้น น้ำตาลทรายแดง แล้วตีฟองด้วยเครื่องตีจนเนียน จากนั้นจึงค่อยๆ เทลงในขวดแก้วใบใหญ่ที่เคยเป็นขวดน้ำปลาเก่า เธอติดป้ายที่เขียนด้วยลายมือว่า “โกโก้เข้มสุดท้าย” แล้ววางไว้ข้างตู้แช่
เช้าวันต่อมา ร้านหลังฝนเปิดตามปกติ ลูกค้าประจำเดินเข้ามาแล้วถามว่า “วันนี้มีอะไรพิเศษ” มิวตอบแค่คำว่า “มี” แล้วยกขวดโกโก้เข้มสุดท้ายขึ้นมาชงให้ทุกคน ลูกค้าคนแรกที่ได้ดื่มคือ “พี่เอก” ตำรวจหนุ่มประจำโรงพักใกล้ๆ เขาดื่มไปหนึ่งอึก แล้วตาโต “นี่มันโกโก้ที่อร่อยที่สุดที่เคยดื่มมาเลยว่ะ” เขาพูดดังจนคนอื่นหันมามอง วันนั้นร้านเต็มตั้งแต่สิบโมงเช้า ขวดโกโก้เข้มสุดท้ายหมดในสามชั่วโมง มิวยิ้มกว้างเป็นครั้งแรกในรอบสามเดือน
สัปดาห์ต่อมา ร้านหลังฝนกลายเป็นร้านโกโก้ที่คนพูดถึงมากที่สุดในเมือง มีคนขับรถมาจากต่างจังหวัดเพื่อมาดื่ม “โกโก้เข้มสุดท้าย” ที่ตอนนี้กลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ มิวเพิ่มราคาแก้วละ 120 บาท แต่คนก็ยังต่อคิวยาว เธอซื้อโอวัลติน โกโก้มอลต์ ถุง 400 กรัม มาเป็นลังๆ ไม่พอใช้ด้วยซ้ำ เธอเริ่มมีเงินเก็บใหม่ เริ่มคิดว่าจะขยายร้าน จ้างเด็กมาช่วย แล้ววันหนึ่ง พี่เอกก็เดินเข้ามาในเครื่องแบบ พร้อมกระดาษแผ่นหนึ่ง
“มิว รู้มั้ยว่าโกโก้แกมันแปลกยังไง” เขาพูดเสียงเบา “เราส่งตัวอย่างไปตรวจที่แล็บมา ผลออกมาเมื่อวาน” มิวยืนนิ่ง “ในโกโก้เข้มสุดท้ายของแก มีสารเสพติดชนิดหนึ่งปนอยู่ ในปริมาณที่พอทำให้คนติดโดยไม่รู้ตัว” ห้องเงียบกริบ มิวนิ่งเหมือนถูกแช่แข็ง “ฉันไม่…” เธอพูดได้แค่นั้น พี่เอกยกมือขึ้น “ฉันไม่ได้มาจับแก ฉันมาเตือน เพราะคนที่ใส่ของพวกนี้ลงไปในถุงโอวัลตินของแก ไม่ใช่แก”
พี่เอกเล่าต่อว่า ตำรวจสืบพบว่ามีแก๊งค้ายารายใหญ่แฝงตัวมาในเมืองนี้หลายเดือนแล้ว พวกมันใช้วิธีใส่สารเสพติดในปริมาณน้อยมากๆ ลงในสินค้าอุปโภคบริโภคที่คนนิยม แล้วปล่อยให้คนติดโดยไม่รู้ตัว เป้าหมายล่าสุดคือโอวัลติน โกโก้มอลต์ ถุง 400 กรัม ที่ขายดีที่สุดในเมืองนี้ และร้านหลังฝนคือร้านที่ขายเยอะที่สุดพอดี ถุงที่มิวแกะออกมาสี่ถุงในคืนนั้น เป็นถุงที่ถูกวางยาไว้โดยเฉพาะ แต่ด้วยความบังเอิญสุดๆ ที่มิวเทผงจากสี่ถุงรวมกันในคืนนั้น ทำให้ปริมาณสารเสพติดเจือจางลงอย่างมาก จนกลายเป็นแค่ “ทำให้ติดใจ” ไม่ถึงขั้นทำลายชีวิต
มิวทรุดลงนั่งกับพื้น เธอร้องไห้ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะเข้าใจทุกอย่างแล้ว ผู้ชายที่หายไปพร้อมเงินเก็บของเธอเมื่อสามเดือนก่อน ไม่ได้ทิ้งเธอ เขาถูกแก๊งนี้บังคับให้เอาเงินไป แล้วสั่งให้เขาหนีไปเพื่อล่อให้มิวใช้โอวัลตินถุงที่มีปัญหาให้หมดโดยเร็ว เขารู้ว่าถ้ามิวรู้ความจริง เธอจะทิ้งถุงพวกนั้นทันที เขาจึงยอมหายตัวไปเพื่อให้เธอ “บังเอิญ” ผสมถุงทั้งสี่เข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่ทำให้สารเจือจางพอที่จะไม่ฆ่าใคร
พี่เอกบอกว่า ตำรวจกำลังตามจับแก๊งนี้อยู่ และขอให้มิวช่วยเป็นพยาน มิวพยักหน้าโดยไม่ลังเล เธอบอกร้านวันนั้น แล้วเดินไปหยิบถุงโอวัลตินที่เหลืออยู่ในสต็อกทั้งหมดมาวางไว้หน้าตำรวจ “เอาไปตรวจทั้งหมดเลย ฉันไม่เอาไว้แล้ว” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่
สามเดือนต่อมา แก๊งค้ายาถูกกวาดล้างจนหมด ร้านหลังฝนยังคงเปิดอยู่ แต่เมนูโกโก้เข้มสุดท้ายหายไปจากบอร์ด เปลี่ยนเป็นเมนูใหม่ชื่อ “โกโก้เพื่อเขา” ที่ใช้อโอวัลติน โกโก้มอลต์ ถุง 400 กรัม แบบปกติ ไม่ผสมอะไรเพิ่ม ลูกค้าบางคนบ่นว่ารสชาติไม่เข้มเหมือนเดิม แต่มิวก็ยิ้มตอบแค่ว่า “เข้มแบบเดิมมันอันตรายเกินไป”
แล้ววันหนึ่ง ฝนตกหนักอีกครั้งเหมือนคืนนั้น มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน สวมเสื้อกันฝนสีดำ หมวกกดต่ำ เขานั่งลงที่เคาน์เตอร์ แล้วพูดเบาๆ ว่า “โกโก้ร้อนหนึ่งแก้ว ไม่ใส่น้ำตาล” มิวนิ่งไปครู่หนึ่ง เพราะเสียงนั้นคุ้นเกินไป เธอหันไปมองหน้าเขาเต็มๆ เขายิ้มให้เล็กน้อย แผลเป็นที่คิ้วซ้ายยังอยู่เหมือนเดิม
“แกกลับมาได้ไง” มิวถามเสียงสั่น เขาตอบว่า “ฉันไม่ได้หนีไปไหน ฉันแค่ซ่อนตัวเพื่อให้แก๊งนั้นคิดว่าฉันตายแล้ว ตำรวจให้โอกาสฉันเป็นสายลับ” เขาหยิบถุงโอวัลติน โกโก้มอลต์ ถุง 400 กรัม ใบหนึ่งออกจากกระเป๋า วางลงตรงหน้าเธอ “ถุงใบนี้ ฉันซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อเมื่อวาน ไม่มีอะไรผสมแล้ว ฉันตรวจมาแล้ว”
มิวรับถุงนั้นมาถือไว้แน่น เธอไม่พูดอะไรสักคำ แค่เดินไปชงโกโก้ร้อนให้เขา แล้ววางแก้วลงตรงหน้าเขาเหมือนวันที่เขาเคยสอนเธอชงครั้งแรก เขาดื่มไปหนึ่งอึก แล้วพูดว่า “ยังอร่อยเหมือนเดิมเลยว่ะ”
ตอนที่เขาดื่มโกโก้หมดแก้ว แล้วล้มลงกับเคาน์เตอร์ทันที มิวกวาดแก้วที่เขาดื่มตกพื้นแตกกระจาย เธอร้องเรียกชื่อเขา แต่เขานอนนิ่งไม่ขยับ พี่เอกที่แอบนั่งอยู่มุมร้านรีบวิ่งเข้ามา ตรวจชีพจร แล้วหันมามองมิวด้วยสีหน้าเศร้าที่สุดเท่าที่เคยมี
“เขาไม่ได้เป็นสายลับมิว เขาคือหัวหน้าแก๊งนั้นจริงๆ ตำรวจแกล้งปล่อยข่าวว่าเขาเป็นสาย เพื่อล่อให้เขากลับมาเอง เขากลับมาเพราะอยากชิมโกโก้ที่แกเคยชงให้เขาอีกครั้ง เขารู้ว่าแกจะไม่ใส่ยาพิษลงไป เพราะแกไม่เคยรู้เรื่องนี้เลยสักนิด เขาเลยดื่มจนหมดแก้ว โดยไม่รู้ว่าในถุงที่เขาเอามาให้แกเมื่อกี้ มีสารพิษที่เขาเคยสั่งให้ลูกน้องผสมไว้เมื่อสามเดือนก่อน แต่คราวนี้ กลับมาอยู่ในมือเขาเองโดยบังเอิญ”
มิวทรุดลงนั่งข้างศพเขา น้ำตาไหลไม่หยุด เธอกอดถุงโอวัลติน โกโก้มอลต์ ถุงสุดท้ายที่เขาซื้อให้ไว้แน่น แล้วพูดเบาๆ ว่า
“รสสุดท้ายของถุงที่สี่ มันขมจริงๆ นะ”
ฝนยังตกอยู่นาน ร้านหลังฝนปิดไฟตั้งแต่คืนนั้นเป็นต้นมา แต่คนผ่านไปมายังเห็นป้ายเมนูเก่าที่เขียนว่า “โกโก้เพื่อเขา – เข้มข้น ละลายง่าย อร่อยจนลืมไม่ลง” แขวนอยู่ที่หน้าร้านตลอดมา ราวกับว่า รสชาติของความรัก ความแค้น และความบังเอิญ จะยังลอยอยู่ในอากาศของร้านนั้นตลอดไป



