นิยาย เกมใครฆ่า นิยายสืบสวนที่อ่านแล้ว เถียงกับตัวเอง ทั้งเล่ม หนังสือที่ไม่ได้ให้อ่าน แต่ให้ “สืบ”

นิยาย เกมใครฆ่า นิยายสืบสวนที่อ่านแล้ว เถียงกับตัวเอง ทั้งเล่ม

คนที่ชอบเรื่องลึกลับ รักการไขปริศนา หรือมีความฝันเล็กๆ ที่อยากลองสวมบทนักสืบ หนังสือเล่มนี้คือของที่คุณต้องลองอ่านจริงๆ นิยาย เกมใครฆ่า Murdle Volume 1 ไม่ใช่แค่นิยายอ่านเพลินๆ แต่เป็นเหมือนสนามประลองสมอง ที่จะพาคุณเข้าไปอยู่ในโลกของคดีฆาตกรรมสุดซับซ้อนกว่า 100 เรื่อง แต่ละคดีจะโยนคำถามคลาสสิกใส่คุณ  ใครคือฆาตกร? ใช้อาวุธอะไร? และลงมือที่ไหน?

จากคดีง่ายๆ ที่เหมือนจะจับได้ทันที ไปจนถึงคดีที่ซับซ้อนจนต้องใช้ทุกเสี้ยววินาทีในการคิดวิเคราะห์ คุณจะได้เดินทางผ่านฉากหลากหลาย ตั้งแต่คฤหาสน์หรูที่กลายเป็นฉากนองเลือด ไปจนถึงร้านกาแฟกลางเมืองที่กลายเป็นสถานที่สังหารอย่างอุกอาจ เรียกได้ว่าทุกหน้าคือการท้าทายไหวพริบและความเป็นนักสืบในตัวคุณแบบเต็มๆ

นิยายเรื่อง Murdle Volume 1 คือประสบการณ์ที่คุณจะได้ร่วมไขคดีไปพร้อมๆ กับนักเขียน เหมือนคุณได้เข้าไปอยู่ในโลกของนักสืบจริงๆ คดีแรกอาจดูง่าย แต่ลองถามตัวเองดูสิ… คุณจะยังยืนหยัดได้ถึงคดีที่ 100 หรือเปล่า?

ถ้าคุณกำลังมองหาหนังสือที่ทั้งสนุก ท้าทาย และทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมสืบสวนอยู่ตลอดเวลา เล่มนี้คือคำตอบที่ใช่แน่นอน 📖✨


ถ้าคุณชอบ Whoฆ่าใคร นิยายเล่มนี้ให้คุณเป็นนักสืบเอง มีให้ปวดหัวถึง 100 คดี


🙂 หนังสือ เกมใครฆ่า Murdle Volume 1
sg 11134201 821ea

หนังสือ เกมใครฆ่า Murdle Volume 1

เกมใครฆ่า: Murdle Volume 1 ไขคดีฆาตกรรม 100 เรื่องแบบไม่ต้องลุกจากเก้าอี้

เกมใครฆ่า: Murdle Volume 1 คือหนังสือปริศนาสืบสวนสุดฮิตจาก G.T. Karber ผู้เขียนชาวอเมริกัน ที่แปลไทยโดยชิดชนก เธียรผาติ และชาคร จันทร์สกุล สำนักพิมพ์วีเลิร์น ราคาไม่แพง ISBN 9786162878299 ปกอ่อน 400 หน้า ขนาดกะทัดรัด 145 x 210 x 22 มม. น้ำหนักเบาแค่ 480 กรัม พิมพ์ขาวดำบนกระดาษถนอมสายตา ชื่อต้นฉบับ Murdle: Volume 1 ซึ่งฮิตแรงทั่วโลกอันดับ 1 ในแนวเกมสืบสวน

เนื้อหาคือ 100 คดีฆาตกรรมสมมติที่ไขได้ใน 1 หน้ากระดาษต่อคดี คลาสสิกสไตล์ Who is the killer? What weapon? Where? คดีหลากหลายตั้งแต่ฮอลลีวูดหรูหรา ป่าลึกลับ สุสานผีดุ ไปจนทะเลลึก มีสารบัญแบ่งระดับ พื้นฐาน (1-25) ลี้ลับระดับกลาง (26-50) โหดหิน (51-75) ยากสุดขีด (76-100) บวกคำใบ้ เฉลย ชื่อตัวละครอังกฤษ บันทึกถอดรหัสจากผู้แปล เหมาะสำหรับคนชอบปริศนา logic puzzle ที่ท้าทายสมองแบบไม่ต้องใช้ดินสอจดยาวๆ แค่คิดวิเคราะห์เงื่อนงำในหน้าเดียวจบคดี

ความพิเศษของ หนังสือ เกมใครฆ่า Murdle Volume 1

👉 100 คดีปริศนาไขได้ใน 1 หน้ากระดาษ
หนังสือเล่มนี้แพ็กคดีฆาตกรรมสมมติครบ 100 เรื่อง แต่ละคดีออกแบบให้อยู่ในพื้นที่แค่ 1 หน้ากระดาษเท่านั้น ทำให้แก้ปริศนาได้รวดเร็ว ไม่ยืดเยื้อ คลาสสิกต้องตอบ 3 คำถามหลัก: ฆาตกรคือใคร ใช้อาวุธอะไร ลงมือที่ไหน คดีหลากหลายสถานที่และธีม เช่น ฆาตกรรมในฮอลลีวูด ศิลปะแห่งฆาตกรรม บุรุษไปรษณีย์ ป่าพิศวง สถาบันสืบสวน สุสานสยอง ลอจิโกปาร์ตี้ หรือทะเลล้นสมุทร

เงื่อนงำนำเสนอแบบ grid logic puzzle ต้องตีตารางเชื่อมโยงตัวละคร สถานที่ อาวุธ จาก clues ที่ให้มา ช่วยฝึก logical deduction โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์เสริม แค่สมองกับตา สารบัญแบ่งชัด 4 ระดับ พื้นฐานเริ่มง่าย ลี้ลับกลาง โหดหินหนัก ยากสุดขีดท้าทายสุดๆ รวม 400 หน้าแน่นปึ้ก

👉 ระดับความยากค่อยๆ เร่งขึ้นทีละขั้น
โครงสร้างแบ่งคดีเป็น 4 กลุ่มตามสารบัญชัดเจน พื้นฐานคดี 1-25 เช่น ฆาตกรรมฮอลลีวูด แล้วก็ยังมีอีก ศิลปะแห่งฆาตกรรม เริ่มจากง่ายๆ ให้มือใหม่ฝึก ลี้ลับระดับกลาง 26-50 อย่างบุรุษไปรษณีย์ ป่าพิศวง สถาบันสืบสวน เพิ่มความซับซ้อน clues มากขึ้น โหดหิน 51-75 ความตายสุสาน หวนสู่สถาบัน เดินป่าลึกลับ ต้องคิดลึก ยากสุดขีด 76-100 ฮาเฮฮอลลีวูด ลอจิโกปาร์ตี้ ฆาตกรรมล้นสมุทร เงื่อนงำยุ่งเหยิงสุดขีด แต่ละขั้นค่อยๆ เร่งดีกรี ทำให้ progressively challenging ผู้เล่นรู้สึกก้าวหน้า คดีแรกอาจจบใน 1 นาที คดีหลังๆ ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง ช่วยให้ติดงอมแงมอยากพิชิตทุกเลเวล

👉 คำใบ้ เฉลย และเอกสารเสริมครบครัน
ท้ายเล่มมีส่วนคำใบ้แยกต่างหาก ไม่ต้องกลัวติดขัด คำใบ้ค่อยๆ ปล่อยทีละนิดเพื่อ hint โดยไม่ spoil เฉลยละเอียดทุกคดี บอก who what where ชัดๆ ชื่อตัวละครภาษาอังกฤษสำหรับไขปริศนาเพราะ grid ใช้ชื่อต้นฉบับ บวกคำอธิบายเพิ่มเติม บันทึกการถอดรหัสจากผู้แปลไทย อธิบายเทคนิค logic บางจุดที่ซับซ้อน ช่วยมือใหม่เข้าใจวิธีคิด พิมพ์ขาวดำกระดาษถนอมสายตา อ่านนานไม่เมื่อยตา ขนาดพกพา น้ำหนักเบา พกไปไหนก็ได้ ไม่ต้องกลัวเลอะเพราะปกอ่อนทนทาน เหมาะเล่นคนเดียวหรือแข่งกับเพื่อน

จุดเด่นของ หนังสือ เกมใครฆ่า Murdle Volume 1

✔ ท้าทายสมองแบบเข้มข้น สร้างความภูมิใจเมื่อไขได้
เล่มนี้เด่นที่เปลี่ยนการอ่านหนังสือธรรมดาให้กลายเป็นสนามรบปัญญา แต่ละคดีคือบททดสอบ deduction skills จริงจัง คดีง่ายๆ ช่วงแรกหลอกให้มั่นใจ แต่พอเข้าคดีกลางๆ ต้องสลับสมองเชื่อม clues ที่ดูไม่เกี่ยวกัน เช่น ในคดีป่าพิศวง ต้องจับ mismatch ระหว่างเวลา สถานที่ และ alibi จนเจอจุดพลิกผัน คดียากอย่างลอจิโกปาร์ตี้ฮอลลีวูด clues 20-30 ข้อ ต้องตีตาราง mental grid ให้เป๊ะ ไม่งั้นพลาดนิดเดียวคดีพัง

ความสำเร็จที่ได้คือ dopamine rush สุดฟิน ยิ่งคดีหลังๆ ที่คนทั่วโลกบอกว่ายากติด top chart ยิ่งทำให้รู้สึกฉลาดขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แค่เล่นๆ แต่ฝึก critical thinking pattern recognition เหมือนนักสืบมือโปร ทำให้ติดจนวางไม่ลง อยากลุยต่อเรื่อยๆ แบบลืมเวลาไปเลย สร้างความท้าทายที่ addictive แบบไม่รู้ตัว

✔ สร้างประสบการณ์นักสืบเสมือนจริงในโลกสมมติหลากหลาย
จุดขายใหญ่คือ immersion เข้าสู่ฉากอาชญากรรมสมมติที่ vivid ราวกับอยู่ในหนังสือการ์ตูนสืบสวน คดีฮอลลีวูดหรูหราให้จินตนาการดาราดังโดนแทงหลังเวที คดีสุสานสยองนึกถึงฝนตกพรำๆ ผีหลอก คดีทะเลล้นสมุทรคือเรือลำหรูกลางมหาสมุทรกลายนรกเลือด สถานการณ์ไม่ซ้ำใคร ตั้งแต่ปาร์ตี้สังคมชั้นสูง ป่าดึกดำบรรพ์ ไปรษณีย์บ้านนอก หรือสถาบันสืบสวนที่ ironic กลายเป็นคดีภายใน ทำให้รู้สึกเป็น Sherlock Holmes จริงๆ

ต้อง scan clues หา contradiction เช่น alibi ไม่ match หรือ weapon ที่ซ่อนใน plain sight ธีมหลากหลายป้องกันเบื่อ ผสม humor สีสัน เช่น ฆาตกรรมศิลปินที่ ironic กับงานศิลปะ ทำให้ไม่ใช่แค่ puzzle เฉยๆ แต่เป็น story mini ที่น่าติดตาม โลกของ Murdle กว้างใหญ่พอให้ replay ได้โดยไม่จำ

✔ ฮิตทั่วโลกเพราะเข้าถึงง่ายแต่ addicting สุดๆ
ติดอันดับ 1 โลกในแนว murder logic game เพราะ balance ระหว่าง accessibility กับ depth ได้ดี มือใหม่เริ่มคดี 1 ไม่เกิน 2 นาที แต่ pros ยังต้องงัดทุกสูตรในคดี 100 ทำให้ครอบคลุมทุกวัย ทุก skill level วีเลิร์นแปลไทยดีเยี่ยม คำศัพท์ clues ชัด ไม่คลุมเครือ บันทึกผู้แปลช่วย unlock เทคนิคที่ฝรั่งถนัดแต่ไทยอาจงง เช่น elimination method หรือ chain deduction ทำให้คนไทยเล่นเพลินไม่แพ้ original

ทั่วโลกขายล้านเล่ม มี fan community แชร์คดียากบน Reddit Twitter เล่นคนเดียว chill หรือ party game แข่งกัน timing ได้สนุก พกพาง่าย เล่นคาเฟ่ รถไฟ บ้าน เพื่อนชวนเล่นทีไรทะเลาะกันว่าเฉลยผิดป่ะ แต่สุดท้ายหัวเราะร่า ความ universal appeal นี้แหละที่ทำให้ฮิตระเบิด ไม่ต้อง app ไม่ต้อง board game แค่เล่มเดียวจบ

หนังสือนิยาย เกมใครฆ่า: Murdle Volume 1 คือเพื่อนคู่ใจสำหรับวันฝนตกหรือคืนนอนไม่หลับ ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่โลกปริศนาแบบไม่ต้องเสียเงินเพิ่มสักบาท ลองหยิบมาลุยคดีแรกดูสิ แล้วคุณจะติดจนหยุดไม่ได้

หนังสือ เกมใครฆ่า Murdle Volume 1ร้านแนะนำ

หนังสือ เกมใครฆ่า Murdle Volume 1ร้านแนะนำ 2


นิยาย ปริศนาฆาตกรรมยามน้ำชา

AP1GczNCajLX8czEjvLAUc7Xl 7ZWPP KBVYamUEUkudOSxxDOoScliqyYs0cM47rrTvBs1QkrP2wKjFNqyto1 CeZwWdpdolFpVv4Z81AzJE1PMmlrqroTyGlRzxl31WH3E6IkhES0NmiR KzeJ574lYxQS=w461 h658 s no
.ปริศนาฆาตกรรมยามน้ำชา

ในปี 1929 หมู่บ้านทีวูดกรีนยังคงเงียบสงบเหมือนเคย บ้านเรือนไม้สีขาวเรียงรายตามถนนกรวดแคบ ๆ ต้นโอ๊กใหญ่ยืนเฝ้าประตูบ้านเก่าแก่ ร้านชา “เบอร์ทีส์ บรีว์” ของ “เบอร์ที” บัตเตอร์ตั้งอยู่หัวมุมถนนหลัก เป็นจุดรวมตัวของชาวบ้านทุกบ่าย โดยเฉพาะเวลาน้ำชา ที่ทุกคนจะยกถ้วยขึ้นพร้อมกันราวกับมีนาฬิกาลึกลับบอกเวลา

เบอร์ทีเป็นชายวัย 40 ต้น ๆ รูปร่างกลม ๆ ผมสีน้ำตาลเริ่มลอย รอยยิ้มติดอยู่บนหน้าเสมอแม้กำลังยุ่ง เขาชงชาเก่งจนชาวบ้านยกให้เป็น “ราชาแห่งเอิร์ลเกรย์” แต่สิ่งที่เขารักยิ่งกว่าการชงชาคือการแก้ปริศนา ทุกเย็นหลังปิดร้าน เขาจะนั่งที่โต๊ะมุมลับพร้อมปากกาและสมุดเล่มเล็ก ไขปริศนาจากหนังสือพิมพ์เก่า ๆ

วันหนึ่ง พัสดุสีน้ำตาลใบใหญ่มาถึงหน้าประตูร้าน เป็นหนังสือเล่มหนา ปกแข็งสีเขียวเข้ม ชื่อภาษาอังกฤษตัวใหญ่ “Murdle: Volume 1” โดย G.T. Karber ชาวอเมริกันที่กำลังฮิตทั่วลอนดอน เพื่อนเก่าที่ทำงานสำนักพิมพ์ส่งมาให้พร้อมจดหมายสั้น ๆ “ลองดูสิ เบอร์ที เล่มนี้กำลังทำให้คนบ้าทั้งเมือง”

เบอร์ทีเปิดเล่มครั้งแรกตอนค่ำวันนั้นเอง คดีแรกชื่อ “ฆาตกรรมในฮอลลีวูด” มีตัวละคร 5 คน สถานที่ 5 แห่ง อาวุธ 5 ชิ้น และเงื่อนงำ 20 ข้อที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกันเลย เขานั่งอ่านเงื่อนงำข้อแรก ขมวดคิ้ว แล้วยิ้มกว้าง “นี่มัน grid logic ชัด ๆ” เขาพึมพำ ก่อนหยิบดินสอขึ้นมาตีตารางในหัว

ตั้งแต่นั้นมา ชีวิตเบอร์ทีเปลี่ยนไป เขาแก้คดีในเล่มทีละคดี ๆ บางคดีใช้เวลา 10 นาที บางคดีนั่งทั้งคืนจนชาในกาต้มเย็นสนิท “แมรี่” ภรรยาเดินผ่านห้องครัวเห็นสามีนั่งพึมพำคนเดียวก็ได้แต่ส่ายหัว “อีกแล้วเหรอคะ เบอร์ที คดีไหนตายไปกี่ศพแล้ว” เบอร์ทีหัวเราะ “ยังไม่มีศพจริงหรอกจ้ะ แค่ในกระดาษ”

จนกระทั่งบ่ายวันพฤหัสบดีวันหนึ่ง

“ลอร์ดชาร์ลส์ แมคมิลลัน” ลูกค้าประจำร้าน นั่งโต๊ะมุมส่วนตัวตามเคย เขาเป็นขุนนางหนุ่มที่เพิ่งรับมรดกคฤหาสน์เก่าแก่ แต่ชอบมานั่งร้านชาเล็ก ๆ เพราะ “เงียบดี” วันนั้นเขาสั่งเอิร์ลเกรย์หนึ่งถ้วย เค้กหนึ่งจาน แล้วนั่งอ่านหนังสือพิมพ์เงียบ ๆ เหมือนทุกวัน

เวลาใกล้สี่โมงเย็น “คุณนายสมิธ” ลูกค้าอีกคน เดินเข้ามาสั่งชาเช่นกัน เธอเป็นหม้ายวัย 50 ที่ชอบนินทาเรื่องชาวบ้าน “นายโจนส์” คนส่งนมประจำหมู่บ้าน แวะมาส่งนมและนั่งพักสักครู่ “มิสเอมิลี่ กรีน” เลขานุการสาวของลอร์ดชาร์ลส์ ก็ตามเข้ามาเพื่อส่งเอกสารบางอย่าง ทั้งสี่คนอยู่ในร้านพร้อมกันช่วงสั้น ๆ ก่อนที่คนอื่น ๆ จะทยอยออกไป

เบอร์ทีเสิร์ฟชาให้ลอร์ดชาร์ลส์เป็นคนสุดท้าย แล้วกลับไปที่เคาน์เตอร์

10 นาทีต่อมา เสียงกรี๊ดของมิสกรีนดังลั่น

ลอร์ดชาร์ลส์นั่งตัวแข็งทื่อในเก้าอี้ หน้าซีดเผือด ปากอ้าค้าง ถ้วยชาวางคว่ำข้างจานที่แทบไม่ได้แตะ มีฟองสีขาวบาง ๆ ไหลออกจากมุมปาก

“ตายแล้ว!” คุณนายสมิธร้อง “เขาถูกวางยาพิษ!”

ข่าวแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านภายในชั่วโมงเดียว ตำรวจจากเมืองข้าง ๆ มาถึงตอนพระอาทิตย์ตก เบอร์ทีปิดร้านชั่วคราว แต่ใจเขาเต้นแรง เขาหยิบหนังสือ Murdle ออกมาจากลิ้นชักใต้เคาน์เตอร์ทันที

“นี่มันคดีจริง ๆ” เขาพึมพำตื่นเต้น “และฉันจะไขมันให้ได้”

คืนนั้น เบอร์ทีนั่งที่โต๊ะในครัว ตีตารางใหญ่บนกระดาษห่อขนมเก่า ตัวละคร: ลอร์ดชาร์ลส์ (เหยื่อ), คุณนายสมิธ, นายโจนส์, มิสกรีน, และตัวเขาเอง (ในฐานะคนชงชา) สถานที่: โต๊ะมุม, เคาน์เตอร์, ห้องครัวหลังร้าน, ประตูหน้า, ประตูหลัง อาวุธ: พิษในชา, มีดในครัว, เชือกในโกดัง, ยาพิษหนูที่ร้านขายของชำ, ถ้วยชาแตก

เงื่อนงำที่เขารวบรวมได้จากการถามลูกค้าที่เหลือและความจำของตัวเอง:

ลอร์ดชาร์ลส์ทะเลาะกับคุณนายสมิธเมื่อสัปดาห์ก่อน เรื่องที่เธออยากยืมเงินแต่เขาไม่ให้
นายโจนส์เคยถูกไล่ออกจากคฤหาสน์เพราะส่งนมช้า
มิสกรีนเพิ่งถูกหักเงินเดือนเพราะทำเอกสารผิด
มีเพียงเบอร์ทีเท่านั้นที่เข้าไปในห้องครัวหลังร้านช่วงนั้น
ถ้วยชาของลอร์ดชาร์ลส์เป็นถ้วยใบเดียวที่เบอร์ตีชงใหม่ เพราะใบแรกเย็นไป

เบอร์ทีตีตารางไปมา ลบ ๆ เขียน ๆ จนดินสอสั้น เขาสรุปในใจว่า มิสกรีนมีโอกาสมากที่สุด เธอเข้ามาสุดท้าย ส่งเอกสารแล้วนั่งคุยกับลอร์ดชาร์ลส์สักพัก มีเวลาใส่พิษลงในถ้วยได้ และ motive ชัดเจนเรื่องเงินเดือน

เช้าวันต่อมา เบอร์ทีเดินไปหาตำรวจด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม “ผมรู้แล้วครับว่าใครทำ” เขาบอก “สารวัตรจอห์นสัน” “คือมิสกรีน เธอมีทั้งโอกาสและเหตุจูงใจ”

ตำรวจพยักหน้าแล้วไปจับมิสกรีนมาสอบสวน เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

แต่บ่ายวันนั้น ผลชันสูตรศพออกมา

หมอประจำหมู่บ้านเดินเข้าร้านชาของเบอร์ทีด้วยสีหน้าแปลก ๆ “ไม่ใช่พิษครับคุณบัตเตอร์ ลอร์ดชาร์ลส์แพ้ถั่วอย่างรุนแรง เขาเคยบอกผมเมื่อปีก่อนแต่ลืมบอกใคร ๆ และตอนวันนั้น…คุณใส่เนยถั่วบดผสมลงไปนิดหน่อยใช่ไหม”

เบอร์ทีหน้าซีด “ผสมครับ…สูตรใหม่ที่อยากลอง”

“แค่นั้นแหละครับ” หมอยิ้ม “อุบัติเหตุบริสุทธิ์ ไม่มีคดีฆาตกรรม”

ข่าวแพร่ไปทั่วหมู่บ้านอีกครั้ง คราวนี้ทุกคนหัวเราะกันกลบเกลื่อน เบอร์ทีกลายเป็นตัวตลกประจำสัปดาห์ “นักสืบชาเย็น” คือฉายาใหม่ที่เด็ก ๆ เรียกตามหลังเขา คุณนายสมิธแซวทุกครั้งที่มา “วันนี้มีพิษในชาไหมคะคุณบัตเตอร์” แมรี่ภรรยาได้แต่ถอนหายใจยาว

เบอร์ทีเขินจนอยากซุกตัวในห้องครัวไปตลอดชีวิต แต่เขายังแอบเปิด Murdle ต่อทุกคืน “อย่างน้อยในเล่มนี้” เขาบอกตัวเอง “ศพยังตายจริง ๆ”

หลายสัปดาห์ผ่านไป หมู่บ้านกลับมาเงียบสงบตามปกติ แต่เหตุการณ์แปลก ๆ เริ่มเกิดขึ้นทีละน้อย

ครั้งแรก ของมีค่าหายจากบ้านคุณนายสมิธ เธอบอกว่าแหวนทองหายจากโต๊ะข้างเตียง เบอร์ตี้นึกถึงคดีที่ 26 ในเล่ม “ฆาตกรรมบุรุษไปรษณีย์” ทันที เขาเริ่มสงสัยนายโจนส์ คนส่งของประจำหมู่บ้าน

ครั้งที่สอง มีคนเห็นเงาคนเดินในป่าหลังหมู่บ้านตอนดึก คล้ายคดีป่าพิศวง เบอร์ตี้เริ่มจดชื่อคนที่ออกจากบ้านตอนกลางคืน
ครั้งที่สาม จดหมายข่มขู่ส่งมาถึงคฤหาสน์เก่า (ที่ตอนนี้ว่างเปล่า) เขานึกถึงคดีลอจิโกปาร์ตี้ฮอลลีวูดทันที

เบอร์ตี้กลับมาคึกคักอีกครั้ง เขาเดินไปมาในหมู่บ้าน ถามคำถามแปลก ๆ อีก เช่น “คืนวันอังคารคุณอยู่ไหน” หรือ “คุณเคยถือเชือกไหม” ชาวบ้านเริ่มกระซิบกันว่า “เบอร์ตี้บ้าไปแล้ว”

จนกระทั่งคืนหนึ่ง แมรี่เรียกเขานั่งที่โต๊ะอาหารอย่างจริงจัง “เบอร์ทีคะ” เธอพูด “ฉันมีเรื่องต้องสารภาพ”

เบอร์ตี้ขมวดคิ้ว “อะไรจ้ะ”
แมรี่ถอนหายใจยาว “ทุกอย่างที่เกิดขึ้นหลังจากลอร์ดชาร์ลส์ตาย…แหวนหาย ป่ามีคนเดิน จดหมายข่มขู่…ฉันกับเพื่อนบ้านบางคนเป็นคนจัดฉากทั้งหมด”
เบอร์ตี้ตาโต “อะไรนะ!”

“เราอยากให้คุณเลิกหมกมุ่นกับหนังสือเล่มนั้นค่ะ คุณไม่ช่วยงานบ้าน ไม่สนใจใครเลยตั้งแต่ได้เล่มนั้นมา เราจึงคิดว่าจะแกล้งให้คุณกลัวหน่อย ให้รู้ว่าชีวิตจริงไม่ใช่ปริศนาในกระดาษ” แมรี่ยิ้มอ่อน “แหวนของคุณนายสมิธซ่อนไว้ในตู้กับข้าว จดหมายข่มขู่ฉันเขียนเอง คนเดินในป่าคือนายโจนส์ที่เราเกลี้ยกล่อมให้ช่วย”

เบอร์ตี้นั่งนิ่งไปครู่ใหญ่ แล้วหัวเราะออกมาดังลั่น “โอ้พระเจ้า ฉันตกหลุมพรางทั้งดุ้นเลยเหรอเนี่ย”
ทั้งคู่หัวเราะด้วยกันจนน้ำตาไหล แมรี่ย้ำว่า “เลิกแก้ปริศนาได้แล้วนะคะ กลับมาชงชาให้ดีเหมือนเดิมเถอะ”
เบอร์ตี้พยักหน้า “ได้สิจ้ะ ฉันเลิกแล้ว”

วันต่อ ๆ มา ร้านชากลับมาคึกคัก ชาไม่เคยเย็นอีก เบอร์ตี้ยิ้มกว้างให้ลูกค้าทุกคน หนังสือ Murdle ถูกเก็บไว้บนชั้นสูงสุดในห้องนอน ไม่เคยหยิบลงมาอีก

จนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง หกเดือนต่อมา
พัสดุสีน้ำตาลใบใหญ่วางอยู่หน้าประตูร้านอีกครั้ง เบอร์ตี้เปิดดูด้วยความสงสัย ข้างในคือหนังสือเล่มใหม่ ปกสีน้ำเงินเข้ม ชื่อ “Murdle: Volume 2” พร้อมจดหมายสั้น ๆ จาก G.T. Karber
“ถึงคุณเบอร์ตี้ บัตเตอร์

ผมได้ยินเรื่องราวของคุณจากเพื่อนในสำนักพิมพ์อังกฤษ คุณแก้ Volume 1 ได้หมดทุกคดีภายในสามเดือน น่าทึ่งมาก ผมจึงส่ง Volume 2 ให้เป็นกรณีพิเศษ และมีเรื่องอยากบอก

คดีทั้ง 100 ใน Volume 1 ไม่ได้แต่งจากอากาศธาตุทั้งหมด ผมมีเพื่อนเก่าในหมู่บ้านทีวูดกรีนที่เล่าเรื่องชาวบ้านให้ฟังเมื่อยี่สิบปีก่อน เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาคิดว่าเหมือนปริศนา ผมจึงนำมาแต่งเป็นคดี

และเพื่อนคนนั้น…ชื่อเบอร์ตี้ บัตเตอร์ เช่นกัน เขาเป็นลุงของคุณที่เสียไปเมื่อสิบปีก่อน เขาชอบแก้ปริศนามาก และเคยบอกผมว่า “หลานชายฉันต้องชอบเล่มนี้แน่ ๆ ถ้าผมยังมีชีวิตอยู่”

ขอให้สนุกกับ Volume 2 นะครับ
ด้วยความเคารพ
G.T. Karber”

เบอร์ตี้ยืนนิ่งหน้าประตูร้าน มือสั่นเล็กน้อย holding หนังสือเล่มใหม่ เขาหันไปมองแมรี่ที่กำลังชงชาอยู่ในครัว

“ที่รัก” เขาพูดเสียงสั่น “ผมคิดว่าผมต้องกลับไปแก้ปริศนาอีกสักหน่อยแล้วล่ะ”
แมรี่ถอนหายใจยาว แต่คราวนี้เธอยิ้ม “เอาเถอะ แต่ชาต้องร้อนนะคะ”
และในบ่ายวันนั้น ถ้วยชาทุกถ้วยในร้านเบอร์ทีส์ บรีว์ ร้อนจัดพร้อมเสิร์ฟ ขณะที่เจ้าของร้านนั่งอยู่มุมลับ ตีตารางใหม่ด้วยรอยยิ้มกว้างกว่าที่เคย

นิยาย ปริศนาฆาตกรรมยามน้ำชา บทสุดท้าย

หกเดือนผ่านไปเร็วราวกับชาเอิร์ลเกรย์ที่เดือดปุด ๆ ในกาน้ำทองแดงของเบอร์ตี้ ร้านเบอร์ทีส์ บรีว์ ยังคงคึกคักเหมือนเคย ลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นเสียด้วยซ้ำ เพราะข่าวลือว่า “เจ้าของร้านแก้ปริศนาเก่งกว่าตำรวจ” แพร่ไปทั่วทีวูดกรีน แมรี่เคยบ่นตอนแรก ๆ ว่า “เดี๋ยวคนก็มาถามคดีแทนสั่งชา” แต่สุดท้ายเธอก็ยอม เพราะเห็นสามีมีความสุขกว่าที่เคย รอยยิ้มของเบอร์ตี้กว้างขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะตอนค่ำที่เขานั่งมุมลับกับ Murdle Volume 2

เล่มใหม่ยากกว่าที่คิด คดีแรก ๆ ยังพอไหว แต่พอถึงคดีระดับ “ยากสุดขีด” เบอร์ตี้ต้องตีตารางใหญ่จนกระดาษห่อขนมเก่าหมดไปสองม้วน เขาพึมพำคนเดียวบ่อย ๆ “อาวุธนี้ต้องจับคู่กับสถานที่นั้นแน่ ๆ แต่ alibi ของตัวละครนี้มันขัดกันยังไงนะ” แมรี่เดินผ่านทีไรก็แอบยิ้ม “อย่าลืมกินข้าวนะคะ นักสืบ”

ฤดูใบไม้ผลิปี 1930 มาถึงพร้อมข่าวใหญ่ ขุนนางใหม่ชื่อ “เซอร์อาร์เธอร์ เฮนรี” เพิ่งย้ายมาอยู่คฤหาสน์เก่าที่เคยเป็นของลอร์ดชาร์ลส์ เขาเป็นนักสะสมของเก่า ชอบซื้อเครื่องเงิน โถเครื่องลายคราม และภาพวาดโบราณจากทั่วอังกฤษ ชาวบ้านชอบเขาเพราะใจกว้าง ชอบแจกขนมให้เด็ก ๆ และสั่งชาร้อน ๆ จากร้านเบอร์ตี้ทุกบ่าย

วันหนึ่ง เซอร์อาร์เธอร์เดินเข้าร้านด้วยสีหน้าตื่นเต้น “คุณบัตเตอร์ ผมมีเรื่องอยากปรึกษา” เขาพูดเสียงเบา “ของมีค่าหายจากคฤหาสน์ผม โถเงินโบราณสมัยวิคตอเรียน หายไปจากตู้โชว์ในห้องสมุด ไม่มีร่องรอยงัดแงะ ประตูหน้าต่างล็อกหมด”

เบอร์ตี้ตาโต “หายยังไงครับ”

“เมื่อคืนผมจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ มีแขกห้าคนมา ทุกคนเป็นเพื่อนเก่า แต่เช้ามาโถหายไปไหนไม่รู้”

เบอร์ตี้หัวใจเต้นแรง นี่มันเหมือนคดีใน Murdle Volume 2 เลย คดีที่ 76 “ฮาเฮฮอลลีวูด!” ที่มีงานปาร์ตี้แล้วของหาย เขายิ้มกว้าง “ผมช่วยได้ครับ เซอร์อาร์เธอร์”

ข่าวแพร่ไปเร็ว ชาวบ้านฮือฮา “นักสืบชาเย็นกลับมาแล้ว” เด็ก ๆ วิ่งตามเบอร์ตี้ไปคฤหาสน์ คุณนายสมิธแซว “คราวนี้อย่าบอกว่าคนตายเพราะแพ้ถั่วอีกนะคะ”

เบอร์ตี้เริ่มสืบอย่างจริงจัง เขาจดชื่อแขกทั้ง 5 คน:

เลดี้อลิซ เพื่อนสมัยเด็กของเซอร์อาร์เธอร์ ชอบยืมเงินบ่อย ๆ
นายเฮนรี โบร๊ค นักธุรกิจที่เคยขาดทุนเพราะลงทุนกับเซอร์อาร์เธอร์
มิสโรสแมรี หลานสาวที่หวังมรดก
นายวิลเลียม คนสวนที่เพิ่งถูกดุเพราะตัดกุหลาบผิด
และนายจอร์จ เพื่อนนักสะสมที่เคยทะเลาะเรื่องราคาของเก่า

สถานที่ในคฤหาสน์: ห้องสมุด, ห้องอาหาร, สวนหลังบ้าน, ห้องนอนชั้นบน, โรงรถ

เบอร์ตี้ถามทุกคนทีละคน จด alibi และความสัมพันธ์ เขานั่งในร้านชาค่ำนั้น ตีตารางใหญ่บนกระดาษสีน้ำตาล เงื่อนงำที่ได้มา:

เลดี้อลิซอยู่ห้องอาหารตลอดคืน มีคนเห็น
นายโบร๊คออกไปสูบบุหรี่ในสวนช่วงสั้น ๆ
มิสโรสแมรีขึ้นห้องนอนเร็วเพราะปวดหัว
นายวิลเลียมเก็บของในโรงรถตอนงานเลี้ยงจบ
นายจอร์จอยู่ห้องสมุดกับเซอร์อาร์เธอร์นานที่สุด

เบอร์ตี้ขีดฆ่าไปมา สรุปว่านายจอร์จต้องสงสัยที่สุด เขามีเวลาในห้องสมุด โมทีฟชัดเรื่องทะเลาะราคา และอาจซ่อนโถในกระเป๋าเสื้อโค้ตใหญ่ ๆ ได้

วันต่อมา เบอร์ตี้เดินไปหาเซอร์อาร์เธอร์ด้วยความมั่นใจ “ผมรู้แล้วครับว่าใครเอาโถไป”
เซอร์อาร์เธอร์พยักหน้า “ใครครับ”
“นายจอร์จ เพื่อนนักสะสมของท่าน เขามีทั้งโอกาสและเหตุจูงใจ”
เซอร์อาร์เธอร์ยิ้มแปลก ๆ “งั้นเรารอตำรวจมาจับกัน”

แต่ก่อนตำรวจมาถึง นายวิลเลียม คนสวน เดินเข้ามาในคฤหาสน์ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เขาถือโถเงินใบนั้นไว้ในมือ “ผมเจอมันครับ ในพุ่มกุหลาบหลังบ้าน ผมตัดแต่งกุหลาบเช้านี้เลยเจอ”

ทุกคนงง เบอร์ตี้ยิ่งงงกว่า โถเงินวางอยู่ในพุ่มกุหลาบแบบไม่ซ่อนเลย ราวกับใครตั้งใจทิ้งไว้

เซอร์อาร์เธอร์หัวเราะออกมา “โอ้พระเจ้า ผมลืมไปเลย ผมเมาเมื่อคืน หลังแขกกลับ ผมหยิบโถมาดูเล่น ๆ แล้วเดินออกไปสูดอากาศในสวน ลมแรงโถหลุดมือตกพุ่มกุหลาบ ผมหาจนเหนื่อยเลยคิดว่าหายไปจริง ๆ”

ทุกคนหัวเราะกลบเกลื่อน เบอร์ตี้หน้าแดงก่ำ “อีกแล้วเหรอครับ”

ข่าวแพร่ไปทั่วหมู่บ้านรอบสอง “นักสืบชาเย็นเจอคดีปลอมอีกแล้ว” เด็ก ๆ ร้องเพลงแซว คุณนายสมิธสั่งชาแล้วพูด “วันนี้มีโถเงินในชาไหมคะ” แมรี่หัวเราะจนน้ำตาไหล “เบอร์ตี้คะ ชีวิตจริงมันไม่เหมือนในหนังสือจริง ๆ นะคะ”

เบอร์ตี้เขินจนอยากซุกตัวในกาน้ำชา แต่เขายังแอบแก้ Murdle Volume 2 ต่อทุกคืน “อย่างน้อยในเล่มนี้ ของหายยังหายจริง ๆ”

ฤดูร้อนมาถึง วันหนึ่ง พัสดุสีน้ำตาลใบใหญ่มาอีกครั้ง เบอร์ตี้เปิดดูด้วยความตื่นเต้น ข้างในไม่ใช่หนังสือ แต่เป็นจดหมายยาวจาก G.T. Karber และตั๋วรถไฟไปลอนดอน

จดหมายเขียนว่า:
“ถึงคุณเบอร์ตี้ บัตเตอร์
ผมได้ยินเรื่องราวของคุณเพิ่มเติมจากเพื่อนในอังกฤษ คุณแก้ Volume 2 ได้เร็วมากจนสำนักพิมพ์ตกใจ และเรื่องที่คุณพยายามแก้คดีในหมู่บ้านจริง ๆ ทำให้ผมหัวเราะจนท้องแข็ง ผมอยากเชิญคุณมาลอนดอน เพื่อคุยกันตัวต่อตัว ผมมีเรื่องเซอร์ไพรส์เกี่ยวกับลุงของคุณ
ผมรออยู่ที่โรงแรมคลาริดจ์ส สัปดาห์หน้า
ด้วยความเคารพ
G.T. Karber”

เบอร์ตี้ตื่นเต้นจนมือสั่น แมรี่เห็นจดหมายก็ยิ้ม “ไปสิคะ ฉันดูร้านเอง”

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เบอร์ตี้แต่งตัวหล่อที่สุดเท่าที่เคย นั่งรถไฟไปลอนดอนครั้งแรกในชีวิต เขาเดินเข้าโรงแรมคลาริดจ์สด้วยหัวใจเต้นแรง แล้วเห็นชายหนุ่มผมสีน้ำตาลยืนรออยู่ G.T. Karber ตัวจริง ยิ้มกว้างเท่ากัน

ทั้งคู่คุยกันยาวจนค่ำ Karber เล่าเรื่องการแต่ง Murdle ว่าได้แรงบันดาลใจจากจดหมายเก่าของลุงเบอร์ตี้จริง ๆ ที่เคยเขียนเล่าเรื่องชาวบ้านให้ฟังสมัยหนุ่ม ๆ

“แต่ที่เซอร์ไพรส์จริง ๆ คือ” Karber พูดเสียงเบา “ลุงของคุณไม่ได้เสียชีวิตเมื่อสิบปีก่อนอย่างที่ทุกคนคิด”
เบอร์ตี้ตาโต “อะไรนะครับ”

Karber ยิ้ม “ท่านย้ายไปอเมริกาเงียบ ๆ เพราะหนี้สินเล็กน้อย ท่านเปลี่ยนชื่อและเริ่มชีวิตใหม่ ท่านคือคนที่เล่าเรื่องให้ผมฟัง ท่านตามข่าวคุณมาตลอด และอยากเจอหลานชายที่ชอบแก้ปริศนาเหมือนกัน”

ประตูห้องเปิดออก ชายชราผมขาวเดินเข้ามา รอยยิ้มคุ้นเคยจนเบอร์ตี้จำได้ทันที “ลุงเบอร์ตี้!” เขาร้อง
ทั้งคู่กอดกันน้ำตาไหล Karber หัวเราะ “ท่านบอกผมว่า ถ้าหลานแก้ Volume 1 และ 2 ได้หมด ท่านจะกลับมาเจอ”
ลุงเล่าเรื่องเก่า ๆ ว่าชอบแก้ปริศนาตั้งแต่หนุ่ม และเรื่องชาวบ้านทีวูดกรีนที่เคยเล่าให้ Karber ฟังกลายเป็นคดีในหนังสือจริง ๆ

เบอร์ตี้หัวเราะจนท้องแข็ง “ผมแก้คดีจริงในหมู่บ้านมาตลอด แต่ดันเจอแต่เรื่องตลก ๆ”
ลุงตบไหล่ “ชีวิตจริงมันตลกกว่าปริศนาในกระดาษเสมอหลานเอ๋ย”
หนึ่งเดือนต่อมา ลุงย้ายกลับมาอยู่ทีวูดกรีน เปิดร้านชาเล็ก ๆ ข้างร้านเบอร์ตี้ ชื่อ “เบอร์ตี้ส์ บรูว์ ทู” ชาวบ้านฮือฮา เด็ก ๆ ได้ขนมฟรีสองร้าน แมรี่หัวเราะทุกวัน “บ้านเรามีนักสืบสองคนแล้ว”

เบอร์ตี้ยังแก้ปริศนาใน Murdle ทุกคืน แต่ตอนนี้มีลุงนั่งข้าง ๆ ตีตารางด้วยกัน บางคืนทั้งคู่หัวเราะจนร้านสั่น เพราะคดีในเล่มยากเกินไป หรือบางคืนก็แซวกันว่าชีวิตจริงตลกกว่า

และในทุกบ่าย ถ้วยชาในทีวูดกรีนยังคงร้อนจัด ชาวบ้านยกถ้วยขึ้นพร้อมกันราวกับมีนาฬิกาลึกลับบอกเวลา แต่คราวนี้มีเสียงหัวเราะดังตามมาเสมอ

เพราะในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ ปริศนาที่แท้จริงไม่ใช่ใครฆ่าใคร แต่คือการใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน แม้จะมีโถเงินตกพุ่มกุหลาบบ้าง หรือคนตายเพราะแพ้ถั่วบ้าง ก็ตาม

และเบอร์ตี้ บัตเตอร์ รู้ดีว่า ชาร้อนหนึ่งถ้วย กับปริศนาดี ๆ หนึ่งเล่ม บวกครอบครัวที่เข้าใจ ก็เพียงพอสำหรับชีวิตที่สมบูรณ์แบบแล้ว


ช้อปสินค้าแบรนด์ดัง พร้อมดีลพิเศษทุกวัน สินค้าแบรนด์แท้ 100% ช้อปสินค้าแบรนด์ดัง พร้อมดีลพิเศษทุกวัน สินค้าแบรนด์แท้ 100%