เทรนด์ความงามเรื่องงานผิวเนี่ย มันหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามยุคสมัยได้น่าสนใจมากจริงๆ ถ้าย้อนกลับไปสัก 4-5 ปีที่แล้ว จะเห็นภาพชัดเลยว่าทุกคนฮิตแต่งหน้าแบบผิวแมตต์จัดเต็ม เรียกกันว่า Full Coverage Matte Skin ซึ่งหมายถึงการลงรองพื้นหนาๆ ให้ผิวเนียนกริบเรียบสนิทเหมือนใส่ฟิลเตอร์กล้องตลอดเวลา ผิวต้องดูไร้ที่ติ ไม่มีรูขุมขน ไม่มีจุดด่างดำโผล่ให้เห็นแม้แต่นิดเดียว
คนในยุคนั้นเลยนิยมใช้รองพื้นเนื้อหนักที่ปกปิดสูงมาก คอนซีลเลอร์กลบทุกอย่างให้มิด แล้วยังต้องทำเทคนิคที่เรียกว่า Baking ด้วย คือการใช้แป้งฝุ่นโปร่งแสงโรยหนาๆ บริเวณใต้ตา ร่องแก้ม หรือจุดที่อยากให้เมคอัพติดทน แล้วทิ้งไว้สักพักก่อนปัดออก เพื่อให้เมคอัพเซตตัวแน่น ไม่ไหลไม่เยิ้มทั้งวัน
ลุคแบบนี้ทำให้หน้าดูคมชัด เป๊ะปังสุดๆ โดยเฉพาะเวลาแต่งตาแรงๆ หรือปัดบลัชเข้มๆ สีจะเด่นชัดมาก เพราะพื้นผิวแมตต์ช่วยดูดซับความมัน ทำให้สีติดทนและไม่เลือนง่าย ข้อดีอีกอย่างคือทนต่ออากาศร้อนชื้นบ้านเมืองนี้ได้ดีมาก ความมันบนหน้าแทบไม่มีโอกาสโผล่มาทำลายลุคเลย
แต่พอเวลาผ่านไป ความคิดเรื่องความสวยเริ่มเปลี่ยน ผู้คนเริ่มเบื่อผิวที่ดูเป๊ะเกินจริงแบบนั้น แล้วหันมาชอบความเป็นธรรมชาติมากขึ้น จนเกิดเทรนด์งานผิวโกลว์สุขภาพดี หรือที่เรียกกันว่า Healthy Glow Skin
ซึ่งเน้นการเผยผิวจริงของตัวเองมากกว่าการปกปิดให้เนียนราบ ความโกลว์ที่ว่านี้ไม่ใช่หน้าวาวมันเยิ้มแบบเหงื่อออกนะ แต่เป็นความฉ่ำวาวจากภายในที่ดูเหมือนผิวได้รับการบำรุงมาดี พักผ่อนเต็มอิ่ม มีน้ำมีอาหารหล่อเลี้ยงชั้นผิว ทำให้หน้าดูมีมิติ มีความยืดหยุ่น ใสๆ เหมือนมีแสงสะท้อนเบาๆ ตลอดเวลา
เทรนด์นี้จุดประกายใหญ่ๆ มาจากเกาหลีเลย กับคำว่า Glass Skin ที่แปลว่าผิวใสราวกระจก เนียนละเอียดจนสะท้อนแสงได้ ซึ่งพอแพร่มาทั่วโลก ก็ทำให้ทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลผิวจริงจังมากขึ้น เรียกว่า Skin Preparation หรือการเตรียมผิวก่อนแต่งหน้า มากกว่าจะพึ่งแค่รองพื้นหนาๆ ตัวเดียว อย่างเช่น การใช้สกินแคร์หลายขั้นตอน ล้างหน้า ลงเอสเซนส์ เซรั่ม ครีมบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นเต็มที่ก่อน แล้วค่อยลงเมคอัพเบาๆ เพื่อให้ผิวดูโกลว์ออกมาจากข้างในอย่างเป็นธรรมชาติ
พอเข้าสู่ยุคโกลว์ ผลิตภัณฑ์ที่ฮิตเลยเปลี่ยนไปหมด จากรองพื้นเนื้อแมตต์ที่แห้งไว กลายมาเป็นรองพื้นเนื้อบางเบาแบบเซรั่ม คุชชั่นที่บางแนบผิว หรือแม้แต่ Tinted Moisturizer ที่เป็นมอยส์เจอไรเซอร์ผสมสีอ่อนๆ มีส่วนผสมบำรุงผิวในตัวเลย
สิ่งที่น่าสนใจมากคือเกิดแนวคิดที่เรียกว่า Skincare-Infused Makeup หมายถึงเครื่องสำอางที่ผสมสารบำรุงผิวลงไปด้วย เช่น กรดไฮยาลูโรนิกที่ช่วยอุ้มน้ำให้ผิวฉ่ำ ไนอาซินาไมด์ที่ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและลดรอยแดง หรือสารสกัดจากธรรมชาติอย่างเซ็นเทลลา อโลเวร่า ที่ช่วยปลอบประโลมผิวอ่อนโยน ทำให้การแต่งหน้าทุกวันกลายเป็นการบำรุงผิวไปพร้อมกัน ไม่ใช่แค่การทาสีทับหน้าเท่านั้น
การสร้างความโกลว์ยังใช้เทคนิคการไฮไลต์เฉพาะจุดที่แสงธรรมชาติตกกระทบ เช่น โหนกแก้มสูงๆ สันจมูก หัวคิ้ว หรือรอยหยักเหนือริมฝีปากบน เพื่อให้หน้าดูมีมิติแต่ไม่วาวเกินไป โดยเฉพาะในอากาศร้อนชื้นแบบนี้ ถ้าลงไฮไลต์ทั่วหน้าอาจดูเหนอะหนะได้ง่าย
แล้วยังมีอีกคำที่กำลังมาแรงคือ Cloud Skin ซึ่งเป็นทางสายกลางระหว่างแมตต์กับโกลว์ ให้ผิวดูนุ่มฟุ้งละมุนเหมือนมองผ่านก้อนเมฆเบาๆ
คือมีความฉ่ำวาวจากภายใน แต่เซตด้วยแป้งโปร่งบางๆ เฉพาะจุดที่มักมันง่ายอย่างทีโซน ทำให้ได้ลุคที่ดูทันสมัย สบายตา และใช้ในชีวิตจริงได้ทุกวัน ไม่ต้องกังวลเรื่องเยิ้มระหว่างวัน ความลับของงานผิวโกลว์ที่สวยยั่งยืนจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่เครื่องสำอางอย่างเดียว แต่เริ่มจากพื้นฐานชีวิตประจำวันเลย เช่น การดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 2 ลิตรขึ้นไป เพื่อให้ผิวอุ้มน้ำจากภายใน
การมาสก์หน้าด้วยแผ่นมาสก์หรือสลีปปิ้งมาสก์ก่อนแต่งหน้า เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแบบสุดๆ หรือการเลือกไพรเมอร์ที่มีชิมเมอร์ละเอียดบางเบา ช่วยกระจายแสงให้ผิวดูเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ การเปลี่ยนจากแมตต์มาสู่โกลว์แบบนี้ จึงไม่ใช่แค่กระแสแฟชั่นที่มาแล้วก็ไป แต่สะท้อนให้เห็นว่าทุกวันนี้ผู้คนหันมารักผิวตัวเองมากขึ้น ภูมิใจในผิวสุขภาพดีที่แท้จริง อยากให้ผิวได้หายใจ ได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่ แทนที่จะปกปิดมันไว้หนาเตอะตลอดเวลา ซึ่งสุดท้ายแล้ว ความสวยที่ยั่งยืนที่สุดก็มาจากผิวที่แข็งแรงจากภายในนั่นเอง
เซรั่มคู่โกลว์ Beauty of Joseon 2 สูตร ให้ผิวโกลว์ใส ไม่เยิ้ม
ถ้าพูดถึงสกินแคร์สายเกาหลีที่มาแรงสุด ๆ ในช่วงนี้ ชื่อที่หลายคนต้องเคยได้ยินคือ Beauty of Joseon แบรนด์ที่หยิบเอาความงามแบบดั้งเดิมสมัยราชวงศ์โชซอน มาผสมกับสูตรสกินแคร์สมัยใหม่ จนกลายเป็นเซรั่มที่ทั้งอ่อนโยนและเห็นผลจริง ๆ เหมาะกับคนที่อยากดูแลผิวแบบเรียบง่าย แต่ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
วันนี้เรามี 2 ตัวดังมาเล่าให้ฟังกัน
✨ Glow Serum Propolis + Niacinamide
– เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนผิวบอบบางแพ้ง่าย
– ส่วนผสมหลักคือ Propolis 60% ที่ช่วยลดการอักเสบ เติมความชุ่มชื้น และต้านอนุมูลอิสระ
– มี Niacinamide 2% ที่ช่วยเสริมเกราะผิว ลดการสูญเสียน้ำใต้ชั้นผิว และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ
– เติมด้วย BHA 0.5% ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน
– อ่อนโยนสุด ๆ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีเอสเซนเชียลออยล์ และแน่นอนว่า Cruelty-Free
คือใครที่มีปัญหาผิวอักเสบ รูขุมขนกว้าง หรืออยากให้ผิวแข็งแรงขึ้น ตัวนี้คือคำตอบเลยครับ
🌾 Glow Deep Serum Rice + Alpha-Arbutin
– เหมาะสำหรับผิวแห้ง หรือใครที่กังวลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ
– ส่วนผสมหลักคือ Rice bran water 68% ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและบำรุงผิวให้แข็งแรง
– มี Alpha-Arbutin 2% ที่ช่วยลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ และทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น
– อ่อนโยนเหมือนกัน ไม่มีน้ำหอม ไม่มีเอสเซนเชียลออยล์ และไม่ทดลองกับสัตว์
ใครที่อยากได้ผิวใสแบบสุขภาพดี ตัวนี้คือเหมาะมาก ๆ เพราะช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอและสดใสขึ้น
Beauty of Joseon ทั้งสองสูตรนี้ตอบโจทย์คนที่อยากดูแลผิวแบบจริงจัง แต่ยังอยากได้ความอ่อนโยน ไม่ทำร้ายผิว ไม่ทำให้ระคายเคือง
ถ้าเน้นเรื่องรูขุมขน ผิวอักเสบ และอยากให้ผิวแข็งแรง → ไปทาง Glow Serum Propolis + Niacinamide
ถ้าเน้นเรื่องความกระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ และเติมความชุ่มชื้น → เลือก Glow Deep Serum Rice + Alpha-Arbutin
ไม่ว่าจะเลือกสูตรไหน ก็ได้ผิวที่ดูสุขภาพดีขึ้นแน่นอนครับ 🌟
นิยาย สูตรโชซอนที่หายไป
ในปี 2147 โลกที่เคยเขียวชอุ่มกลายเป็นทะเลทรายสีเทา การระเบิดของโรงงานนิวเคลียร์และสงครามทรัพยากรครั้งสุดท้ายทำให้ชั้นบรรยากาศพังทลาย ฝนตกปีละครั้งหรือสองครั้ง และน้ำสะอาดกลายเป็นของหรูที่ซื้อขายกันด้วยทองคำหรือแรงงานทั้งชีวิต อากาศเต็มไปด้วยฝุ่นพิษ ทุกคนสวมหน้ากากกรองอากาศเก่าๆ ที่รั่วซึม อาหารแท้จริงมีแต่สำหรับชนชั้นสูงในโดมปิดที่เรียกว่า “เอเดน” ส่วนคนข้างนอกอย่าง “ลีน” ต้องกินแท่งโปรตีนสังเคราะห์รสชาติเหมือนกระดาษเปียก
ลีนเป็นนักสำรวจซากปรักหักพัง อายุ 20 ปลายๆ ผิวแห้งแตกจากแดดพิษและขาดน้ำ เธอเดินลัดเลาะผ่านซากตึกระฟ้าในเมืองเก่าที่เคยชื่อโซล แต่ตอนนี้เรียกกันว่า “โซลร้าง” วันหนึ่ง ขณะรื้อค้นห้องใต้ดินของพิพิธภัณฑ์เก่า เธอพบกล่องโลหะสนิมเขรอะ มีสลักอักษรโบราณที่เธออ่านออกเพราะเคยเรียนประวัติศาสตร์จากแผ่นข้อมูลเก่า กล่องนั้นเขียนว่า “Beauty of Joseon – สูตรลับราชวงศ์โชซอน”
ข้างในมีขวดแก้ว 2 ขวด บรรจุของเหลวเรืองแสงอ่อนๆ ขวดหนึ่งสีเหลืองทองเหมือนน้ำผึ้ง ขวดอีกหนึ่งสีขาวนมข้าว บนฉลากจารึกสูตรโบราณ ขวดแรกชื่อ Glow Serum Propolis + Niacinamide สกัดจากโพรโพลิสเข้มข้น 60% ผสมไนอะซินาไมด์และ BHA อ่อนโยน ขวดที่สอง Glow Deep Serum Rice + Alpha-Arbutin น้ำรำข้าว 68% กับอัลฟ่าอาร์บูติน 2% ลีนหัวเราะในใจ สกินแคร์จากยุคก่อนหายนะ? ในโลกที่คนตายเพราะขาดน้ำหยดเดียว?
แต่เมื่อเธอเปิดขวดแรก กลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ลอยออกมา กลิ่นน้ำผึ้งแท้ที่เธอเคยได้กลิ่นแค่ในความฝัน เธอหยดสองสามหยดลงฝ่ามือที่แห้งกร้าน ของเหลวซึมเข้าผิวทันที ไม่เหนียว ไม่ทิ้งคราบ ผิวที่แตกเป็นขุยค่อยๆ นุ่มขึ้นอย่างน่าประหลาด เธอหยดลงหน้าอีกนิด กระจกแตกๆ ที่พบในซากสะท้อนภาพผิวที่เริ่มชุ่มชื้น โกลว์เบาๆ ในที่มืด
วันต่อมา ลีนตัดสินใจลองขวดที่สอง ของเหลวสีขาวนมซึมไวเหมือนน้ำ แต่ให้ความอิ่มเอิบลึก ผิวที่หมองคล้ำจากฝุ่นพิษเริ่มสว่างขึ้น รอยแตกจางลง เธอรู้สึกแข็งแรงขึ้นอย่างอธิบายไม่ได้ ไม่ใช่แค่ผิว แต่ร่างกายทั้งหมดเหมือนได้รับน้ำและสารอาหารที่ขาดหายมานาน
ข่าวลือแพร่สะพัดในชุมชนใต้ดิน ลีนกลายเป็นที่หมายปอง คนมาขอเซรั่มหยดเดียวเพื่อแลกอาหารหรือน้ำ เธอให้บ้าง แต่เก็บส่วนใหญ่ไว้ เพราะรู้ว่ามันมีไม่มาก เธอเริ่มค้นคว้าจากแผ่นข้อมูลเก่า สูตรโชซอนเหล่านี้ไม่ได้แค่บำรุงผิว แต่ในยุคโบราณ น้ำผึ้งและรำข้าวคือแหล่งความชุ่มชื้นและสารอาหารสำคัญ เมื่อโลกยังมีน้ำมีข้าว สูตรนี้แค่ทำให้ผิวสวย แต่ในโลกที่น้ำหายาก สารสกัดเข้มข้นเหล่านี้กลายเป็น “น้ำแห่งชีวิต” ชนิดหนึ่ง โพรโพลิสต้านการอักเสบจากพิษในอากาศ ไนอะซินาไมด์เสริมเกราะป้องกันไม่ให้ผิวสูญเสียน้ำที่มีอยู่น้อยนิด อัลฟ่าอาร์บูตินและรำข้าวช่วยให้เซลล์ดูดซึมความชุ่มชื้นที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ลีนกลายเป็นผู้นำชุมชนเล็กๆ เธอแบ่งเซรั่มหยดละนิดให้เด็กและคนป่วย ผิวที่เคยแห้งลอกเริ่มหาย คนเริ่มยิ้มได้บ่อยขึ้น แม้จะยังหิวน้ำ แต่ร่างกายทนทานต่อพิษมากกว่าเดิม ชุมชนตั้งชื่อเซรั่มว่า “โชซอนเอลิกเซอร์” และเชื่อว่ามันคือของขวัญจากอดีตที่มาช่วยมนุษยชาติรอดพ้น
แล้ววันหนึ่ง กองกำลังจากเอเดนบุกมา ทหารในชุดเกราะกันพิษเต็มรูปแบบ นำโดยนักวิทยาศาสตร์ชื่อ “ดร.ฮัน” เขายึดขวดที่เหลือไป ลีนถูกจับตัวเพราะเธอคือคนเดียวที่รู้ตำแหน่งค้นพบ ดร.ฮันพาเธอเข้าห้องแล็บใต้โดมเอเดน ที่นั่นเต็มไปด้วยเครื่องจักรสังเคราะห์น้ำและอาหาร
ดร.ฮันยิ้มเย็น “เจ้ารู้ไหมว่าเซรั่มที่เจ้ามีคืออะไรจริงๆ?” เขาเปิดเผยข้อมูลลับ สูตร Beauty of Joseon ไม่ใช่สกินแคร์ธรรมดา แต่เป็นโครงการลับของรัฐบาลเกาหลีใต้ก่อนหายนะ พวกเขาพัฒนาสูตรนี้เพื่อทหารในทะเลทราย โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพดึงสารจากธรรมชาติให้เข้มข้นสุดขีด เพื่อให้ร่างกายมนุษย์เก็บกักน้ำและสารอาหารได้นานขึ้นในสภาวะขาดแคลน แต่โครงการถูกยกเลิกเพราะแพงเกินไป และเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์เป็นเพียงตำนาน
ในโลกใหม่ ชนชั้นสูงในเอเดนรู้เรื่องนี้มานาน แต่เลือกเก็บไว้ให้ตัวเองใช้เท่านั้น เพื่อให้ผิวโกลว์สวยในโดมที่ควบคุมสภาพแวดล้อมได้ ส่วนคนข้างนอกปล่อยให้ตาย เซรั่มที่ลีนพบคือชุดทดลองสุดท้ายที่หลงเหลือ
ลีนโกรธจัด เธอพยายามต่อสู้ แต่ถูกขังไว้ ดร.ฮันสั่งสังเคราะห์เซรั่มใหม่จำนวนมาก เพื่อขายให้คนรวยในเอเดนในราคามหาศาล ขณะที่คนข้างนอกยังทุกข์ทรมาน
แต่ในคืนหนึ่ง ลีนหนีออกมาได้ด้วยความช่วยเหลือจากคนงานในแล็บที่เคยได้รับเซรั่มจากเธอหยดหนึ่ง เธอแอบเอาแผ่นข้อมูลสูตรเต็มกลับมาด้วย และทำลายเครื่องสังเคราะห์หลัก
เมื่อกลับถึงชุมชน ลีนประกาศว่าเธอจะเผยแพร่สูตรนี้ให้ทุกคน ไม่ว่าจะต้องเสี่ยงแค่ไหน เพราะตอนนี้เธอรู้ความจริงอีกชั้นหนึ่ง จากแผ่นข้อมูลลับสุดท้าย สูตรโชซอนไม่ได้ถูกยกเลิกเพราะแพง แต่เพราะมันดีเกินไป ถ้าทุกคนเข้าถึงได้ โครงสร้างสังคมที่อาศัยการผูกขาดทรัพยากรจะพังทลาย ชนชั้นสูงจึงสั่งซ่อนและทำลายหลักฐานทั้งหมด
ลีนเริ่มสอนคนในชุมชนสกัดสารจากสิ่งที่เหลืออยู่น้อยนิด แม้จะไม่เข้มข้นเท่าเดิม แต่ก็พอให้รอด พวกเขาเริ่มขยายชุมชน สร้างเครื่องกรองน้ำแบบโบราณผสมเทคโนโลยีเก่า และต่อสู้กับเอเดนไม่ใช่ด้วยอาวุธ แต่ด้วยการทำให้ทุกคนมี “โชซอนเอลิกเซอร์” ของตัวเอง
หลายปีต่อมา โดมเอเดนค่อยๆ ว่างเปล่า เพราะคนรวยเริ่มหนีออกมาข้างนอก ที่นั่น แม้อากาศจะยังเป็นพิษ น้ำยังหายาก แต่คนมีผิวโกลว์ ชุ่มชื้น และแข็งแรงพอจะสร้างโลกใหม่ สูตรโบราณสองขวดที่ลีนพบ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติที่เงียบงัน แต่เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง
และในตำนานที่เล่าต่อกัน ลีนถูกเรียกว่า “ผู้ปลุกโชซอน” ผู้ทำให้มนุษยชาติกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ด้วยเซรั่มหยดเล็กๆ ที่เคยเป็นแค่ความสวยงาม แต่กลายเป็นความหวังของโลกหลังหายนะ

