iPad ตัวท็อป Pro / Air / Gen 10 / Mini สำหรับ คนทำงาน นักเรียน สายพกพา เลือกรุ่นไหนไม่ร้องไห้

iPad ตัวท็อป Pro / Air / Gen 10 / Mini สำหรับ คนทำงาน

ถ้าพูดถึงแท็บเล็ตที่ครองใจคนทั่วโลก คงหนีไม่พ้น iPad จาก Apple ที่แต่ละรุ่นก็มีเอกลักษณ์และความสามารถแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นรุ่นโปรที่แรงสุดขั้ว รุ่นแอร์ที่บาลานซ์ทั้งพลังและความบางเบา รุ่นมาตรฐานที่สีสันสดใส หรือรุ่นมินิที่เล็กแต่ทรงพลัง วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับไลน์อัพ iPad ที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์การใช้งานกัน

iPad Pro 11-inch (5th Gen)
รุ่นนี้คือที่สุดของความแรงและความบาง มาพร้อมชิป M4 ที่เร็วสุด ๆ จอ Ultra Retina XDR สีสวยคมชัดระดับโปร เหมาะกับสายทำงานจริงจัง ตัดต่อวิดีโอ เล่นเกมกราฟิกหนัก ๆ หรือใครที่อยากได้เครื่องที่ตอบสนองไวทุกการใช้งาน

iPad Air 13-inch (M2)
ถัดมาเป็นรุ่นที่บาลานซ์ทั้งพลังและความคล่องตัว ใช้ชิป M2 ที่แรงพอตัว จอใหญ่ Liquid Retina 13 นิ้ว เหมาะกับคนที่ทำงาน เรียน หรือสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้ทุกที่ รองรับ Wi-Fi 6E และ 5G จะอยู่ที่ไหนก็เชื่อมต่อได้เร็วทันใจ

iPad 10 (2022) 10.9-inch
รุ่นนี้คือสีสันสดใส ดีไซน์ใหม่ที่โดนใจวัยรุ่นสุด ๆ มาพร้อมชิป A14 Bionic ที่แรงพอสำหรับงานเรียน งานเล่น และงานสร้างสรรค์ ใช้กับ Apple Pencil รุ่นที่ 1 ได้ด้วย เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ iPad ที่ครบเครื่องในราคาที่จับต้องได้

iPad Mini 6 (2021) 8.3-inch
เล็กแต่ทรงพลัง! จอ Liquid Retina 8.3 นิ้ว พกง่าย ใส่กระเป๋าได้สบาย แต่ข้างในแรงด้วยชิป A15 Bionic กล้องหน้า-หลัง 12MP พร้อมฟีเจอร์ “จัดให้อยู่ตรงกลาง” สำหรับวิดีโอคอล แถมรองรับ Apple Pencil รุ่นที่ 2 ที่ติดแม่เหล็กและชาร์จไร้สายได้ด้วย

iPad แต่ละรุ่นก็มีเสน่ห์และจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าคุณจะเป็นสายทำงาน สายเรียน สายเล่นเกม หรือสายครีเอเตอร์ Apple มีตัวเลือกให้ครบทุกความต้องการ ตั้งแต่ Pro ที่แรงสุด, Air ที่บาลานซ์สุด, iPad 10 ที่สดใสสุด, ไปจนถึง Mini ที่พกง่ายสุด ใครกำลังมองหาแท็บเล็ตคู่ใจ ลองเลือกดูว่ารุ่นไหนตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณที่สุด แล้วคุณจะได้เครื่องที่ใช่สำหรับทุกวันของคุณครับ ✨


iPad สีสวยทุกไซซ์ คุ้มจริงตัวไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ


🙂 iPad Pro 11' Apple Chip M5 Wi-Fi
th 11134207 81zth mg50eqnwe2ha62

iPad Pro 11′ Apple Chip M5 Wi-Fi

iPad Pro รุ่นใหม่ล่าสุดนี้คือแท็บเล็ตที่ Apple ยกระดับความบางและความแรงไปอีกขั้น ด้วยดีไซน์ที่บางเฉียบจนแทบไม่น่าเชื่อ แต่ภายในอัดแน่นไปด้วยพลังระดับโปร เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเครื่องที่ทั้งทำงานหนัก สร้างสรรค์งานศิลป์ หรือบันเทิงเต็มรูปแบบ รุ่นนี้เป็นเวอร์ชัน Wi-Fi ความจุ 256GB ใช้กระจกมาตรฐาน สีเงินสวยเรียบหรู มาพร้อมชิป M4 ที่เร็วแรงสุดๆ จอ OLED สองชั้น และฟีเจอร์ที่ทำให้การใช้งานลื่นไหลไม่มีสะดุด

รุ่นนี้คือ iPad Pro ขนาด 11 นิ้ว รุ่นที่ 5 ที่ออกแบบมาให้บางที่สุดเท่าที่ Apple เคยทำมา ความหนาเพียง 5.3 มม. และน้ำหนักแค่ 444 กรัม พกพาง่ายเหมือนถือสมุดเล่มบาง แต่ให้ประสบการณ์ใช้งานระดับโปรเฟสชันแนล ตัวเครื่องสีเงิน กระจกหน้าจอแบบมาตรฐาน (ไม่ใช่ nano-texture)

ความจุเก็บข้อมูล 256GB เชื่อมต่อแบบ Wi-Fi เท่านั้น ไม่รองรับซิมการ์ด ใช้ชิป Apple M4 ที่พัฒนาขึ้นใหม่ จอภาพ Ultra Retina XDR ที่ใช้เทคโนโลยี OLED สองชั้นครั้งแรกใน iPad ทำให้ภาพสวยคมชัดสุดๆ กล้องหน้าแนวนอน 12MP Ultra Wide พร้อม Face ID กล้องหลัง 12MP รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K ProRes

ระบบเสียงลำโพง 4 ตัว พอร์ต Thunderbolt/USB 4 แบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 10 ชั่วโมงเมื่อเชื่อม Wi-Fi มาพร้อม iPadOS 17 (อัพเดตได้ใหม่กว่า) และในกล่องมีสายชาร์จ USB-C ยาว 1 เมตร หัวชาร์จ 20W พร้อมผ้าเช็ดหน้าจอ

ความพิเศษและสเปกของ iPad Pro 11′ Apple Chip M5 Wi-Fi

👉 จอภาพ Ultra Retina XDR ขนาด 11 นิ้ว
จอใช้เทคโนโลยี OLED สองชั้น (tandem OLED) ที่ซ้อนแผง OLED สองแผงเข้าด้วยกัน ทำให้ควบคุมแสงได้แม่นยำสูง ความสว่างสูงสุดถึงระดับ XDR สีดำสนิทจริงๆ และสีสันสดใสถูกต้องตามมาตรฐานโปรเฟสชันแนล ความละเอียดสูง รองรับ ProMotion 120Hz ทำให้การเลื่อนหน้าจอหรือดูคอนเทนต์ลื่นไหลไม่มีสะดุด เหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำของสี เช่น ตัดต่อวิดีโอ แต่งภาพ หรือดูหนัง HDR ขนาด 11 นิ้วกำลังดี ไม่ใหญ่เกะกะแต่ให้พื้นที่ใช้งานกว้างขวาง

👉 ชิป Apple M4 และประสิทธิภาพ
หัวใจหลักคือชิป M4 ที่ผลิตด้วยสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตร รุ่นใหม่ล่าสุด มี CPU สูงสุด 10 คอร์ GPU 10 คอร์ และ Neural Engine สำหรับ AI ที่เร็วแรงกว่าเดิมหลายเท่า รองรับการประมวลผลกราฟิกหนักๆ และงาน AI เช่น การตัดต่อวิดีโอ 4K หลายเลเยอร์ เรนเดอร์ 3D หรือรันแอปโปรเฟสชันแนลได้ลื่นไหล หน่วยความจำแบบ unified ทำให้สลับแอปหลายตัวพร้อมกันได้ไม่มีดีเลย์ ความร้อนต่ำเพราะออกแบบมาให้ระบายความร้อนดีแม้ตัวเครื่องบาง

👉 กล้อง การเชื่อมต่อ และระบบความปลอดภัย
กล้องหน้าแนวนอน 12MP Ultra Wide รองรับ Center Stage ที่ติดตามใบหน้าอัตโนมัติตอนวิดีโอคอล กล้องหลัง 12MP Wide พร้อม LiDAR Scanner สำหรับ AR และสแกนเอกสาร 3D ถ่ายวิดีโอ 4K ProRes ได้ เชื่อมต่อ Wi-Fi 6E เร็วแรง พอร์ต Thunderbolt/USB 4 รองรับการต่อจอภายนอก 6K หรืออุปกรณ์ความเร็วสูง ปลดล็อกด้วย Face ID ที่เร็วและปลอดภัย ระบบเสียงลำโพง 4 ตัวให้เสียงรอบทิศทางชัดเจน

👉 แบตเตอรี่และดีไซน์ตัวเครื่อง
แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุด 10 ชั่วโมงเมื่อท่องเว็บหรือดูวิดีโอผ่าน Wi-Fi ตัวเครื่องบาง 5.3 มม. ขนาดกว้าง 17.75 ซม. สูง 24.97 ซม. น้ำหนัก 444 กรัม วัสดุอะลูมิเนียมรีไซเคิลแข็งแรงทนทาน ระบายความร้อนดีแม้ใช้งานหนัก

จุดเด่นของ iPad Pro 11′ Apple Chip M5 Wi-Fi

✔ ดีไซน์บางเบาที่พกพาสะดวกสุดๆ
ความบางและเบานี้เปลี่ยนวิธีการพกพาแท็บเล็ตไปเลย สามารถหยิบใส่กระเป๋าใบเล็กหรือถือมือเดียวได้สบายตลอดวัน ไม่หนักข้อมือแม้ใช้งานนานๆ ทำให้เหมาะกับคนที่ต้องเดินทางบ่อยหรือทำงานนอกสถานที่ ดีไซน์เรียบหรูสีเงินยังดูแพงและทนทาน ผสานกับความแข็งแรงที่ผ่านการทดสอบมาแล้ว ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ทุกสถานการณ์โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักหรือความเทอะทะ

✔ การเชื่อมต่อและประสบการณ์ใช้งานที่ลื่นไหลตลอดวัน
Wi-Fi 6E ให้ความเร็วสูงและเสถียรแม้ในพื้นที่คนเยอะ แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานช่วยให้ทำงานหรือสร้างสรรค์ได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องหาที่ชาร์จบ่อยๆ ระบบกล้องระดับโปรพร้อม LiDAR เปิดโลก AR และการสแกนเอกสารที่แม่นยำ ทำให้ใช้งานในงานจริงได้หลากหลายมากขึ้น ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในเครื่องที่ออกแบบมาให้ทุกอย่างทำงานร่วมกันได้ลงตัวที่สุด

✔ ประสิทธิภาพระดับโปรสำหรับงานสร้างสรรค์และผลิตภาพ
ชิป M4 ทำให้เครื่องนี้กลายเป็นสตูดิโอเคลื่อนที่จริงๆ รันแอปหนักอย่าง Final Cut Pro, Logic Pro หรือเกมกราฟิกสูงได้เต็มประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องรอโหลดนาน การประมวลผล AI ช่วยงานอย่างการแก้ไขภาพอัตโนมัติหรือสร้างคอนเทนต์ใหม่ๆ ได้รวดเร็ว เมื่อใช้คู่กับ Apple Pencil Pro จะได้ฟีเจอร์อย่าง Barrel Roll หรือ Squeeze ที่เพิ่มมิติการวาดเขียนและแก้ไขงานให้แม่นยำและสนุกกว่าเดิม เหมาะกับครีเอเตอร์ นักออกแบบ หรือคนที่ต้องการเครื่องที่ตอบโจทย์งานระดับมืออาชีพโดยไม่ต้องพึ่งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

✔ ความอเนกประสงค์ที่ปรับเปลี่ยนตามการใช้งาน
เครื่องนี้ปรับเปลี่ยนบทบาทได้ตามต้องการ ต่อ Magic Keyboard ใหม่ที่บางลงแต่พิมพ์สบายและมีแทร็คแพดตอบสนองดี ก็กลายเป็นแล็ปท็อปเคลื่อนที่ ใช้ Apple Pencil Pro วาดเขียนก็เป็นผืนผ้าใบดิจิทัล ถอดอุปกรณ์ก็เป็นแท็บเล็ตสำหรับดูหนังหรืออ่านหนังสือ iPadOS ที่ใช้งานง่ายช่วยให้จัดการหลายหน้าต่างพร้อมกันได้ดี ผสานกับแอปมากมายทำให้ทำงาน เรียน สร้างสรรค์ หรือเล่นเกมได้ครบจบในเครื่องเดียว โดยยังคงความเรียบง่ายที่ใครก็ใช้งานได้ทันที

iPad Pro 11 นิ้ว รุ่นนี้คือการผสมผสานระหว่างความบางเบาและพลังระดับสูงสุดที่หาได้ยากในแท็บเล็ตเครื่องอื่น ถ้าต้องการเครื่องที่พร้อมสำหรับทุกอย่างในชีวิตประจำวันและงานระดับโปร เครื่องนี้ตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

iPad Pro 11″ Apple Chip M5 Wi-Fiร้านแนะนำ


🙂 Apple iPad Air 13' Apple M3 WiFi
th 11134207 7ra0m mdn177m62qv2fc

Apple iPad Air 13′ Apple M3 WiFi

iPad Air รุ่นนี้คือแท็บเล็ตที่ Apple ปรับโฉมใหม่ให้มีหน้าจอใหญ่ขึ้นถึง 13 นิ้ว แต่ยังคงความบางเบาไว้ได้ดี ชิป M2 ทำให้เครื่องแรงพอสำหรับงานประจำวัน การเรียน การสร้างสรรค์เบื้องต้น และเล่นเกมสนุกๆ รุ่นนี้รองรับทั้ง Wi-Fi 6E และ 5G Cellular พร้อม eSIM ทำให้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทุกที่โดยไม่ต้องพึ่ง Wi-Fi สีน้ำเงินสดใสดูสดชื่น กล้องหน้าแนวนอนช่วยให้วิดีโอคอลดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องขนาดใหญ่สำหรับดูคอนเทนต์หรือทำงานหลายอย่างพร้อมกัน แต่ไม่อยากแบกอะไรหนักๆ

รุ่นนี้เป็น iPad Air ที่มาพร้อมหน้าจอ 13 นิ้วครั้งแรก ตัวเครื่องบาง 6.1 มม. น้ำหนัก 618 กรัม พกพาสะดวกกว่าที่คิดสำหรับขนาดนี้ ความจุเริ่มต้น 128GB เชื่อมต่อ Wi-Fi 6E และ 5G ผ่าน eSIM ชิป Apple M2 ที่มี CPU 8 คอร์ GPU 10 คอร์ และ Neural Engine สำหรับงาน AI

จอ Liquid Retina สวยคมชัด รองรับสีสันกว้าง P3 กล้องหน้า 12MP Ultra Wide วางแนวนอนพร้อม Center Stage กล้องหลัง 12MP รองรับถ่ายวิดีโอ 4K ระบบเสียงสเตอริโอแนวนอนพร้อมเบสหนักแน่นสองเท่า พอร์ต USB-C ปลดล็อกด้วย Touch ID ที่ปุ่มด้านบน แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 10 ชั่วโมงผ่าน Wi-Fi หรือ 9 ชั่วโมงผ่าน Cellular

มาพร้อม iPadOS 17 (อัพเดตได้ใหม่กว่า) ในกล่องมีสายชาร์จ USB-C ยาว 1 เมตร และหัวชาร์จ 20W รองรับ Apple Pencil Pro และ Magic Keyboard เพื่อยกระดับการใช้งานให้ใกล้เคียงแล็ปท็อปมากขึ้น

ความพิเศษและสเปกของ Apple iPad Air 13′ Apple M3 WiFi

👉 จอภาพ Liquid Retina ขนาด 13 นิ้ว
จอภาพใช้เทคโนโลยี Liquid Retina ความละเอียดสูง รองรับสีสันกว้าง P3 และ True Tone ที่ปรับสีตามแสงรอบตัวให้ดูสบายตา ความสว่างสูงสุดดีพอสำหรับใช้งานกลางแจ้ง หน้าจอขนาด 13 นิ้วให้พื้นที่ใช้งานกว้างขวาง เหมาะสำหรับดูหนัง อ่านเอกสาร หรือทำงานหลายหน้าต่างพร้อมกัน รองรับ Apple Pencil ทำให้วาดเขียนหรือจดโน้ตได้ลื่นไหล ภาพคมชัดไม่มีสะดุดเพราะรีเฟรชเรทมาตรฐานที่ตอบสนองดี

👉 ชิป Apple M2 และประสิทธิภาพ
ชิป M2 มี CPU เร็วขึ้น GPU แรงขึ้น และ Neural Engine ที่จัดการงาน AI ได้ดี เช่น การแก้ไขภาพหรือวิดีโออัตโนมัติ รันแอปหนักๆ อย่าง Photoshop หรือเกมกราฟิกสูงได้ราบรื่น สลับแอปหลายตัวพร้อมกันไม่มีดีเลย์ หน่วยความจำ unified ช่วยให้การประมวลผลเร็วและประหยัดพลังงาน ความร้อนควบคุมดีแม้ใช้งานต่อเนื่อง

👉 กล้อง การเชื่อมต่อ และระบบความปลอดภัย
กล้องหน้า 12MP Ultra Wide วางแนวนอน รองรับ Center Stage ที่ติดตามใบหน้าอัตโนมัติตอนวิดีโอคอล กล้องหลัง 12MP ถ่ายภาพและวิดีโอ 4K ได้ชัด เชื่อมต่อ Wi-Fi 6E เร็วแรงและ 5G ผ่าน eSIM ทำให้ออนไลน์ได้ทุกที่ พอร์ต USB-C รองรับการชาร์จและต่ออุปกรณ์ ปลดล็อกด้วย Touch ID ที่รวดเร็วและปลอดภัย ระบบเสียงสเตอริโอแนวนอนให้เบสหนักแน่นสองเท่า เสียงกระหึ่มรอบทิศทาง

👉 แบตเตอรี่และดีไซน์ตัวเครื่อง
แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 10 ชั่วโมงเมื่อท่องเว็บหรือดูวิดีโอผ่าน Wi-Fi และ 9 ชั่วโมงผ่าน Cellular ตัวเครื่องบาง 6.1 มม. ขนาดกว้าง 21.49 ซม. สูง 28.06 ซม. น้ำหนัก 618 กรัม วัสดุอะลูมิเนียมแข็งแรง สีน้ำเงินดูสดใสทันสมัย ระบายความร้อนดีและจับถนัดมือ

จุดเด่นของ Apple iPad Air 13′ Apple M3 WiFi

✔ หน้าจอใหญ่ 13 นิ้วที่เปลี่ยนประสบการณ์การใช้งาน
ขนาดหน้าจอที่เพิ่มขึ้นทำให้ทุกอย่างดูเพลินกว่ามาก ดูหนังเต็มตา อ่านหนังสือหรือเอกสารยาวๆ สบายตาโดยไม่ต้องซูมบ่อย ทำงานมัลติทาสกิ้งด้วย Split View หรือ Stage Manager ได้เต็มพื้นที่ เหมาะกับคนที่ชอบคอนเทนต์ขนาดใหญ่หรือต้องจัดการหลายแอปพร้อมกัน แต่ตัวเครื่องยังไม่หนักเกินไป พกไปทำงานนอกสถานที่หรือนั่งโซฟาดูซีรีส์ได้ยาวๆ โดยไม่เมื่อย

✔ การเชื่อมต่อ Cellular ที่แท้จริงสำหรับชีวิตเคลื่อนที่
การมี 5G และ eSIM ทำให้เครื่องนี้กลายเป็นเพื่อนแท้สำหรับคนที่ไม่อยู่กับที่ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ทุกที่ ไม่ต้องหา Wi-Fi หรือแชร์ฮอตสปอตจากมือถือให้ยุ่งยาก เหมาะกับการทำงานระยะไกล การเรียนออนไลน์ หรือสตรีมคอนเทนต์ระหว่างเดินทาง ความเร็ว Wi-Fi 6E ก็แรงไม่แพ้กันในบ้านหรือออฟฟิศ ทำให้การดาวน์โหลดไฟล์ใหญ่หรือวิดีโอคอลทำได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด

✔ ความเข้ากันได้กับอุปกรณ์เสริมที่ยกระดับการใช้งาน
รองรับ Apple Pencil Pro เต็มรูปแบบ ทำให้การวาดเขียน จดโน้ต หรือแก้ไขงานมีความแม่นยำและสนุกด้วยฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่าง Barrel Roll และ Squeeze ต่อ Magic Keyboard ก็เปลี่ยนเป็นเครื่องพิมพ์งานเคลื่อนที่ได้ทันที แทร็คแพดตอบสนองดีช่วยให้ทำงานเอกสารหรือตัดต่อเบาๆ ได้คล่องตัว iPadOS ที่ใช้งานง่ายผสานกับแอปมากมาย ทำให้เครื่องนี้ปรับเปลี่ยนบทบาทได้หลากหลายตามความต้องการในแต่ละวัน

✔ ความสมดุลระหว่างพลังและการพกพาในราคาที่เข้าถึงง่าย
iPad Air รุ่นนี้ให้พลังชิป M2 ที่แรงพอสำหรับงานส่วนใหญ่ แต่ตัวเครื่องบางเบาและแบตอึด ทำให้ใช้งานได้ยาวๆ โดยไม่ต้องชาร์จบ่อย สีสันสดใสอย่างสีน้ำเงินเพิ่มความสนุกในการถือใช้งาน กล้องหน้าแนวนอนช่วยให้วิดีโอคอลดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ต้องหมุนเครื่องให้เมื่อย เหมาะกับคนที่ต้องการแท็บเล็ตหน้าจอใหญ่แต่ไม่ต้องถึงขั้นโปรสุดๆ

iPad Air 13 นิ้ว รุ่นนี้คือตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับคนที่ต้องการหน้าจอใหญ่ พลังงานพอเพียง การเชื่อมต่อตลอดเวลา และดีไซน์สวยงาม ในเครื่องที่พกพาง่ายและใช้งานได้หลากหลายตลอดทั้งวัน

Apple iPad Air 13″ Apple M3 WiFiร้านแนะนำ


🙂 Apple iPad 10 (2022) Wi-Fi 256GB 10.9 inch Pink
iPad 10th Gen Wi Fi Pink 2 square medium

Apple iPad 10 (2022) Wi-Fi 256GB 10.9 inch Pink

iPad รุ่นที่ 10 นี้คือแท็บเล็ตระดับเริ่มต้นที่ Apple ปรับโฉมใหม่ให้ดูทันสมัยและสนุกสนานมากขึ้น ด้วยดีไซน์หน้าจอเต็มขอบ สีสันสดใสอย่างสีชมพูที่สะดุดตา หน้าจอใหญ่ขึ้นเป็น 10.9 นิ้ว แต่ยังคงความบางเบาไว้ได้ดี ชิป A14 Bionic ให้ประสิทธิภาพแรงพอสำหรับงานประจำวัน การเรียน การสร้างสรรค์เบื้องต้น และความบันเทิง รุ่นนี้เป็นเวอร์ชัน Wi-Fi ความจุ 256GB เหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องราคาเข้าถึงง่ายแต่ฟีเจอร์ครบครัน กล้องหน้าแนวนอนช่วยให้วิดีโอคอลดูเป็นธรรมชาติ และรองรับอุปกรณ์เสริมที่ทำให้ใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น

รุ่นนี้เป็น iPad ระดับมาตรฐานที่ออกแบบใหม่ในปี 2022 ตัวเครื่องบาง 7 มม. น้ำหนักเพียง 477 กรัม พกพาง่ายเหมือนถือสมุดโน้ตเล่มใหญ่ หน้าจอ Liquid Retina ขนาด 10.9 นิ้ว ดีไซน์หน้าจอเต็มขอบไม่มีปุ่มโฮม สีชมพูสดใสดูสนุกสนาน ความจุเก็บข้อมูล 256GB เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 เท่านั้น ไม่รองรับซิมการ์ด

ชิป A14 Bionic พร้อม CPU 6 คอร์ GPU 4 คอร์ กล้องหน้า 12MP Ultra Wide วางแนวนอนพร้อม Center Stage กล้องหลัง 12MP Wide ถ่ายวิดีโอ 4K ได้ ระบบเสียงสเตอริโอแนวนอน พอร์ต USB-C ปลดล็อกด้วย Touch ID ที่ปุ่มด้านบน

แบตเตอรี่ใช้งานสูงสุด 10 ชั่วโมงเมื่อท่องเว็บหรือดูวิดีโอผ่าน Wi-Fi มาพร้อม iPadOS 16 (อัพเดตได้ใหม่กว่า) ในกล่องมีสายชาร์จ USB-C ยาว 1 เมตร และหัวชาร์จ 20W รองรับ Apple Pencil รุ่นที่ 1 และ Magic Keyboard Folio เพื่อเพิ่มความสามารถในการจดโน้ตและพิมพ์งาน

ความพิเศษและสเปกของ Apple iPad 10 (2022) Wi-Fi 256GB 10.9 inch Pink

👉 จอภาพ Liquid Retina ขนาด 10.9 นิ้ว
จอภาพใช้เทคโนโลยี Liquid Retina ความละเอียดสูง รองรับสีสันกว้างและ True Tone ที่ปรับตามแสงรอบตัวให้ดูสบายตา ขนาด 10.9 นิ้วให้พื้นที่ใช้งานกว้างขวางกว่าเดิม เหมาะสำหรับดูหนัง อ่านหนังสือ หรือเล่นเกม ดีไซน์หน้าจอเต็มขอบทำให้ภาพดูเต็มตาไม่มีขอบรบกวน รองรับการสัมผัสที่แม่นยำและลื่นไหล ภาพคมชัดสีสวยสมจริงในทุกมุมมอง

👉 ชิป A14 Bionic และประสิทธิภาพ
ชิป A14 Bionic มี CPU 6 คอร์และ GPU 4 คอร์ ให้ความเร็วในการประมวลผลสูงกว่ารุ่นก่อน รันแอปทั่วไป การตัดต่อวิดีโอเบาๆ หรือเกมกราฟิกปานกลางได้ราบรื่น สลับแอปหลายตัวพร้อมกันไม่มีสะดุด หน่วยความจำ unified ช่วยให้การทำงานมัลติทาสกิ้งลื่นไหลและประหยัดพลังงาน ความร้อนควบคุมดีแม้ใช้งานต่อเนื่องนานๆ

👉 กล้อง การเชื่อมต่อ และระบบความปลอดภัย
กล้องหน้า 12MP Ultra Wide วางแนวนอน รองรับ Center Stage ที่ติดตามใบหน้าอัตโนมัติตอนวิดีโอคอล กล้องหลัง 12MP Wide ถ่ายภาพชัดและวิดีโอ 4K เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 ความเร็วสูงและเสถียร พอร์ต USB-C สำหรับชาร์จและต่ออุปกรณ์ ปลดล็อกด้วย Touch ID ที่รวดเร็วปลอดภัย ระบบเสียงสเตอริโอแนวนอนให้เสียงกระจายดีเหมาะกับการดูคอนเทนต์

👉 แบตเตอรี่และดีไซน์ตัวเครื่อง
แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 10 ชั่วโมงเมื่อท่องเว็บหรือดูวิดีโอผ่าน Wi-Fi ตัวเครื่องบาง 7 มม. ขนาดกว้าง 17.95 ซม. สูง 24.86 ซม. น้ำหนัก 477 กรัม วัสดุอะลูมิเนียมแข็งแรง สีชมพูสดใสดูสนุกทันสมัย จับถนัดมือและระบายความร้อนดี

จุดเด่นของ Apple iPad 10 (2022) Wi-Fi 256GB 10.9 inch Pink

✔ สีสันสดใสและดีไซน์หน้าจอเต็มที่ดูสนุกสนาน
สีชมพูที่สดใสทำให้เครื่องนี้โดดเด่นและใช้งานได้เพลินตามอารมณ์ ดีไซน์หน้าจอเต็มขอบไม่มีปุ่มโฮมหน้าเครื่องให้ความรู้สึกทันสมัยและกว้างขวางทุกครั้งที่เปิดใช้ เหมาะกับคนที่ชอบเครื่องที่มีบุคลิกสนุกๆ ไม่เรียบจนเกินไป การถือใช้งานนานๆ ก็ยังรู้สึกเบาและสบายมือ เพราะน้ำหนักเบาและขอบโค้งจับถนัด ทำให้กลายเป็นอุปกรณ์คู่ใจที่หยิบมาใช้บ่อยๆ โดยไม่รู้สึกเบื่อ

✔ ความอเนกประสงค์สำหรับชีวิตประจำวันและความบันเทิง
เครื่องนี้ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลายตามสถานการณ์ ดูหนังสตรีมมิ่งเต็มตา เล่นเกมหลายผู้เล่น หรือเรียนออนไลน์ได้สนุกด้วยหน้าจอใหญ่และเสียงสเตอริโอ รองรับ AR ที่สมจริงสำหรับการเรียนรู้หรือเล่นเกมพิเศษ แอปใน App Store กว่าล้านแอปที่ออกแบบสำหรับ iPad ทำให้ทำได้ตั้งแต่จดโน้ตธรรมดาไปจนถึงสร้างโปรเจ็กต์เสียงเบื้องต้น SharePlay ช่วยแชร์หน้าจอเพื่อดูหนังหรือเล่นเกมร่วมกับเพื่อนได้ง่ายๆ

✔ การรองรับอุปกรณ์เสริมที่เพิ่มความสามารถให้ใกล้แล็ปท็อป
ต่อ Magic Keyboard Folio ก็เปลี่ยนเป็นเครื่องพิมพ์งานเคลื่อนที่ที่มีคีย์บอร์ดเต็มและแทร็คแพด ทำงานเอกสารหรือตอบอีเมลได้คล่องตัว ใช้ Apple Pencil รุ่นที่ 1 วาดเขียน จดโน้ต หรือทำเครื่องหมายเอกสารได้แม่นยำ iPadOS ที่ใช้งานง่ายช่วยจัดการหลายหน้าต่างพร้อมกัน ทำให้สลับจากความบันเทิงไปทำงานได้รวดเร็ว เหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องเดียวจบครบทุกความต้องการในแต่ละวัน

✔ กล้องหน้าแนวนอนที่เปลี่ยนประสบการณ์วิดีโอคอล
การวางกล้องหน้าแนวนอนทำให้ตอนคุยวิดีโอคอลภาพดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ต้องหมุนเครื่องให้เมื่อย Center Stage ช่วยติดตามใบหน้าให้อยู่กลางเฟรมอัตโนมัติแม้ขยับตัว เหมาะกับการประชุมออนไลน์ การเรียน หรือคุยกับครอบครัวแบบกลุ่ม ความละเอียดสูงและมุมกว้างช่วยให้ทุกคนอยู่ในภาพได้ง่าย เปลี่ยนการสื่อสารระยะไกลให้รู้สึกใกล้ชิดและสะดวกสบายกว่าที่เคย

iPad 10 รุ่นนี้คือตัวเลือกที่สมดุลสำหรับคนที่ต้องการแท็บเล็ตหน้าจอสวย สีสนุก พลังพอเพียง และใช้งานได้หลากหลายในชีวิตประจำวัน โดยยังคงความเรียบง่ายและเข้าถึงได้ง่ายของ iPad ไว้อย่างลงตัว

Apple iPad 10 (2022) Wi-Fi 256GB 10.9 inch Pinkร้านแนะนำ


🙂 Apple iPad Mini 6 (2021) Wi-Fi 256GB 8.3 inch Purple
iPad mini Wi Fi Purple 2 square medium

Apple iPad Mini 6 (2021) Wi-Fi 256GB 8.3 inch Purple

iPad mini รุ่นที่ 6 นี้คือแท็บเล็ตขนาดจิ๋วที่ Apple ยกระดับให้ทันสมัยสุดๆ ด้วยดีไซน์หน้าจอเต็มขอบ จอใหญ่ขึ้นเป็น 8.3 นิ้ว แต่ตัวเครื่องยังเล็กกระทัดรัดพกใส่กระเป๋าเสื้อได้สบาย ชิป A15 Bionic ให้พลังแรงเหลือเฟือสำหรับงานประจำวัน การสร้างสรรค์ และความบันเทิง รุ่นนี้เป็นเวอร์ชัน Wi-Fi ความจุ 256GB สีม่วงสดใสดูมีเสน่ห์ กล้องหน้าแนวนอนพร้อม Center Stage และรองรับ Apple Pencil รุ่นที่ 2 ที่ติดแม่เหล็กชาร์จไร้สาย ทำให้เหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องเล็กแต่ฟีเจอร์ครบ ใช้งานได้คล่องตัวทุกที่

รุ่นนี้เปิดตัวปี 2021 แต่ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนชอบแท็บเล็ตขนาดเล็ก ตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 6.3 มม. น้ำหนักเบาแค่ 293 กรัม ถือมือเดียวได้สบายตลอดวัน หน้าจอ Liquid Retina ขนาด 8.3 นิ้ว ดีไซน์หน้าจอเต็มขอบไม่มีปุ่มโฮม สีม่วงดูสดใสมีสไตล์ ความจุเก็บข้อมูล 256GB เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 เท่านั้น ไม่รองรับซิมการ์ด

ชิป A15 Bionic พร้อม Neural Engine กล้องหน้า 12MP Ultra Wide วางแนวนอนพร้อม Center Stage กล้องหลัง 12MP พร้อมแฟลช True Tone ถ่ายวิดีโอ 4K ได้ ระบบเสียงสเตอริโอแนวนอน พอร์ต USB-C ปลดล็อกด้วย Touch ID ที่ปุ่มด้านบน

แบตเตอรี่ใช้งานสูงสุด 10 ชั่วโมงเมื่อท่องเว็บหรือดูวิดีโอผ่าน Wi-Fi มาพร้อม iPadOS 15 (อัพเดตได้ใหม่กว่า) ในกล่องมีสายชาร์จ USB-C ยาว 1 เมตร และหัวชาร์จ 20W รองรับ Apple Pencil รุ่นที่ 2 ที่ยึดติดแม่เหล็กและชาร์จไร้สาย รวมถึง Smart Folio สำหรับปกป้องตัวเครื่อง

ความพิเศษและสเปกของ Apple iPad Mini 6 (2021) Wi-Fi 256GB 8.3 inch Purple

👉 จอภาพ Liquid Retina ขนาด 8.3 นิ้ว
จอภาพใช้เทคโนโลยี Liquid Retina ความละเอียดสูง รองรับสีสันกว้าง P3 และ True Tone ที่ปรับตามแสงรอบตัวให้ภาพดูเป็นธรรมชาติสบายตา ขนาด 8.3 นิ้วกำลังพอดีมือ ไม่ใหญ่เกะกะแต่ให้พื้นที่ใช้งานเพียงพอ ดีไซน์หน้าจอเต็มขอบทำให้ภาพดูเต็มตาไม่มีขอบรบกวน รองรับการสัมผัสแม่นยำสูงและรีเฟรชเรทที่ลื่นไหล ภาพคมชัดสีสวยสมจริง เหมาะสำหรับอ่านหนังสือ ดูวิดีโอ หรือวาดเขียนเบาๆ

👉 ชิป A15 Bionic และประสิทธิภาพ
ชิป A15 Bionic มี CPU 6 คอร์ GPU 5 คอร์ และ Neural Engine 16 คอร์ ให้ความเร็วในการประมวลผลสูง รันแอปหนักๆ ตัดต่อวิดีโอ หรือเล่นเกมกราฟิกได้ราบรื่น สลับแอปหลายตัวพร้อมกันไม่มีสะดุด หน่วยความจำ unified ช่วยให้การทำงานมัลติทาสกิ้งลื่นไหลและจัดการงาน AI ได้ดี เช่น การแก้ไขภาพอัตโนมัติ ความร้อนต่ำเพราะออกแบบระบายความร้อนดีแม้ตัวเล็ก

👉 กล้อง การเชื่อมต่อ และระบบความปลอดภัย
กล้องหน้า 12MP Ultra Wide วางแนวนอน รองรับ Center Stage ที่ติดตามใบหน้าอัตโนมัติตอนวิดีโอคอล กล้องหลัง 12MP Wide พร้อมแฟลช True Tone ถ่ายภาพชัด บันทึกวิดีโอ 4K และสแกนเอกสาร เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 ความเร็วสูง พอร์ต USB-C สำหรับชาร์จและต่ออุปกรณ์ภายนอก ปลดล็อกด้วย Touch ID ที่รวดเร็วปลอดภัย ระบบเสียงสเตอริโอแนวนอนให้เสียงกระจายดีรอบทิศทาง

👉 แบตเตอรี่และดีไซน์ตัวเครื่อง
แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 10 ชั่วโมงเมื่อท่องเว็บหรือดูวิดีโอผ่าน Wi-Fi ตัวเครื่องบาง 6.3 มม. ขนาดกว้าง 13.48 ซม. สูง 19.54 ซม. น้ำหนัก 293 กรัม วัสดุอะลูมิเนียมแข็งแรง สีม่วงดูสดใสโดดเด่น จับถนัดมือและระบายความร้อนดีแม้ใช้งานหนัก

จุดเด่นของ Apple iPad Mini 6 (2021) Wi-Fi 256GB 8.3 inch Purple

✔ ขนาดกะทัดรัดที่พกพาได้ทุกที่อย่างแท้จริง
ความเล็กและเบานี้ทำให้ iPad mini กลายเป็นเครื่องที่หยิบใช้บ่อยที่สุด พกใส่กระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋าสะพายเล็กได้โดยไม่รู้สึกหนัก เหมาะกับการใช้งานระหว่างเดินทาง อ่านหนังสือบนรถไฟ จดโน้ตในที่ประชุม หรือดูคอนเทนต์ตอนพักผ่อน ดีไซน์หน้าจอเต็มขอบช่วยให้หน้าจอดูใหญ่เกินตัว แต่ยังถือมือเดียวได้สบายตลอดวัน โดยไม่เมื่อยข้อมือเหมือนแท็บเล็ตหน้าจอใหญ่รุ่นอื่นๆ

✔ การรองรับ Apple Pencil รุ่นที่ 2 ที่เปลี่ยนวิธีการสร้างสรรค์
Apple Pencil รุ่นที่ 2 ติดแม่เหล็กด้านข้างตัวเครื่องและชาร์จไร้สายอัตโนมัติ ทำให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา ไม่ต้องกลัวลืมหรือหาชาร์จให้ยุ่งยาก การวาดเขียน จดโน้ต หรือทำเครื่องหมายเอกสารจึงทำได้ทันทีที่ไอเดียมาเยือน ความแม่นยำสูงและ latency ต่ำช่วยให้รู้สึกเหมือนเขียนบนกระดาษจริง เหมาะกับนักเรียน นักออกแบบ หรือคนที่ชอบสเก็ตช์ไอเดีย ทำให้เครื่องเล็กๆ นี้กลายเป็นสมุดโน้ตดิจิทัลที่ทรงพลังและสะดวกสุดๆ

✔ ประสบการณ์วิดีโอคอลและ AR ที่สนุกสนานกว่าเดิม
กล้องหน้าแนวนอนพร้อม Center Stage ทำให้การคุยวิดีโอคอลดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ภาพติดตามใบหน้าอัตโนมัติแม้ขยับตัวเดินไปมา เหมาะกับการประชุมแบบเคลื่อนที่หรือคุยกับเพื่อนแบบกลุ่ม ชิป A15 ยังรองรับ AR ได้ลื่นไหล สัมผัสประสบการณ์เสมือนจริงอย่างการลองเฟอร์นิเจอร์ในห้องหรือเล่นเกม AR ที่สมจริง เปลี่ยนการใช้งานประจำวันให้มีมิติใหม่และสนุกยิ่งขึ้น

✔ ความสมดุลระหว่างพลังและความคล่องตัวในชีวิตประจำวัน
เครื่องนี้ให้พลังชิป A15 ที่แรงพอสำหรับตัดต่อภาพวิดีโอ เล่นเกมหนัก หรือสตรีมคุณภาพสูง แต่ตัวเล็กพอที่จะใช้งานได้ยาวๆ โดยไม่เกะกะ Smart Folio สีสันสดใสช่วยปกป้องและพับเป็นขาตั้งได้หลายมุม ทำให้วางดูหนังหรือพิมพ์งานได้สะดวก iPadOS ที่ใช้งานง่ายผสานกับแอปมากมายใน App Store ทำให้ทำได้ทุกอย่างตั้งแต่ทำงานไปจนถึงความบันเทิง ในเครื่องที่ออกแบบมาให้เข้ากับไลฟ์สไตล์เคลื่อนที่

iPad Mini 6 รุ่นนี้คือตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับคนที่ต้องการแท็บเล็ตขนาดเล็กกระทัดรัดแต่พลังเต็มเปี่ยม รองรับการใช้งานหลากหลายและพกพาได้ง่ายสุดๆ ทำให้กลายเป็นอุปกรณ์คู่ใจที่พร้อมเสมอสำหรับทุกช่วงเวลาของวัน

Apple iPad Mini 6 (2021) Wi-Fi 256GB 8.3 inch Purpleร้านแนะนำ


นิยาย ปฏิบัติการแท็บเล็ตพิฆาต สี่พี่น้อง iPad กับภารกิจสุดป่วง

AP1GczNOzXy Rkq1W3uFUEhoUhLoGSXIJZQnaM3rS6VKdaZIzcSHrwV5neByXDkN oNCfcF4Lyb1XB HlLoq3Ru1OEyIf6i84RVTT5sK2poF0qOSrdzT3YYYhYLcu5oiMZz6GOfV14yJe8unwIum8FoaZnBx=w461 h658 s no
.ปฏิบัติการแท็บเล็ตพิฆาต สี่พี่น้อง iPad กับภารกิจสุดป่วง

“โจ” เป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดา อายุ 30 ต้นๆ อาศัยอยู่ในคอนโดเล็กๆ ย่านชานเมือง งานประจำคือเขียนโค้ดให้บริษัทซอฟต์แวร์ แต่สิ่งที่เขารักจริงๆ คือการสะสม iPad เขามีครบทุกขนาด ทุกสี ราวกับกำลังสร้างกองทัพส่วนตัว

ตัวใหญ่สุดคือ iPad Pro 11 นิ้ว สีเงิน บางเฉียบราวกับมีด ชิป M4 แรงจนโจชอบเรียกมันว่า “บอสใหญ่” เพราะมันตัดต่อวิดีโอ 4K ได้ลื่นปรื๊ด เรนเดอร์ 3D ไม่กระตุก แถมจอ Ultra Retina XDR สวยจนโจเคยใช้ดู Netflix แล้วหลับคาโซฟาเพราะภาพสวยเกินต้าน

ตัวต่อมาคือ iPad Air 13 นิ้ว สีน้ำเงิน ชิป M2 หน้าจอใหญ่กำลังดี โจใช้มันทำงานจริงจัง เวลานั่งประชุมออนไลน์ก็ยก Air ขึ้นมา กล้องหน้าแนวนอน Center Stage ติดตามหน้าได้เนียนกริบ จนเพื่อนร่วมงานเคยแซวว่า “มึงหน้าติดจอตลอดเลยว่ะ”

ตัวที่สาม iPad 10th Gen 10.9 นิ้ว สีชมพูสดใส โจซื้อเพราะถูกใจสี ชิป A14 ยังแรงพอเล่นเกมสบาย กล้องหน้าแนวนอนเหมือนกัน แต่โจชอบใช้มันดู TikTok นอนกลิ้งไปมา เพราะมันเบาและสีหวานๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

ตัวเล็กสุด iPad mini 8.3 นิ้ว สีม่วง ชิป A15 บางเบาจนใส่กระเป๋าเสื้อได้ โจพกมันไปไหนมาไหนตลอด อ่านการ์ตูนบนรถไฟฟ้า จดโน้ตไอเดียแปลกๆ หรือเวลาเข้าห้องน้ำก็หยิบ mini มาดู YouTube เพราะมันถือมือเดียวสบาย

วันหนึ่ง เย็นวันศุกร์ โจกำลังนั่งกินมาม่าอยู่หน้าทีวี iPad Pro วางอยู่บนโต๊ะกาแฟ จู่ๆ หน้าจอก็สว่างขึ้นเอง มีข้อความเด้งมาเป็นตัวหนังสือสีแดงเลือด “ยินดีต้อนรับสู่หน่วยแท็บเล็ตพิเศษ คุณถูกเลือกแล้ว ภารกิจแรก ป้องกันข้อมูลลับจากองค์กรลับ ‘Black Screen’ หากล้มเหลว โลกดิจิทัลจะล่มสลาย”

โจหัวเราะจนมาม่าเลอะเสื้อ “ใคร prank(เล่นตลก) กูวะ” เขาคิดว่าเพื่อนที่ออฟฟิศแกล้งแน่ๆ เพราะเมื่อวานเพิ่งคุยกันเรื่องหนังสายลับ เขาลองกดตอบกลับไปในแอปที่เด้งขึ้นมาเอง “พรุ่งนี้กูต้องไปซื้อของ ไว้ก่อนนะ” แต่แอปไม่ตอบ

คืนนั้น โจหลับไปพร้อม iPad Pro กอดไว้เหมือนหมอน ฝันว่าตัวเองเป็นเจมส์ บอนด์ แต่ถือ iPad แทนปืน

เช้าวันเสาร์ โจตื่นมาด้วยเสียงเคาะประตูดังสนั่น เขาเปิดดูกล้องวงจรปิดใน iPad Air เห็นผู้ชายสวมชุดดำ 3 คนยืนอยู่หน้าประตู หน้าตาคมเข้มแบบพระเอกหนังแอคชั่น แต่ที่แปลกคือแต่ละคนถือกล่องพัสดุ “พัสดุครับ” เสียงหนึ่งตะโกน

โจ งง แต่เปิดประตูให้ พอประตูแง้ม ผู้ชายคนแรกยื่นกล่องมา แต่แทนที่จะเป็นของธรรมดา มืออีกข้างควักปืนพกออกมา “ข้อมูลอยู่ในเครื่องไหน!”

โจกรี๊ดลั่นคอนโด ปิดประตูสนิท แล้ววิ่งไปคว้า iPad ทั้งสี่เครื่องยัดใส่เป้ เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่สัญชาตญาณบอกว่า “หนี!”

เขาวิ่งออกระเบียงชั้นสี่ กระโดดลงหลังคารถตู้ที่จอดอยู่พอดี เจ็บตูดนิดหน่อย แต่ยังวิ่งต่อ ผู้ชายชุดดำสามคนวิ่งตามมา หนึ่งในนั้นตะโกน “อย่าให้มันหนี! ข้อมูลอยู่ใน iPad!”

โจวิ่งเข้าซอยเล็ก ใจเต้นตึกตัก เขาเปิด iPad Pro ขึ้นมา ข้อความใหม่เด้ง “ใช้โหมดหนีฉุกเฉิน กด Face ID เพื่อเปิดแผนที่ลับ” โจเหลือบมอง Face ID เปิดเครื่องทันที แผนที่ 3D โผล่ขึ้นมา บอกทางหนีไปสถานีรถไฟฟ้า

ระหว่างวิ่ง โจใช้ iPad Air หน้าจอใหญ่เปิดกล้องหลังดูด้านหลัง เห็นคนร้ายตามมาสามคน เขาซูมดูหน้า “เฮ้ย นี่มัน “ไอ้ต้น” เพื่อนกูไม่ใช่เหรอ?” คนหนึ่งหน้าคุ้นมาก เป็นเพื่อนสมัยมหาลัยชื่อต้น ที่เคยบอกว่าทำงานบริษัทรักษาความปลอดภัย

โจหัวเราะในใจ “มึง prank กูหนักไปป่ะวะ” เขาหยุดวิ่ง หมุนกลับไปโบกมือ “ต้น! มึงบ้าไปแล้ว เงินค่าน้ำมันรถที่ตามกูมา กูออกให้”

คนร้ายทั้งสามหยุดชะงัก ต้นถอดแว่นดำออก ยิ้มกว้าง “ฮ่าๆๆๆ โจ มึงกลัวจริงดิ” อีกสองคนหัวเราะตาม พวกเขาถอดเสื้อคลุมดำออก เผยให้เห็นเสื้อยืดธรรมดา “พวกกูแกล้งมึง เพราะมึงชอบโม้ว่ามี iPad ครบเซ็ต ถ้าถูกปล้นจะปกป้องยังไง”

โจถอนหายใจยาว หัวเราะจนน้ำตาไหล “ไอ้สัส มึงทำให้กูวิ่งจนรองเท้าขาด” พวกเขานั่งกินกาแฟกันที่ร้านข้างทาง ต้นเล่าว่าพวกเขาจ้างนักแสดงมาสองคน แอปที่เด้งใน iPad Pro ก็เป็นแอปที่ต้นแฮกเข้าไปเล่นๆ

ทุกอย่างดูเหมือนจบแบบฮาๆ โจกลับบ้าน อาบน้ำ นั่งดู Netflix บน iPad Pro อีกครั้ง คืนนั้นเขานอนหลับสนิท คิดว่าชีวิตกลับสู่ปกติ

แต่ตีสาม เสียงไซเรนดังลั่นคอนโด เฮลิคอปเตอร์บินวนเหนืออาคาร ประตูถูกพังเข้า มีทหารชุดดำตัวจริงบุกเข้ามาครั้งนี้ ไม่ใช่สามคน แต่สิบคน ถือปืนจริง ไฟฉายเลเซอร์แดงกวาดไปมา

หัวหน้าหน่วยตะโกน “นายโจ! เราคือหน่วยพิเศษแท็บเล็ตแห่งกองทัพไซเบอร์ คุณถูกเลือกจริงๆ! ข้อมูลลับระดับชาติอยู่ใน iPad ของคุณ องค์กร Black Screen ตัวจริงกำลังตามล่า!”

โจตื่นเต็มตา มือสั่นคว้า iPad mini ที่วางข้างหมอน “อะไรนะ… มันไม่ใช่ prank?”

หัวหน้าหน่วยยื่นเอกสารลับให้ดู “เมื่อวาน เพื่อนคุณนายต้นและพวก แกล้งคุณโดยบังเอิญใช้แอปทดสอบที่เราส่งไปให้คนที่ถูกคัดเลือก ถ้าคุณรอดจากการแกล้งแปลว่าคุณมีสัญชาตญาณนักรบ พวกเราติดตามสถานการณ์ทั้งวัน และพบว่าองค์กร Black Screen ตัวจริงกำลังใช้โอกาสนี้บุกเข้ามาแย่งข้อมูล”

โจมอง iPad Pro ที่วางอยู่ ข้อความใหม่เด้งขึ้น “ยินดีต้อนรับสู่หน่วยแท็บเล็ตพิเศษอย่างเป็นทางการ ภารกิจจริงเริ่มต้นแล้ว”

เขาหัวเราะแห้งๆ “กูแค่ชอบซื้อ iPad เพราะมันสวยและแรง… ทำไมต้องกลายเป็นสายลับด้วยวะ”

หัวหน้าหน่วยยิ้ม “เพราะ iPad ของคุณทั้งสี่เครื่อง ถูกฝังชิปพิเศษมาตั้งแต่โรงงาน มันคืออาวุธลับของชาติ ชิป M4 ใน Pro สามารถแฮกระบบดาวเทียมได้ Air หน้าจอใหญ่ใช้สั่งการโดรน iPad 10 สีชมพูมีระบบพรางตัวดิจิทัล และ mini คือเครื่องสื่อสารลับที่เล็กที่สุดในโลก”

โจมอง iPad สี่เครื่องที่วางเรียงกันบนโต๊ะ ตัวใหญ่สีเงิน ตัวน้ำเงินหน้าจอใหญ่ ตัวชมพูสดใส และตัวม่วงจิ๋ว

เขายก iPad Pro ขึ้นมา กด Face ID “โอเค… ถ้างั้นเริ่มภารกิจกันเถอะ แต่ขอก่อน กูขอชาร์จแบตทั้งหมดให้เต็มก่อน มันอึดทั้งวันแหละ แต่เผื่อต้องวิ่งหนีอีก”

ทหารทั้งหน่วยหัวเราะ โจกลายเป็นสมาชิกหน่วยแท็บเล็ตพิเศษแบบไม่เต็มใจ แต่จากวันนั้นมา ทุกครั้งที่เขาหยิบ iPad ขึ้นมา ไม่ว่าจะดู Netflix อ่านการ์ตูน หรือประชุมงาน เขาจะแอบมองรอบตัวก่อน เผื่อมีเฮลิคอปเตอร์บินมา

และทุกครั้งที่ต้นโทรมาชวนไปกินข้าว โจจะตอบเหมือนกันทุกที “ไม่ว่างว่ะ กำลังปฏิบัติภารกิจ”

นิยาย ปฏิบัติการแท็บเล็ตพิฆาต สี่พี่น้อง iPad กับภารกิจสุดป่วง บทสุดท้าย

โจยืนตัวสั่นอยู่กลางห้องนั่งเล่น ทหารชุดดำสิบคนล้อมรอบ iPad สี่เครื่องวางเรียงกันบนโต๊ะกาแฟราวกับอาวุธสงคราม หัวหน้าหน่วย ชายร่างสูงชื่อ “พันเอกเอก” ยื่นแท็บเล็ตขนาดเท่าฝ่ามือให้โจดูคลิปวิดีโอสั้นๆ ในนั้นมีภาพโรงงาน Apple ที่ไต้หวัน แต่มีห้องลับใต้ดิน ชิปพิเศษถูกฝังเข้าไปใน iPad บางล็อตเพื่อใช้ในภารกิจไซเบอร์ระดับชาติ

“นายคือคนเดียวที่สะสมครบเซ็ตพอดี” พันเอกเอกพูดเสียงเข้ม “Pro คือศูนย์บัญชาการ Air คือโดรนคอนโทรล iPad 10 คือระบบพรางตัว และ mini คือเครื่องมือถอดรหัสลับ ถ้าองค์กร Black Screen ได้ไป โลกดิจิทัลล่มแน่”
โจมอง iPad Pro สีเงินที่ตัวเองเคยใช้ตัดต่อคลิปแมวใน TikTok “แล้วกูต้องทำไงต่อ”
“ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดี๋ยวนี้ ภารกิจแรก บุกฐานลับ Black Screen ที่ตึก abandoned ย่านบางนา”
โจยกมือ “เดี๋ยว ขอกินข้าวเช้าก่อนได้ป่ะ กูยังไม่ได้แปรงฟัน”
ทหารทั้งหน่วยมองหน้ากัน พันเอกเอกถอนหายใจ “ห้านาที”

สิบนาทีต่อมา โจขึ้นเฮลิคอปเตอร์พร้อม iPad ทั้งสี่ในเป้สะพายหลัง เขาเปิด iPad Air หน้าจอใหญ่ เชื่อมต่อกับระบบหน่วย “เฮ้ย หน้าจอกูกลายเป็นจอควบคุมโดรนจริงว่ะ” เขาลองบังคับโดรนลอยวนรอบเฮลิคอปเตอร์ ทหารข้างๆ ตกใจเพราะโดรนเกือบชนใบพัด

“อย่าเพิ่งเล่น!” พันเอกเอกตะโกน
โจหัวเราะ “ขอโทษ ขอโทษ มือใหม่”

เครื่องลงจอดใกล้ตึกร้างย่านบางนา เวลาตีสี่ มืดสนิท ทหารแบ่งทีม โจได้ไปกับทีมเล็กสามคน รวมพันเอกเอก เขาเปิด iPad mini เพื่อถอดรหัสประตูเหล็ก หน้าจอสแกนลายนิ้วมืออัตโนมัติ “Touch ID ปลดล็อกประตูนิวเคลียร์ได้เลยเหรอวะ” โจพึมพำ ประตูเปิดเอี๊ยดอ๊าด

ข้างในตึกเต็มไปด้วยเซิร์ฟเวอร์เก่าๆ และจอมอนิเตอร์รุ่นโบราณ มีคนชุดดำยืนเฝ้าสิบกว่าคน พันเอกเอกกระซิบ “ใช้ iPad 10 พรางตัว”

โจเปิด iPad สีชมพู หน้าจอเด้งโหมด camouflage กล้องหลังสแกนสิ่งแวดล้อม แล้วฉายภาพลวงตาออกมา ทีมทั้งสี่คนหายตัวไปในสายตาศัตรู เหมือนในหนัง invisibility cloak แต่เวอร์ชันง่อยๆ เพราะโจลืมปรับความสว่าง ตัวเขาเองยังเห็นขาตัวเองลางๆ

พวกเขาลอบเข้าไปถึงห้องควบคุมหลัก หัวหน้าศัตรู ชายใส่แว่นชื่อ “ดร.แบล็ค” ยืนสั่งการอยู่หน้าจอใหญ่ “อีกชั่วโมงเดียว ไวรัสของเราจะเข้า App Store ทั่วโลก!”

โจแอบเปิด iPad Pro ชิป M4 เริ่มแฮกกลับ “เฮ้ย กูแค่กดปุ่ม hack all มันก็เริ่มโหลดแถบ progress bar แล้ว” เขากระซิบ
แต่จู่ๆ ระบบเตือนดังลั่น ดร.แบล็คหันมา “ใคร!”

ทีมโจถูกเจอเพราะ iPad 10 แบตหมดพอดี โหมดพรางตัวดับเฉยๆ ทุกคนยืนโป๊ะแตกกลางห้อง

การยิงกันเริ่มขึ้น แต่เป็นปืนกลยางเพราะหน่วยพิเศษไทยไม่ฆ่าคนจริงๆ โจวิ่งหนีกระสุนยาง คว้า iPad Air บังคับโดรนจริงๆ ที่บินมาจากข้างนอก โดรนยิงลูกบอลสีเข้าใส่ศัตรูจนเละเทะ

โจหัวเราะจนหอบ “เหมือนเล่นเกมเลยว่ะ”
พันเอกเอกยิงปืนกลยางใส่ดร.แบล็คจนล้ม “จับตัวได้!”

ทุกอย่างดูเหมือนจบ ดร.แบล็คถูกมัด ไวรัสถูกหยุด ทีมกลับฐานลับใต้ดินที่ไหนสักแห่งในกรุงเทพ โจได้รับการเลื่อนยศเป็น “ร้อยตรีแท็บเล็ต” ได้เงินเดือนเพิ่ม และอนุญาตให้ใช้ iPad ทำงานส่วนตัวได้ตามปกติ

ชีวิตโจกลับมาสงบ เขานั่งกินมาม่าหน้าทีวีเหมือนเดิม แต่คราวนี้มี iPad Pro วางข้างๆ พร้อมสติ๊กเกอร์หน่วยพิเศษติดอยู่ เพื่อนต้นโทรมาชวนกินข้าว โจตอบ “ไม่ว่างว่ะ ภารกิจลับ”

ต้นหัวเราะ “มึงยังติด prank เมื่อวานอยู่เหรอ”
โจยิ้ม “เปล่า จริงว่ะ”

หลายเดือนผ่านไป โจเริ่มชิน ภารกิจเล็กๆ น้อยๆ อย่างแฮกกล้องจราจรเพื่อช่วยรถติด หรือใช้ mini สแกนบัตรเครดิตปลอมในห้าง ชีวิตเหมือนสายลับผสมมนุษย์เงินเดือน

วันหนึ่ง มีภารกิจใหญ่สุดท้าย พันเอกเอกเรียกประชุมด่วน “Black Screen มีหัวหน้าตัวจริง เขาหลุดรอดมาได้ กำลังจะบุกฐานเรา”

โจเตรียมตัวเต็มที่ นำ iPad ทั้งสี่ไปประจันหน้า ศัตรูบุกเข้ามาจริงๆ คราวนี้ยิงกันสนั่น แต่โจใช้ Pro แฮกระบบฐานเปิดประตูหนีฉุกเฉิน ทุกคนรอด

หัวหน้าศัตรูตัวจริงเผยโฉม เป็นชายชราใส่เสื้อฮาวาย “ข้ายอมแพ้แล้ว”
โจถอนหายใจโล่งอก “จบสักที”
แต่ตอนนั้นเอง หัวหน้าศัตรูยิ้มกว้าง “ไม่จบหรอก เพราะข้าคือ… พ่อนาย”
ห้องเงียบกริบ โจตาโต “อะไรนะ?!”

ชายชราถอดหน้ากากปลอมออก เผยให้เห็นหน้าพ่อแท้ๆ ของโจ ที่หายตัวไปตั้งแต่โจเด็ก พ่อหัวเราะ “พ่อแค่ทดสอบลูกชายว่าพร้อมรับมรดกหน่วยพิเศษหรือยัง”

พันเอกเอกยืนตัวแข็ง “ท่านประธาน?!”
โจอ้าปากค้าง “พ่อ… พ่อคือหัวหน้าหน่วยใหญ่? แล้ว Black Screen ล่ะ”
พ่อโจตบไหล่ “ไม่มี Black Screen ตัวจริงหรอก ทั้งหมดเป็นการฝึกซ้อมลูกชายคนเดียว พ่ออยากให้ลูกออกจากคอนโดมาทำอะไรจริงจังบ้าง ไม่ใช่นั่งสะสม iPad อย่างเดียว”
โจมอง iPad สี่เครื่องในมือ “แล้วชิปพิเศษในเครื่องกู…”

“จริงสิ แต่พ่อฝังเองตอนไปเยี่ยมโรงงาน Apple ในฐานะนักลงทุน” พ่อยิ้ม “ลูกเก่งมาก รอดทุกด่านฝึก”

ทหารทั้งหน่วยถอดเสื้อคลุมออก เผยให้เห็นเสื้อยืดธรรมดา หัวเราะกันกลบเกลื่อน พันเอกเอกยกแก้วน้ำส้มขึ้น “ยินดีด้วยร้อยตรีโจ ผ่านการฝึกระดับสูงสุด”

โจยืนงงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะจนน้ำตาไหล “ไอ้บ้า พ่อทำให้ผมวิ่งหนีกระสุนยางตั้งนาน เพื่ออะไร”
พ่อกอดลูก “เพื่อให้ลูกมีเรื่องเล่าเจ๋งๆ ไง และเพื่อให้รู้ว่า iPad ที่ลูกชอบ มันทำอะไรได้มากกว่าดู Netflix”

จากวันนั้น โจยังคงสะสม iPad ต่อไป แต่คราวนี้เขามีฐานลับส่วนตัว มีทีมส่วนตัว และมีพ่อที่กลับมาอยู่ด้วยกัน เขาเลิกงานประจำ มาเป็นหัวหน้าหน่วยแท็บเล็ตพิเศษจริงๆ แต่ภารกิจส่วนใหญ่คือช่วยคนธรรมดา เช่น แฮกกล้องช่วยจับโจร หรือใช้ Air บังคับโดรนส่งยาให้คนป่วยในตรอกแคบ

ทุกเย็น โจจะนั่งกินมาม่ากับพ่อ เปิด iPad Pro ดู Netflix พร้อมกัน พ่อถาม “วันนี้ช่วยใครมา”
โจยิ้ม “ช่วยคุณป้าข้ามถนน โดยใช้ mini สแกนสัญญาณไฟจราจร”
พ่อหัวเราะ “ดีมาก ลูกชายพ่อ”
และทุกครั้งที่ต้นโทรมาชวนกินข้าว โจจะตอบ “ไม่ว่างว่ะ ภารกิจลับ… แต่จริงๆ นะเว้ย”


ช้อปสินค้าแบรนด์ดัง พร้อมดีลพิเศษทุกวัน สินค้าแบรนด์แท้ 100% ช้อปสินค้าแบรนด์ดัง พร้อมดีลพิเศษทุกวัน สินค้าแบรนด์แท้ 100%