เวลาเลือกไอเท็มแฟชั่นสักชิ้น หลายคนคงอยากได้ของที่ทั้งสวย ใช้ง่าย และคุ้มค่าใช่ไหมคะ วันนี้เลยอยากมาเล่าให้ฟัง ว่ามี 3 ไอเท็มที่น่าสนใจมาก ๆ ทั้งกระเป๋า เสื้อคลุม และรองเท้า ที่ถ้าเอามาแมทช์กันแล้วคือได้ลุคครบจบตั้งแต่ชิล ๆ ไปจนถึงดูดีมีสไตล์เลยค่ะ
👜 Mantou Bag จาก GARMENTI
กระเป๋าสะพายไหล่ทรง Hobo ที่ดีไซน์เรียบง่ายแต่ดูแพงมาก สายสะพายยาวกำลังดี 28 ซม. ถึงจะปรับไม่ได้แต่ก็พอดีสำหรับสะพายไหล่สวย ๆ ช่องหลักกว้างใส่ของจำเป็นได้ครบ พร้อมช่องเล็กด้านใน 2 ช่อง (มีซิป 1 ช่อง) วัสดุหนัง PU เกรดพรีเมียมทั้งด้านนอกและซับใน น้ำหนักเบาแค่ 560-600 กรัม ถือแล้วดูมีสไตล์แบบไม่ต้องพยายามเยอะ
👗 เสื้อคาร์ดิแกนไหมพรม คอวี แขนยาว
เสื้อคลุมที่ใส่แล้วดูชิคสุด ๆ เนื้อผ้า Cotton หนานุ่ม ไม่บาง ไม่ย้วย มีให้เลือกถึง 14 สี จะใส่ทำงานก็สุภาพ ใส่เที่ยวก็สบาย ๆ รุ่นนี้บอกเลยว่าคุณภาพเกินราคา คุ้มมากสำหรับสาว ๆ ที่อยากได้เสื้อคลุมกันหนาวที่แมทช์ง่ายทุกโอกาส
👟 Tie Mary Jane Sneakers
รองเท้า Mary Jane ที่ถูกอัปเกรดให้สปอร์ตขึ้น หัวรองเท้าทรงกลม ดีไซน์เท่ ๆ ผสมผสานหนังกลับกับหนังวีแกน พื้น Ortholite นุ่มกระชับ เดินสบายทั้งวัน น้ำหนักเบาด้วย EVA midsole และ outsole ยึดเกาะดีสุด ๆ มี 2 สีให้เลือก (Cream 182g / Black 185g) ใส่แล้วได้ทั้งลุคหวานและลุคสปอร์ตในคู่เดียว
ทั้ง 3 ไอเท็มนี้เหมือนเป็น “ทีมแฟชั่น” ที่ช่วยให้การแต่งตัวสนุกขึ้นเยอะเลยค่ะ กระเป๋า Mantou Bag เพิ่มความเรียบหรู เสื้อคาร์ดิแกนไหมพรมเพิ่มความอบอุ่นและชิค ส่วนรองเท้า Mary Jane Sneakers ก็เติมความสปอร์ตให้ลุคดูสดใสขึ้นอีกระดับ ใครกำลังมองหาไอเท็มที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและยังดูดีมีสไตล์ ทั้ง 3 ชิ้นนี้คือคำตอบที่ใช่ 💯
กระเป๋า เสื้อคลุม รองเท้าที่ใส่แล้วไม่เฟล แต่งตัว 1 วัน แต่ดูแพงทั้งเซต ลุคสาวอบอุ่น แต่ไม่เชย
เปรียบเทียบ กระเป๋า GARMENTI + คาร์ดิแกน + Mary Jane สายหวานเท่ ลุคผู้หญิงชิลแต่มีคลาส
| คุณสมบัติ | รายละเอียดเปรียบเทียบ |
|---|---|
| ประเภทสินค้า | Mantou Bag: กระเป๋าสะพายไหล่ทรง Hobo นุ่ม ๆ เสื้อคาร์ดิแกน: เสื้อคลุมไหมพรมแขนยาวคอวี Tie Mary Jane Sneakers: รองเท้าสนีกเกอร์ทรง Mary Jane สปอร์ตผสมคลาสสิก |
| แบรนด์ | Mantou Bag: GARMENTI เสื้อคาร์ดิแกน: สไตล์เกาหลี (ไม่ระบุแบรนด์ชัด) Tie Mary Jane Sneakers: STAND OIL |
| วัสดุหลัก | Mantou Bag: หนัง PU เกรดพรีเมียมทั้งภายนอกซับใน เสื้อคาร์ดิแกน: Cotton นุ่มหนากำลังดี Tie Mary Jane Sneakers: Faux Leather วีแกนผสมผ้าหนังกลับ พื้น EVA และ Rubber |
| จำนวนสีที่มี | Mantou Bag: 6 สีโทนอบอุ่น earthy เสื้อคาร์ดิแกน: 14 สี หลากหลายทั้งเข้มอ่อนสดใส Tie Mary Jane Sneakers: 2 สีคลาสสิก (Cream กับ Black) |
| ขนาดและน้ำหนัก | Mantou Bag: ขนาดเดียว น้ำหนัก 560-600 กรัม เสื้อคาร์ดิแกน: Free size M-L และ XL Tie Mary Jane Sneakers: 36-40 น้ำหนักเบามาก ~182-185 กรัม |
| ดีไซน์เด่นและการปรับ | Mantou Bag: สายสะพายคงที่ 28 ซม. ปิดแม่เหล็ก ช่องเล็กด้านใน เสื้อคาร์ดิแกน: เปิดหน้า ทรงหลวมสบาย Tie Mary Jane Sneakers: สายผูก tie ปรับได้ หัวกลม พื้น Ortholite ยืดหยุ่น |
| ความสบายและการใช้งาน | Mantou Bag: เบา พาดไหล่พอดี ใส่ของจำเป็นประจำวัน เสื้อคาร์ดิแกน: นุ่มไม่ย้วย อบอุ่นแต่ระบายอากาศ Tie Mary Jane Sneakers: เบาสุด ยึดเกาะดี เดินยาว ๆ ไม่ล้า |
| ความอเนกประสงค์ | Mantou Bag: แมตช์ลุคชิล ๆ ใบเล็กพกง่าย เสื้อคาร์ดิแกน: Layering ได้ทุกฤดู ทำงานเที่ยวชิล Tie Mary Jane Sneakers: Mix สปอร์ตกับหวาน เดินทั้งวันทุกโอกาส |
นิยาย สายใยแห่งการเลือก
ในปี 2147 เมืองหลวงชื่อนิวออราโดถูกปกคลุมด้วยกฎเหล็กของสภาสูงสุด ทุกคนต้องสวมเสื้อผ้าโทนสีเทาเท่านั้น เพื่อรักษาความเท่าเทียมและระเบียบสังคม สีสันอื่น ๆ ถูกประกาศว่าเป็นตัวกระตุ้นความไร้ระเบียบในสมอง ทำให้เกิดความโลภ ความอยาก และการกบฏเล็ก ๆ ที่อาจลุกลาม เสื้อผ้าทุกชิ้นที่ผลิตในโรงงานรัฐถูกฝังชิปเล็ก ๆ ที่คอยตรวจจับอัตราการเต้นหัวใจและคลื่นสมอง หากตรวจพบความผันผวนที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจ ชิปจะปล่อยสารเคมีเบา ๆ เข้าสู่ผิวหนังเพื่อทำให้เจ้าของรู้สึกสงบลงทันที
“ลิน่า” เป็นพนักงานตรวจสอบข้อมูลในแผนกข้อมูลประชากร อายุ 28 ปี เธอใช้ชีวิตวัน ๆ ตามตารางที่กำหนดไว้ ตื่นเช้า สวมเสื้อเชิ้ตเทา กางเกงเทา รองเท้าแตะเทา เดินไปทำงานในอาคารกระจกสูงที่ทุกคนดูเหมือนกันหมด ทุกเย็นเธอกลับห้องพักเล็ก ๆ ชั้น 30 ของตึกหมายเลข 47 แล้วนั่งมองจอภาพที่ฉายภาพท้องฟ้าจำลองสีเทาเมฆครึ้ม
วันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังลบข้อมูลเก่าออกจากระบบ เธอสังเกตเห็นไฟล์แปลก ๆ ไฟล์นั้นมีชื่อรหัสว่า “GARMENTI” และ “STAND OIL” เธอคลิกเข้าไปโดยไม่คิดอะไร หน้าจอปรากฏภาพสินค้าที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน กระเป๋าสะพายใบเล็กทรงโค้งมน สีอบอุ่น 6 เฉด เสื้อคลุมไหมพรมคอวีที่มีถึง 40 สี และรองเท้าผู้หญิงหัวกลมที่มีสายผูก 2 สี ข้อความใต้ภาพเขียนว่า “เลือกสีที่คุณอยากเป็น”
ลิน่ารู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย เธอรีบปิดไฟล์ แต่คืนนั้นเธอนอนไม่หลับ เธอฝันถึงสีที่ไม่ใช่เทา ฝันถึงการเดินบนถนนโดยไม่มีใครมองเธอเหมือนคนอื่น ๆ
สองวันต่อมา เธอได้รับพัสดุเล็ก ๆ ที่หน้าประตูห้อง พัสดุไม่มีชื่อผู้ส่ง เธอเปิดออกด้วยมือสั่น ภายในมีกระเป๋าใบเล็กสี Milk Tea ที่นุ่มราวกับหมั่นโถวอบอุ่น ตัวกระเป๋าทำจากหนังสังเคราะห์เกรดสูง มีช่องเล็กสองช่องด้านใน ช่องหนึ่งปิดซิป อีกช่องเปิดโล่ง ช่องหลักปิดด้วยแม่เหล็กแน่นหนา น้ำหนักเบาเพียง 500 กว่ากรัม เธอสะพายมันทันที รู้สึกถึงความโค้งที่พาดไหล่พอดี ความยาวสาย 28 เซนติเมตรทำให้มันแนบตัวราวกับถูกออกแบบมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ
วันต่อมา พัสดุใบที่สองมาถึง เป็นเสื้อคลุมไหมพรมคอวีสี Beige เนื้อผ้า cotton นุ่มหนากำลังดี ไม่บางไม่ย้วย เธอสวมทับเสื้อเทาธรรมดา คอวีทำให้ใบหน้าเธอดูเพรียวขึ้น เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่เป็นความอบอุ่นที่แผ่ซ่านในอก
พัสดุใบสุดท้ายมาถึงในสัปดาห์ถัดไป รองเท้าคู่หนึ่งสี Cream หัวกลม สายผูกแบบ tie ตัวรองเท้าผสมหนังวีแกนกับผ้าหนังกลับ พื้น Ortholite และ EVA ทำให้เบาราวกับไม่ได้สวมอะไร เธอสวมมัน เดินไปมาในห้อง รู้สึกถึงการยึดเกาะพื้นอย่างมั่นคง
ตั้งแต่นั้นมา ลิน่าเปลี่ยนไป เธอเริ่มสวมเสื้อคลุมทับเสื้อทำงาน สะพายกระเป๋าใบเล็ก และสวมรองเท้าสี Cream ออกไปข้างนอก เธอเลือกสีใหม่ทุกสัปดาห์ บางวันเป็น Peanut บางวันเป็น Cacao บางวันเสื้อคลุมสี Sky Blue หรือ Violet เธอรู้สึกว่าตัวเองมีตัวตนมากขึ้น ความคิดที่เคยถูกกดไว้เริ่มผุดขึ้นมา เธอเริ่มสงสัยในกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เริ่มเขียนบันทึกเล็ก ๆ ซ่อนไว้ในช่องซิปของกระเป๋า เธอเขียนถึงความอยากเห็นท้องฟ้าจริง ๆ ความอยากเดินไปไหนก็ได้โดยไม่ต้องสแกนบัตรทุกป้ายตรวจ
เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งชื่อ “เคน” สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง เขาถามเธอเบา ๆ ว่า “ได้ของจากตลาดมืดมาเหรอ” ลิน่าตกใจ แต่เคนยิ้ม “ฉันก็มี” เขาโชว์ผ้าพันคอสีเขียวซ่อนไว้ใต้เสื้อเทา
ทั้งสองเริ่มคุยกันบ่อยขึ้น ลิน่าเล่าให้เคนฟังว่า สินค้าเหล่านี้ทำให้เธอรู้สึกเป็นอิสระมากขึ้น ราวกับมันปลดล็อกบางอย่างในสมอง เธอเริ่มชวนเคนและคนอีก 2-3 คนที่ไว้ใจให้ลองหาสินค้าแบบเดียวกัน พวกเขานัดพบกันในห้องใต้ดินร้างของตึกเก่า คุยกันถึงการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ การต่อต้านอย่างเงียบ ๆ
ลิน่ารู้สึกว่าตัวเองกำลังตื่นจริง ๆ เป็นครั้งแรก เธอเริ่มฝันถึงวันที่ทุกคนจะสวมสีสันได้โดยไม่กลัว วันที่สภาสูงสุดจะล่มสลาย เธอเริ่มเก็บข้อมูลจากระบบงานของตัวเอง ข้อมูลเกี่ยวกับชิปในเสื้อผ้าปกติ ข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมีที่ใช้กดความรู้สึก เธอซ่อนข้อมูลเหล่านั้นในช่องเล็กของกระเป๋า Mantou Bag แล้วส่งต่อให้เคนในรองเท้าที่มีช่องซ่อนใต้พื้น Ortholite
วันหนึ่ง ขณะที่กลุ่มของพวกเขากำลังประชุมกันในห้องใต้ดิน ลิน่าสังเกตเห็นบางอย่างแปลก ๆ บนพื้นรองเท้าของเคน มีรอยเล็ก ๆ คล้ายรหัสที่เธอเคยเห็นในไฟล์ GARMENTI เธอหยิบขึ้นลองมาดูกันใกล้ ๆ แล้วตกตะลึง รหัสนั้นตรงกับรหัสในไฟล์ที่เธอเปิดครั้งแรก
เธอเริ่มตรวจสอบสินค้าของตัวเองอย่างละเอียด ในช่องซิปของกระเป๋า เธอพบแผ่นชิปเล็ก ๆ ที่ฝังลึกเข้าไปในผ้า Microfiber Velvet ในปกเสื้อคลุมคอวี เธอพบเส้นใยนำไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับผิวหนังเมื่อสวม และในพื้น EVA ของรองเท้า เธอพบตัวส่งสัญญาณขนาดจิ๋ว
ทุกอย่างเริ่มชัดเจน สินค้าเหล่านี้ไม่ใช่เครื่องมือแห่งอิสรภาพ แต่เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาอย่างแยบยล เพื่อกระตุ้นความอยากต่อต้านในคนที่เริ่มสงสัยระบบ เมื่อความอยากนั้นถึงจุดหนึ่ง ชิปจะส่งข้อมูลกลับไปยังสภาสูงสุด และปล่อยสารเคมีที่ทำให้คน ๆ นั้นเชื่อว่าตัวเองกำลังต่อสู้เพื่ออิสรภาพอย่างแท้จริง ขณะที่จริง ๆ แล้วพวกเขากำลังเดินเข้าสู่กับดัก
ลิน่ารู้สึกสมองถูกบีบรัด ความคิดที่เธอคิดว่าเป็นของตัวเอง อาจไม่ใช่ของเธอเลย เธอเริ่มสงสัยทุกความรู้สึก ทุกความฝัน เธอฉีกเสื้อคลุมออก ทิ้งกระเป๋าและรองเท้าลงพื้น แต่ยิ่งเธอพยายามหนี ความรู้สึกอยากต่อสู้ยิ่งแรงขึ้น ราวกับมีบางอย่างในตัวเธอกำลังผลักดัน
เธอวิ่งออกจากห้องใต้ดิน วิ่งไปตามถนนที่ทุกคนสวมเทา เธอตะโกนเรียกคนอื่น ๆ ให้ตื่น แต่ไม่มีใครสนใจ เพราะทุกคนที่เคยสงสัยต่างถูกกำจัดไปนานแล้ว ด้วยวิธีเดียวกัน
ลิน่าหยุดวิ่งเมื่อถึงหน้าอาคารสภาสูงสุด เธอมองขึ้นไปยังกระจกสะท้อนภาพตัวเอง เธอสวมเสื้อเทาธรรมดา ไม่มีกระเป๋า ไม่มีเสื้อคลุม ไม่มีรองเท้าสี Cream แต่ในกระจก เธอเห็นตัวเองยิ้ม
แล้วเธอก็นึกถึงบางอย่างขึ้นได้
ความทรงจำที่แท้จริงค่อย ๆ ผุดขึ้นมา เธอไม่ใช่พนักงานตรวจสอบข้อมูลธรรมดา เธอคือหนึ่งในผู้ออกแบบโครงการนี้ เธอคือคนที่เสนอไอเดียการใช้สินค้าสีสันเป็นเหยื่อล่อ เธอคือคนที่ทดสอบชิปแรก ๆ กับตัวเอง เพื่อให้แน่ใจว่ามันทำงานได้สมบูรณ์
ทุกความสงสัย ทุกความฝันถึงอิสรภาพที่เธอรู้สึกในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เป็นเพียงการทดสอบขั้นสุดท้าย เธอตั้งใจลืมความทรงจำของตัวเองชั่วคราว เพื่อดูว่าชิปจะทำงานกับคนที่ “ตื่น” ได้ดีแค่ไหน
ตอนนี้การทดสอบเสร็จสิ้น
ลิน่ายิ้มกว้างขึ้น เดินเข้าอาคารสภาสูงสุดอย่างสงบ เธอรู้ว่าพรุ่งนี้จะมีคนอีกกี่คนที่ได้รับพัสดุเล็ก ๆ หน้าประตูห้อง และเริ่ม “เลือก” สีที่พวกเขาอยากเป็น
นิยาย สายใยแห่งการเลือก บทสุดท้าย
ลิน่าเดินผ่านประตูอัตโนมัติของอาคารสภาสูงสุดด้วยก้าวที่มั่นคง ใบหน้าของเธอเรียบเฉยเหมือนแผ่นกระจกสะท้อนแสงเทา ๆ จากท้องฟ้าจำลองด้านนอก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยักหน้าให้เธอโดยไม่ถามอะไร เพราะบัตรประจำตัวที่ฝังอยู่ในผิวหนังแขนขวาของเธอส่งสัญญาณยืนยันตัวตนอัตโนมัติ เธอขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนสุด ชั้นที่ไม่มีใครในนิวออราโดเคยได้ย่างกรายเว้นแต่สมาชิกสภาสูงสุดและทีมนักออกแบบโครงการพิเศษอย่างเธอ
ในห้องประชุมทรงกลมที่ผนังเป็นจอภาพรอบด้าน หัวหน้าสภาสูงสุดชื่อ “เอลเดอร์” วัย 60 กว่าปี นั่งรออยู่คนเดียว เขายิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นเธอเข้ามา “การทดสอบขั้นสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้วใช่ไหม ลิน่า”
เธอพยักหน้า นั่งลงตรงข้ามเขา “ใช่ค่ะ ทุกอย่างทำงานตามที่คาดการณ์ ชิปในสินค้าสามารถกระตุ้นความรู้สึกต่อต้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยไม่ทำให้เป้าหมายสงสัยในตัวเองมากเกินไป จนถึงจุดที่พวกเขาพร้อมจะรวมตัวกัน แล้วเราก็เก็บข้อมูลพฤติกรรมทั้งหมดกลับมาเพื่อปรับปรุงรุ่นถัดไป”
เอลเดอร์หัวเราะเบา ๆ เสียงแหบพร่า “ดีมาก เธอพิสูจน์แล้วว่าการลืมความทรงจำชั่วคราวด้วยสารเคมีที่เธอพัฒนาเองนั้นมีประสิทธิภาพสูงสุด เราสามารถใช้มันกับคนที่เริ่มแสดงอาการผันผวนได้โดยตรง ไม่ต้องรอให้พวกเขาหาซื้อสินค้าจากตลาดมืดอีกต่อไป”
ลิน่ายิ้มตอบ ความรู้สึกภาคภูมิใจแผ่ซ่านในอก เธอนึกถึงช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ช่วงที่เธอ “ลืม” ตัวตนจริงของตัวเอง ช่วงที่เธอได้รับพัสดุหน้าห้อง ช่วงที่เธอสะพาย Mantou Bag สี Milk Tea แล้วรู้สึกอบอุ่นแปลก ๆ ช่วงที่เธอสวมเสื้อคลุมคอวีสี Beige แล้วคิดว่าตัวเองกำลังตื่นจากความฝันเทา ๆ ช่วงที่เธอสวม Tie Mary Jane Sneakers สี Cream แล้ววิ่งไปตามถนนด้วยความหวังโง่ ๆ
ทุกอย่างเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบ เธอตั้งใจฉีดสารลบความทรงจำให้ตัวเอง เพื่อให้แน่ใจว่าระบบจะทำงานได้แม้กับคนที่รู้เรื่องโครงการดีที่สุดอย่างเธอ และมันได้ผล เธอหลงเชื่อตัวเองจริง ๆ หลงเชื่อว่ากำลังต่อสู้เพื่ออิสรภาพ
“พรุ่งนี้เราจะเริ่มแจกจ่ายสินค้ารุ่นใหม่ผ่านช่องทางปกติ” เอลเดอร์พูดต่อ “ไม่มีตลาดมืดอีกแล้ว ทุกคนจะได้รับโอกาส ‘เลือก’ สีของตัวเองโดยตรงจากรัฐ แล้วเราจะรู้ทันทีว่าใครคือคนที่พร้อมจะกบฏ”
ลิน่าพยักหน้า แต่ในขณะที่เธอกำลังจะลุกขึ้น มีบางอย่างผุดขึ้นในสมองของเธอ ความรู้สึกแปลก ๆ คล้ายเดจาวู เธอหยุดชะงัก มองไปรอบห้อง จอภาพรอบด้านกำลังฉายภาพเมืองนิวออราโดจากมุมสูง ทุกคนเดินไปมาอย่างเป็นระเบียบ สวมเสื้อผ้าเทาเหมือนกันหมด
แล้วเธอก็นึกถึงเคน เพื่อนร่วมงานที่เธอคิดว่ากำลังร่วมต่อสู้ด้วยกัน เขาเคยโชว์ผ้าพันคอสีเขียวซ่อนไว้ใต้เสื้อ เธอเคยส่งข้อมูลให้เขาในช่องซ่อนของรองเท้า แต่ตอนนี้ เมื่อความทรงจำกลับมาครบถ้วน เธอรู้ว่าเคนไม่ใช่คนจริง เขาเป็นส่วนหนึ่งของ simulation ที่ฝังอยู่ในสมองของเธอระหว่างการทดสอบ เพื่อทำให้เธอรู้สึกว่ามีคนร่วมอุดมการณ์จริง ๆ
ทุกคนในกลุ่มใต้ดินนั้นไม่มีตัวตนจริง
เธอเป็นคนเดียวที่ต่อสู้กับตัวเองมาตลอด
ลิน่ารู้สึกหนาวขึ้นมาทันที แม้อุณหภูมิในห้องจะคงที่เสมอ เธอถามเอลเดอร์เบา ๆ “แล้ว… ถ้าการทดสอบมันลึกเกินไปล่ะคะ ถ้าคนถูกทดสอบเริ่มสงสัยว่าความทรงจำที่กลับมาอาจไม่ใช่ของจริงอีกต่อไป”
เอลเดอร์ยิ้มกว้างขึ้น “นั่นคือเหตุผลที่เรามีเธอไง ลิน่า เธอคือคนที่พัฒนาระบบป้องกันชั้นที่สอง ถ้าคนเริ่มสงสัยเกินไป ชิปจะปล่อยสารเคมีที่ทำให้พวกเขายอมรับความทรงจำใหม่เป็นความจริงทันที ไม่มีทางหลุด”
ลิน่าพยักหน้า แต่ในใจเธอเริ่มรู้สึกถึงความผันผวนเล็ก ๆ คลื่นสมองที่เคยถูกกดไว้เริ่มสั่นไหว เธอนึกถึงสัมผัสของกระเป๋าใบนั้น นุ่มราวกับหมั่นโถวจริง ๆ เธอนึกถึงความอบอุ่นของเสื้อคลุมที่นุ่มหนากำลังดี เธอนึกถึงความเบาของรองเท้าที่ทำให้เท้าไม่ล้า
มันรู้สึกจริงเกินไป
จริงเกินกว่าจะเป็นแค่การทดสอบ
เธอลุกขึ้น เดินออกจากห้องประชุม ลงลิฟต์กลับไปยังชั้นทำงานปกติ วันนั้นเธอทำงานตามปกติ ลบข้อมูลเก่า ตรวจสอบรายชื่อคนที่แสดงอาการผันผวน แต่ทุกครั้งที่นั่งลง เธอรู้สึกถึงความว่างเปล่าแปลก ๆ ในอก
คืนนั้น เธอกลับห้องพักชั้น 30 ตึกหมายเลข 47 เธอนั่งมองจอภาพท้องฟ้าจำลองสีเทาเหมือนทุกวัน แต่คราวนี้ เธอเริ่มเขียนบันทึกเล็ก ๆ บนกระดาษที่ซ่อนไว้ในลิ้นชัก บันทึกถึงความรู้สึกที่เริ่มผุดขึ้นมาใหม่ ความรู้สึกที่ว่า… บางทีความทรงจำที่เธอคิดว่าเป็นของจริง อาจเป็นความทรงจำที่ถูกฝังเข้ามาอีกชั้นหนึ่ง
เธอเขียนว่า “ถ้าฉันคือผู้ออกแบบ แล้วใครออกแบบฉัน”
วันต่อมา เธอได้รับพัสดุเล็ก ๆ หน้าประตูห้องอีกครั้ง
ไม่มีชื่อผู้ส่ง
เธอเปิดออกด้วยมือที่สั่นกว่าเดิม ภายในเป็นกระเป๋าใบใหม่ สี Tofu ครีมขาวสะอาดตา ทรงเดียวกับ Mantou Bag แต่รุ่นใหม่กว่า ช่องด้านในมีสามช่อง ช่องซิปสองช่อง ช่องเปิดหนึ่งช่อง และข้อความเล็ก ๆ ติดมาด้วย
“ยินดีด้วย การทดสอบขั้นสุดท้ายผ่านแล้ว ตอนนี้เธอพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของระบบอย่างแท้จริง”
ลิน่านั่งลงพื้นห้อง หัวใจเต้นแรงจนเจ็บ เธอสะพายกระเป๋าใบใหม่ รู้สึกถึงความโค้งที่พาดไหล่พอดีเหมือนเคย แต่คราวนี้ เธอรู้สึกถึงบางอย่างฝังลึกในผ้า Microfiber Velvet ชิปที่ใหญ่กว่าเดิม แรงกว่าดี
เธอเริ่มสงสัยทุกอย่างอีกครั้ง ความทรงจำที่ว่าเธอเป็นผู้ออกแบบ ความทรงจำที่ว่าเธอทดสอบกับตัวเอง ความทรงจำที่ว่าเคนไม่มีจริง
บางทีทั้งหมดอาจเป็นชั้นใหม่ของการทดสอบ
บางทีเธออาจไม่เคยเป็นผู้ออกแบบเลย
บางทีเธออาจเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่ได้รับพัสดุใบแรกเมื่อหลายเดือนก่อน และทุกอย่างที่ตามมา รวมถึงความทรงจำที่ว่าเธอชนะการทดสอบ คือส่วนหนึ่งของกับดักที่ลึกกว่าที่เธอคิด
ลิน่าลุกขึ้น เดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังเมืองที่ทุกคนสวมเทา เธอเห็นตัวเองในกระจกสะท้อน ยิ้มเหมือนในความทรงจำครั้งก่อน
แต่คราวนี้ เธอไม่รู้แล้วว่ายิ้มนั้นเป็นของใคร
ของลิน่าที่กำลังตื่น
หรือของลิน่าที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทดสอบคนต่อไป
ในนิวออราโด ไม่มีใครเคยหลุดพ้นจากสายใยแห่งการเลือกจริง ๆ
เพราะการเลือกสีที่อยากเป็น คือจุดเริ่มต้นของการยอมรับว่าตัวเองกำลังถูกเลือก
และลิน่า ในที่สุดก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนั้นอย่างสมบูรณ์
ไม่ว่าจะในความทรงจำชั้นไหน

