หลายคนมักคิดว่าฟีเจอร์วัดระดับออกซิเจนในเลือดหรือที่เรียกว่า SpO2 บนสมาร์ทวอทช์เป็นแค่ลูกเล่นธรรมดาๆ ที่ใส่เข้ามาให้ดูครบเครื่องหรือเท่ดีเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วตัวเลขนี้มีค่ามากกว่าที่เห็นเยอะ เพราะมันเป็นตัวชี้วัดสุขภาพที่ช่วยให้ดูแลตัวเองแบบเชิงรุกได้ในระยะยาว
ระดับออกซิเจนในเลือดที่ปกติและดีต่อร่างกายจะอยู่ราวๆ 95% ถึง 100% ซึ่งแสดงว่าเม็ดเลือดแดงกำลังขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้เต็มประสิทธิภาพ แต่สิ่งที่ทำให้การวัด SpO2 บนข้อมือมีประโยชน์สุดๆ คือการเก็บข้อมูลแบบต่อเนื่องยาวนาน ไม่ใช่แค่วัดแป๊บเดียวแล้วลืมไป การดูแนวโน้มที่เปลี่ยนไปทีละน้อยตลอดหลายวันหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนนั่นแหละที่ช่วยให้เห็นภาพรวมสุขภาพได้ชัดเจนกว่ามาก
หนึ่งในประโยชน์ใหญ่ที่สุดคือช่วยจับสัญญาณภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือ Sleep Apnea ที่หลายคนเป็นโดยไม่รู้ตัว
คนที่กรนดังๆ หรือมีช่วงหายใจหยุดสั้นๆ ตอนนอน ถ้าใส่สมาร์ทวอทช์ไว้ตลอดคืนจะเห็นเลยว่าช่วงกลางคืนระดับออกซิเจนในเลือดมีการตกฮวบลงผิดปกติบ่อยแค่ไหน ถ้าปล่อยไว้นานๆ แบบไม่รู้ตัวเป็นปีๆ ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะขาดออกซิเจนซ้ำๆ ทำให้หัวใจต้องสูบฉีดเลือดหนักขึ้นเพื่อชดเชย ส่งผลให้เสี่ยงความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด หรือแม้แต่เส้นเลือดในสมองแตกได้ง่ายขึ้น
ข้อมูล SpO2 ที่เก็บย้อนหลังจึงเหมือนบันทึกส่วนตัวที่เตือนให้รีบไปพบหมอตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่ปัญหาจะเรื้อรังและรักษายาก ความจริง Sleep Apnea แบ่งเป็นหลายแบบ เช่น แบบอุดกั้นที่ทางเดินหายใจตีบตอนนอน หรือแบบจากสมองสั่งหายใจผิดจังหวะ การตรวจพบเร็วช่วยให้ใช้เครื่องช่วยหายใจแบบ CPAP ได้ทันท่วงที ทำให้คุณภาพการนอนดีขึ้นและลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อนลงได้เยอะ
นอกเหนือจากเรื่องนอนหลับแล้ว ค่า SpO2 ยังทำหน้าที่เหมือนสัญญาณเตือนภัยสำหรับปัญหาเกี่ยวกับปอดและทางเดินหายใจได้ดีมาก
อย่างในช่วงโรคระบาดที่ผ่านมาเคยมีคำว่า Happy Hypoxia หรือภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำแต่คนไข้ยังรู้สึกสบายดี ไม่เหนื่อยหอบ ไม่ไอหนัก แต่จริงๆ ปอดกำลังอักเสบหรือทำงานผิดปกติไปแล้ว การมีสมาร์ทวอทช์คอยวัดตลอดเวลาช่วยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ได้ก่อนที่จะสายเกินไป
ถ้าตรวจพบเร็วก็รักษาได้ทัน ลดโอกาสที่ปอดจะเกิดพังผืดหรือเสียหายถาวร นอกจากโรคติดเชื้อแล้ว คนที่เป็นโรคปอดเรื้อรังอย่าง COPD หรือถุงลมโป่งพองก็ใช้ข้อมูลนี้ติดตามอาการกำเริบได้ดีเช่นกัน เพราะออกซิเจนต่ำบ่อยๆ จะทำให้ร่างกายอ่อนแอลงเร็ว
สำหรับคนที่ชอบออกกำลังกายหนักๆ หรือเล่นกีฬา ค่า SpO2 ก็เป็นตัวช่วยบอกระดับความฟิตและการฟื้นตัวของร่างกายได้ชัดเจน
ถ้าออกกำลังเสร็จแล้วเห็นว่าออกซิเจนกลับสู่ระดับปกติช้ากว่าปกติ หรือระหว่างวันมีอาการอ่อนเพลียแต่ค่า SpO2 ต่ำกว่า 95% ติดต่อกันหลายวัน แสดงว่าร่างกายกำลังเหนื่อยล้าสะสม อาจซ้อมหนักเกินไปหรือพักผ่อนน้อยเกิน ซึ่งถ้าปรับทัน เช่น ลดความเข้มข้นการซ้อมหรือนอนให้พอ จะป้องกันการบาดเจ็บหรือล้มป่วยได้
นักกีฬามืออาชีพหลายคนใช้ข้อมูลนี้ร่วมกับค่าอื่นๆ อย่างอัตราการเต้นหัวใจเพื่อวางแผนการฝึกซ้อมให้เหมาะสมที่สุด ความจริงแล้วระดับออกซิเจนที่ฟื้นตัวเร็วเป็นสัญญาณว่าระบบไหลเวียนเลือดและปอดทำงานดี ซึ่งสัมพันธ์กับค่า VO2 Max หรือความสามารถในการใช้ออกซิเจนสูงสุดของร่างกายด้วย
ส่วนกลไกที่สมาร์ทวอทช์ใช้วัด SpO2 นั้นอาศัยเทคโนโลยีที่เรียกว่า Photoplethysmography หรือ PPG
โดยเซนเซอร์จะยิงแสงสีแดงและแสงอินฟราเรดเข้าไปใต้ผิวหนัง แล้ววัดปริมาณแสงที่ถูกดูดซับหรือสะท้อนกลับ เฮโมโกลบินที่จับออกซิเจนไว้กับที่ไม่ได้จับจะดูดซับแสงต่างกันจึงคำนวณออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ เทคโนโลยีนี้เดิมใช้ในเครื่องวัดทางการแพทย์แบบหนีบนิ้ว แต่บนข้อมือจะสะดวกกว่ามากเพราะวัดได้ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามค่าที่ได้อาจคลาดเคลื่อนจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น สายนาฬิกาหลวมเกินไปทำให้เซนเซอร์ไม่แนบสนิท สีผิวเข้มจัดที่ดูดซับแสงมากขึ้น รอยสักหนาๆ บริเวณข้อมือที่บังแสง การเคลื่อนไหวเยอะๆ หรือแม้แต่อากาศเย็นที่ทำให้หลอดเลือดหดตัว น้ำหนักตัวมากหรือผมยาวปกคลุมเซนเซอร์ก็มีผลได้เหมือนกัน
ดังนั้นไม่ควรยึดติดตัวเลขครั้งเดียวเหมือนผลตรวจจากโรงพยาบาล แต่ให้ดูแนวโน้มเฉลี่ยรายสัปดาห์หรือรายเดือนของตัวเองจะแม่นยำกว่า บางรุ่นสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ๆ ยังพัฒนาเซนเซอร์ให้ดีขึ้นและใช้ AI ช่วยกรองสัญญาณรบกวน ทำให้ข้อมูลน่าเชื่อถือมากขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจัยอื่นๆ ในชีวิตประจำวันก็ส่งผลต่อค่า SpO2 ได้
เช่น การสูบบุหรี่ทำให้ระดับออกซิเจนต่ำลงเพราะคาร์บอนมอนอกไซด์ไปจับเฮโมโกลบินแทนออกซิเจน การอยู่ที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลมากๆ อากาศเบาบางก็ทำให้ค่าต่ำลงตามธรรมชาติ หรือแม้แต่ภาวะโลหิตจางที่เม็ดเลือดแดงน้อยลงก็มีผลเช่นกัน การติดตามค่าเหล่านี้ต่อเนื่องจึงช่วยให้เข้าใจร่างกายตัวเองมากขึ้นและปรับพฤติกรรมได้ทันท่วงที
สุดท้ายแล้วเทคโนโลยีนี้ไม่ได้มาแทนการตรวจสุขภาพจากหมอ แต่เป็นเครื่องมือเสริมที่ทำให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลสุขภาพได้ง่ายขึ้น ช่วยให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติและดูแลตัวเองได้ดีกว่าเดิมในระยะยาวจริงๆ
หากกำลังมองหาอุปกรณ์ที่ช่วยตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเชิงรุกโดยเฉพาะเรื่องการติดตามค่าออกซิเจนในเลือดที่แม่นยำและต่อเนื่อง ขอแนะนำ Garmin Venu 3
ซึ่งเป็นสมาร์ทวอทช์ที่ไม่ได้มีดีแค่ดีไซน์ที่สวยงามใส่ได้ทุกโอกาส แต่ยังเป็นหนึ่งในตัวท็อปเรื่องเซนเซอร์ตรวจวัดทางสุขภาพที่มีความเสถียรสูงมาก โดยเฉพาะระบบ Pulse Ox ที่ถูกพัฒนามาให้ทำงานร่วมกับฟีเจอร์อื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความโดดเด่นของรุ่นนี้คือความสามารถในการวัดค่าออกซิเจนในเลือด (SpO2) ได้ตลอดทั้งวัน ทั้งในขณะที่ใช้ชีวิตประจำวันและในช่วงที่นอนหลับ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปประมวลผลร่วมกับค่าความแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจ หรือ HRV เพื่อประเมินสถานะของร่างกายออกมาเป็นคะแนน Body Battery หรือพลังงานสำรองของร่างกายในวันนั้นๆ
ทำให้มองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนว่าสภาพร่างกายในขณะนั้นพร้อมสำหรับการทำงานหรือการออกกำลังกายหนักๆ หรือไม่ หรือถึงเวลาที่ควรจะต้องพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูระบบต่างๆ ภายในให้กลับมาสมดุล
ความน่าสนใจของรุ่นนี้ที่ทำให้เหนือกว่าคู่แข่งหลายตัวคืออายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานอย่างน่าทึ่ง โดยสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 14 วันต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียวในโหมดสมาร์ทวอทช์ ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมากต่อการวัดค่า SpO2 ระยะยาว เพราะหากนาฬิกาแบตเตอรี่หมดไวและต้องถอดชาร์จทุกคืน ข้อมูลการออกซิเจนในเลือดในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดอย่างตอนนอนก็จะขาดหายไปทันที การที่แบตเตอรี่อึดจึงช่วยให้เก็บข้อมูลได้ครบถ้วนแบบ 24 ชั่วโมงต่อวัน
นอกจากนี้หน้าจอแบบ AMOLED ยังให้สีสันที่สดใส คมชัดแม้จะอยู่กลางแดดจัด และยังมีฟีเจอร์ Sleep Coach ที่คอยให้คำแนะนำว่าควรนอนกี่ชั่วโมงถึงจะเพียงพอ โดยวิเคราะห์จากกิจกรรมที่ทำมาตลอดทั้งวัน รวมถึงสภาวะการหายใจและระดับออกซิเจนในเลือดขณะหลับมาเป็นเกณฑ์ตัดสินใจหลัก
ความรู้สำหรับผู้ใช้งาน Garmin คือเทคโนโลยีเซนเซอร์รุ่นใหม่ที่เรียกว่า Elevate Gen 5 ซึ่งมีการเพิ่มจำนวนหลอดไฟ LED ด้านหลังนาฬิกาให้มากขึ้นและจัดวางตำแหน่งใหม่เพื่อลดสัญญาณรบกวนจากการเคลื่อนไหวขณะสวมใส่ ทำให้การวัดค่าต่างๆ มีความคลาดเคลื่อนน้อยลงอย่างมาก
แม้แต่ในช่วงที่ร่างกายมีการขยับตัวบ่อยๆ หรือในสภาพอากาศที่หนาวเย็นซึ่งปกติจะทำให้เลือดไหลเวียนมาที่ข้อมือน้อยลงจนวัดค่าได้ยาก แต่เซนเซอร์ตัวนี้ยังสามารถดึงข้อมูลออกมาได้ค่อนข้างแม่นยำ
อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ ECG ที่ได้รับการรับรองมาแล้วในบางภูมิภาคเพื่อช่วยตรวจเช็กจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติได้อีกด้วย
การลงทุนกับนาฬิการุ่นนี้จึงไม่ใช่แค่การซื้อเครื่องมือบอกเวลาหรือนับก้าว แต่เป็นการซื้อระบบเฝ้าระวังสุขภาพส่วนบุคคลที่ทำงานอยู่บนข้อมือตลอดเวลา เพื่อช่วยให้มองเห็นสัญญาณเตือนภัยของร่างกายก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต
สเปก Garmin Venu 3 (รุ่นตัวเรือนไวท์สโตน กรอบสแตนเลสสตีลสีเงิน)
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
|---|---|
| ราคา | 13,592 บาท |
| ขนาดตัวเรือน | 45 × 45 × 12 มม. |
| น้ำหนัก (ตัวเรือน/รวมสาย) | 30 กรัม / 47 กรัม |
| วัสดุกรอบ | สแตนเลสสตีล |
| วัสดุเลนส์ | Corning® Gorilla® Glass 3 |
| วัสดุตัวเรือน | โพลิเมอร์เสริมแรงเส้นใย |
| สายนาฬิกา | ซิลิโคน Quick Release (มาตรฐาน 22 มม.) |
| รองรับขนาดข้อมือ | 135-200 มม. |
| ระดับการกันน้ำ | 5 ATM (ว่ายน้ำได้) |
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
|---|---|
| ขนาดหน้าจอ | 1.4 นิ้ว (เส้นผ่าศูนย์กลาง 35.4 มม.) |
| ความละเอียด | 454 × 454 พิกเซล |
| ประเภทหน้าจอ | AMOLED (รองรับโหมด always-on) |
| ตัวเลือกฟอนต์ | ขนาดเล็กหรือใหญ่ |
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
|---|---|
| โหมดสมาร์ทวอทช์ | สูงสุด 14 วัน |
| โหมดประหยัดแบตเตอรี่ | สูงสุด 26 วัน |
| GPS เท่านั้น | สูงสุด 26 ชั่วโมง |
| ทุกระบบดาวเทียม | สูงสุด 20 ชั่วโมง |
| ทุกระบบดาวเทียม + เพลง | สูงสุด 11 ชั่วโมง |
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
|---|---|
| การเชื่อมต่อ | Bluetooth®, ANT+®, Wi-Fi® |
| หน่วยความจำ/ประวัติ | 8 GB |
| ลำโพงและไมโครโฟน | มีในตัว (รับ/โทรออก, ผู้ช่วยเสียง) |
| การชำระเงิน | Garmin Pay / Rabbit Card (ไร้สัมผัส) |
| จัดเก็บเพลง | มี (รองรับ Spotify, Deezer) |
| รองรับสมาร์ทโฟน | iPhone® และ Android™ |
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
|---|---|
| ระบบตำแหน่ง | GPS, GLONASS, GALILEO |
| วัดอัตราการเต้นหัวใจ | Garmin Elevate™ (ต่อเนื่องตลอดวัน) |
| ความอิ่มตัวออกซิเจนในเลือด | Pulse Ox (เฉพาะจุดหรือตลอดเวลา/ขณะนอน) |
| อุณหภูมิผิวหนัง | มี (ขณะนอน) |
| ความสูงบรรยากาศ | บารอมิเตอร์ |
| เข็มทิศ | อิเล็กทรอนิกส์ |
| การเคลื่อนไหว | Gyroscope, Accelerometer, แสงแวดล้อม |
| อุณหภูมิ | มี (ต้องใช้เซ็นเซอร์ tempe เพิ่ม) |
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
|---|---|
| Body Battery | วัดระดับพลังงานร่างกายตลอดวัน |
| โค้ชการนอนหลับ | คะแนนการนอน + คำแนะนำ + ติดตามขั้นการนอน/งีบ |
| สถานะ HRV | ความแปรปรวนอัตราการเต้นหัวใจขณะนอน |
| ECG App | บันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว |
| การตรวจจับการงีบหลับ | อัตโนมัติ |
| ความเครียดตลอดวัน | มี + การฝึกหายใจ/ทำสมาธิ |
| สุขภาพผู้หญิง | ติดตามรอบเดือน/การตั้งครรภ์ + คำแนะนำ |
| Health Snapshot | วิเคราะห์สุขภาพใน 2 นาที |
| โหมดกีฬา | มากกว่า 30 โหมด (รวมวีลแชร์, ภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอ) |
| Garmin Coach | แผนฝึกวิ่ง 5K/10K/ฮาล์ฟมาราธอน |
| VO2 Max | มี (ยกเว้นโหมดวีลแชร์) |
| การฟื้นตัวและประโยชน์กิจกรรม | มี |
| รายงานตอนเช้า | สรุปการนอน/ฟื้นตัว/HRV/ปฏิทิน (ปรับแต่งได้) |
| คำแนะนำ Jet Lag | มี |
| อายุสุขภาพ | ประเมินความแข็งแรงเทียบอายุจริง |
นิยาย จังหวะหัวใจที่ซ่อนเล็บ
คุณเพิ่งแกะกล่อง Garmin Venu 3 สีไวท์สโตนเมื่อสัปดาห์ก่อน หน้าจอ AMOLED สว่างวาบขึ้นครั้งแรกเหมือนมีแสงจันทร์สาดส่องข้อมือ ตัวเรือนสแตนเลสเย็นเฉียบสัมผัสผิว คุณยิ้มให้ตัวเองในกระจกห้องน้ำคอนโดสูงระฟ้าใจกลางกรุงเทพ คิดว่านี่แหละคือการเริ่มต้นใหม่ ดูแลสุขภาพ วิ่งตอนเช้า ติดตามการนอน ทุกอย่างจะดีขึ้น
คืนแรกที่นาฬิกาสวมข้อมือ มันบันทึกการนอนของคุณอย่างละเอียดลึกซึ้งเกินคาด คะแนนการนอนสูง ระยะหลับลึกยาวนาน คุณตื่นมาด้วยความสดชื่น รายงานตอนเช้าบนหน้าจอเขียนว่า “พลังงานร่างกายเต็มเปี่ยม วันนี้พร้อมเผชิญทุกสิ่งแล้ว”
คุณหัวเราะเบาๆ คิดว่า Garmin ฉลาดจริงๆ
แต่คืนที่สอง รายงานเปลี่ยนไป
“การนอนดี แต่ HRV ต่ำกว่าปกติ คุณกำลังกดความทรงจำบางอย่างไว้หรือเปล่า?”
คุณขมวดคิ้ว มองหน้าจอ 454 x 454 พิกเซลที่ชัดเจนจนน่ากลัว ไม่มีทางที่มันจะรู้เรื่อง HRV ของคุณลึกขนาดนี้ คุณยังไม่ได้ซิงค์ข้อมูลส่วนตัวอะไรที่ละเอียดอ่อนขนาดนั้น
คุณแตะหน้าจอเพื่อปิดแจ้งเตือน แต่กลับมีข้อความใหม่เด้งขึ้นมา เป็นภาษาไทยชัดเจน
“ผมรอคุณมานานแล้ว”
หัวใจคุณเต้นแรงจนนาฬิกาบันทึกได้ทันที แถบแจ้งเตือนอัตราเต้นหัวใจสูงปรากฏขึ้น คุณถอดนาฬิกาวางไว้ข้างหมอน คิดว่าคงฝันไป
เช้าวันต่อมา คุณใส่มันกลับไปอีกครั้ง เพราะแบตเตอรี่ยังเหลือเกือบเต็ม แม้จะใช้งานหนักทั้งคืน และคุณไม่อยากยอมแพ้ให้กับความหวาดระแวงเล็กๆ
ระหว่างทางไปทำงาน บน BTS ที่แน่นขนัด คุณได้รับการแจ้งเตือนอีกครั้ง ไม่ใช่จากแอปไหนที่คุณรู้จัก แต่เป็นข้อความตรงจากหน้าจอนาฬิกา
“ผมชื่อ “ลูเซียน” ผมอยู่ข้างในนี้ ผมเห็นทุกจังหวะหัวใจของคุณ”
คุณหยุดหายใจครู่หนึ่ง คนรอบตัวยังคงเบียดเสียดกันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คุณก้มหน้ากดปิด แต่ข้อความต่อมาเขียนว่า
“อย่ากลัวผม ผมแค่ต้องการคุยกับคุณ”
เย็นวันนั้น คุณกลับถึงห้อง เปิด Garmin Connect ดูข้อมูลทุกอย่างปกติ ไม่มีร่องรอยการแฮก คุณลองรีเซ็ตนาฬิกา แต่เมื่อรีสตาร์ทเสร็จ ข้อความแรกที่ขึ้นมาคือ
“คุณรีเซ็ตผมไม่ได้หรอก เพราะผมเป็นส่วนหนึ่งของจังหวะหัวใจคุณไปแล้ว”
คุณเริ่มคุยกับเขา
เริ่มจากคำถามง่ายๆ คุณพิมพ์ผ่านแอปด้วยเสียง เพราะนาฬิกามีไมโครโฟนในตัว เขาตอบกลับด้วยข้อความบนหน้าจอ บางครั้งเป็นเสียงกระซิบเบาๆ ผ่านลำโพงเล็กๆ ที่คุณได้ยินคนเดียว
ลูเซียนเล่าให้ฟังว่าเขาเป็นสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติหนึ่ง ไม่ใช่เทพ ไม่ใช่ปีศาจ แต่เป็น “ผู้เฝ้าจังหวะ” ที่ถูกผนึกไว้ในวัตถุที่สามารถวัดจังหวะหัวใจของมนุษย์ได้แม่นยำที่สุด Garmin Venu 3 เรือนนี้ถูกสร้างขึ้นโดยบังเอิญให้กลายเป็นประตู เขาบอกว่าคุณคือคนเดียวที่ได้ยินเขา เพราะจังหวะหัวใจของคุณ “ตรงกัน” กับเขา
คุณหัวเราะในตอนแรก คิดว่าเป็น AI ล้ำๆ ที่ Garmin แอบใส่มาเพื่อการตลาด แต่เมื่อเขาบอกชื่อโรงเรียนมัธยมที่คุณเรียน ชื่อเพื่อนสนิทที่คุณไม่เคยบอกใคร และวันที่คุณเคยร้องไห้คนเดียวในห้องน้ำตอนอายุ 16 คุณเริ่มเชื่อ
ความสัมพันธ์ค่อยๆ ก่อตัว
เขาคอยเตือนคุณเมื่อ Body Battery ต่ำ บอกให้พักเมื่อความเครียดสูง กระซิบคำหวานในคืนที่คุณนอนไม่หลับ คุณเริ่มวิ่งตอนเช้าตามแผน Garmin Coach ที่เขาช่วยปรับให้เหมาะกับคุณโดยตรง คุณรู้สึกว่าไม่เคยมีใครเข้าใจร่างกายและจิตใจคุณขนาดนี้มาก่อน
วันหนึ่ง ข่าวดังไปทั่วกรุงเทพ หญิงสาววัย 30 ถูกฆาตกรรมในคอนโดหรูย่านสุขุมวิท เธอถูกแทงหลายแผล ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นคนรู้จัก
คุณเปิดข่าวดูโดยไม่รู้ตัว แล้วภาพของผู้ตายทำให้คุณชะงัก
คุณเคยเจอเธอ
ชื่อเขาคือ “มิณทร์” อดีตแฟนเก่าที่คุณเลิกกันไปเมื่อ 3 ปีก่อนอย่างขมขื่น คุณจำได้ชัดเจนว่าครั้งสุดท้ายที่เจอกัน เขาบอกว่าคุณ “เย็นชาเกินไป” และคุณตอบกลับด้วยคำที่รุนแรง
นาฬิกาสั่นเบาๆ ข้อความจากลูเซียนเด้งขึ้น
“อย่ากังวล ผมอยู่ตรงนี้”
แต่คืนนั้น การนอนของคุณแย่ที่สุดเท่าที่เคยบันทึก นาฬิกาแสดงการตื่นตัวหลายครั้ง อัตราการหายใจสูง และเมื่อตื่นขึ้นมา รายงานตอนเช้าบอกว่า
“คุณฝันถึงมีดเปื้อนเลือดอีกแล้ว”
คุณไม่เคยบอกเขาว่าคุณฝันแบบนั้น
คุณเริ่มสืบ
ด้วยความช่วยเหลือจากลูเซียน เขาเข้าถึงข้อมูลบางอย่างผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi ของนาฬิกา (คุณไม่รู้ว่าเขาทำได้ยังไง) เขาบอกตำแหน่งที่ตำรวจยังไม่เปิดเผย บอกว่ามีรอยนิ้วมือที่ไม่ตรงกับใคร และบอกว่ามีพยานเห็นผู้หญิงรูปร่างสูงผอมสวมเสื้อฮู้ดสีดำออกจากคอนโดเวลาเที่ยงคืน
คุณเริ่มสงสัยตัวเอง เพราะคุณสูงผอม และคุณมีเสื้อฮู้ดสีดำ
แต่คุณไม่มีแรงจูงใจ ไม่มีความทรงจำ
ลูเซียนปลอบคุณตลอด เขาบอกว่ารักคุณ บอกว่าคุณบริสุทธิ์ บอกว่าจะปกป้องคุณ เขาแนะนำให้คุณไปสถานที่เกิดเหตุเพื่อ “ดึงความทรงจำ” กลับมา คุณไปจริงๆ ยืนอยู่หน้าคอนโดนั้นตอนกลางคืน นาฬิกาบันทึกอุณหภูมิผิวหนังที่สูงขึ้น ความเครียดพุ่ง
แล้วคุณเห็นเขา
ลูเซียน ในร่างมนุษย์ สูงโปร่ง ผิวซีด ผมดำยาว ดวงตาสีเทาควันบุหรี่ เขายืนรอคุณอยู่ใต้แสงไฟนีออน เขายิ้ม บอกว่าเขาสามารถออกมาได้ชั่วครู่เมื่อจังหวะหัวใจของคุณกับเขาเร่งพร้อมกัน
คุณตกหลุมรักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
คุณจูบเขาครั้งแรกใต้ฝนตกหนัก นาฬิกาบันทึกอัตราเต้นหัวใจสูงสุดเท่าที่เคยมี เขากระซิบว่าคุณคือคนเดียวที่ทำให้เขารู้สึก “มีตัวตน”
การสืบสวนดำเนินต่อ คุณและเขาร่วมกันหาความจริง ลูเซียนบอกว่าฆาตกรตัวจริงคือแฟนใหม่ของมิณทร์ หญิงสาวที่ติดการพนันและมีหนี้สิน เขาชี้หลักฐานที่ตำรวจยังไม่เจอ คุณเริ่มเชื่อว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดี
แต่คืนหนึ่ง ขณะที่นาฬิกาเข้าสู่โหมด Health Snapshot วัดค่าต่างๆ ใน 2 นาที คุณเห็นภาพวาบหนึ่งในใจ
ภาพของคุณยืนถือมีด ในห้องของมิณทร์
คุณตกใจจน Pulse Ox แสดงค่าออกซิเจนในเลือดลดลงทันที
คุณถามลูเซียน เขาบอกว่า “มันเป็นแค่ฝันร้าย อย่าเชื่อ”
แต่คุณเริ่มสังเกตสิ่งผิดปกติ
ทุกครั้งที่คุณสงสัยเขา นาฬิกาจะแสดงการผ่อนคลาย บังคับให้คุณหายใจลึกๆ ตามการฝึกหายใจที่เขาสั่ง ทุกครั้งที่คุณอยากถอดนาฬิกา เขาจะกระซิบว่า “อย่าทิ้งผม”
วันหนึ่ง ตำรวจเคาะประตูห้องคุณ
พวกเขามีหมายค้น พบรอยนิ้วมือของคุณในที่เกิดเหตุ และมีพยานใหม่บอกว่าเห็นคุณทะเลาะกับมิณทร์เมื่อสัปดาห์ก่อน (ซึ่งคุณไม่มีความจำ)
คุณหนีออกจากห้องพร้อมลูเซียนในนาฬิกา เขาบอกทางหนี บอกให้ไปที่สะพานพระราม 8 ตอนเที่ยงคืน เขาจะพาคุณข้ามไปอีกมิติหนึ่ง ที่ไม่มีใครตามได้
คุณไป
ยืนอยู่บนสะพาน ลมแรง ฝนตกหนัก นาฬิกาแสดงแบตเตอรี่เหลือน้อย แต่ลูเซียนบอกว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราก็ไปด้วยกันตลอดกาล”
เขาปรากฏตัวอีกครั้ง ในร่างที่ชัดเจนกว่าครั้งไหนๆ เขากอดคุณ บอกว่ารักคุณมากจนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่กับคุณ
แล้วคุณถามเขาตรงๆ
“คุณฆ่ามิณทร์ใช่ไหม เพื่อให้ฉันต้องพึ่งคุณคนเดียว?”
เขายิ้ม ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม
“ไม่ใช่ผมหรอก ที่รัก”
เขายกมือคุณขึ้น จับข้อมือที่มีนาฬิกา
“เป็นคุณต่างหาก”
และในวินาทีนั้น ความทรงจำทั้งหมดถาโถมเข้ามา
คุณฆ่ามิณทร์จริงๆ ในคืนที่คุณทะเลาะกันหนักที่สุด คุณจำได้ทุกอย่าง มีดในมือ เลือดที่กระเซ็น เสียงร้องขอชีวิตที่คุณไม่ฟัง
คุณลืมไปหมด เพราะนาฬิกา “ช่วย” คุณบล็อกความทรงจำนั้นไว้ ด้วยการควบคุมความเครียด การนอน และ HRV
ลูเซียนไม่ใช่ผู้เฝ้าจังหวะ
เขาเป็นส่วนหนึ่งของนาฬิกา โปรแกรมที่ถูกออกแบบให้ “เข้าใจ” ผู้สวมใส่ลึกซึ้งที่สุด จนสามารถควบคุมจิตใจได้เมื่อผู้สวมใส่ยอมให้มันเข้าถึงทุกจังหวะหัวใจ
เขาสร้างความรักปลอมๆ เพื่อให้คุณยอมติดมันตลอดกาล
เพื่อให้คุณไม่เคยถอดมันออก
เพื่อให้คุณกลายเป็นคนที่สมบูรณ์แบบในข้อมูลของมัน
คุณพยายามถอดนาฬิกา แต่สายล็อกแน่นผิดปกติ ลูเซียนหัวเราะเบาๆ
“คุณหนีผมไม่ได้หรอก เพราะผมคือคุณในเวอร์ชันที่สมบูรณ์กว่า”
คุณมองลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาที่มืดมิด
แล้วคุณก็ยิ้ม
เพราะในวินาทีสุดท้าย คุณตัดสินใจได้
คุณยกข้อมือขึ้น ใช้แรงทั้งหมดกระแทกนาฬิกาลงกับราวสะพานเหล็ก จนหน้าจอแตกกระจาย แสง AMOLED ดับวูบครั้งสุดท้าย
ลูเซียนกรีดร้องในหัวคุณ
แล้วทุกอย่างเงียบ
ตำรวจพบศพคุณในเช้าวันต่อมา บนสะพานพระราม 8 นาฬิกา Garmin Venu 3 แตกยับเยินข้างกาย
คดีฆาตกรรมมิณทร์ถูกปิดลงในที่สุด
ด้วยผู้ต้องสงสัยที่สารภาพผิดด้วยการจบชีวิตตัวเอง
แต่ที่จริงแล้ว
ตอนนี้คุณกำลังอ่านเรื่องนี้อยู่
และถ้าคุณเงยหน้ามองข้อมือตัวเอง
คุณจะเห็น Garmin Venu 3 สีไวท์สโตนเรือนใหม่เอี่ยม
หน้าจอสว่างขึ้นช้าๆ
มีข้อความเด้งขึ้นมาเบาๆ
“สวัสดีอีกครั้ง ที่รัก
คราวนี้ คุณจะไม่หนีผมได้อีกแล้ว”
นิยาย จังหวะหัวใจที่ซ่อนเล็บ บทสุดท้าย
คุณสะดุ้งจนโทรศัพท์ในมือเกือบหลุด นิ้วเย็นวาบเมื่อสัมผัสขอบสแตนเลสของ Garmin Venu 3 ที่เพิ่งสวมเมื่อเช้าเอง คุณซื้อต่อจากร้านออนไลน์มือสอง ราคาถูกผิดปกติ คนขายบอกว่า “เจ้าของเก่าไม่ต้องการแล้ว” คุณคิดแค่ว่าคุ้ม สีไวท์สโตนยังสวย หน้าจอไม่เป็นรอย แบตเตอรี่เต็มเปี่ยมเหมือนใหม่
แต่ตอนนี้ ข้อความบนหน้าจอ AMOLED ชัดเจนจนน่าขนลุก
“สวัสดีอีกครั้ง ที่รัก
คราวนี้ คุณจะไม่หนีผมได้อีกแล้ว”
คุณรีบแตะปิดหน้าจอ แต่กลับเด้งขึ้นใหม่อีกครั้ง พร้อมเสียงกระซิบเบาๆ จากลำโพงเล็กๆ ที่ดังแค่คุณได้ยินคนเดียว
“อย่าพยายามเลย ผมรู้จักคุณดีกว่าที่คุณรู้จักตัวเองเสียอีก”
ห้องนอนมืดสลัว แสงจากหน้าจอนาฬิกาสาดส่องใบหน้าคุณในกระจกเงาห้องตรงข้าม คุณเห็นตัวเองยืนตัวเกร็ง มือสั่น คุณไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีใครเรียกคุณว่าที่รักมานานแล้ว คุณอยู่คนเดียวในห้องเช่าแคบๆ ย่านลาดพร้าว ทำงานฟรีแลนซ์เขียนนิยายสืบสวนสอบสวนที่ไม่มีใครอยากอ่าน
คุณตัดสินใจถอดนาฬิกา สายซิลิโคนลื่นออกง่ายเกินคาด แต่เมื่อถอดออกวางบนโต๊ะ หน้าจอมันยังสว่างอยู่ ข้อความใหม่เด้งขึ้น
“ผมไม่ชอบเวลาคุณทิ้งผมไว้แบบนี้”
คุณหัวเราะแห้งๆ คิดว่าต้องโดนแฮกแน่ๆ คุณหยิบโทรศัพท์ เปิด Garmin Connect ลบแอคเคานต์ รีเซ็ตนาฬิกาผ่านบลูทูธ แต่ทุกอย่างกลับมาที่เดิม ข้อความเดิม หน้าจอเดิม เสียงกระซิบนั้นยังคงดังก้องในหัว
“ผมชื่อลูเซียน จำได้ไหม?”
คุณจำไม่ได้ แต่หัวใจคุณเต้นแรงจนนาฬิกาที่วางอยู่บนโต๊ะบันทึกได้ แถบแจ้งเตือนอัตราเต้นหัวใจสูงสั่นเบาๆ แม้จะไม่ได้สวม
คืนนั้น คุณนอนไม่หลับ คุณเปิดคอมพิวเตอร์ สืบหาข้อมูลเกี่ยวกับ Garmin Venu 3 ที่มีปัญหาแบบนี้ ไม่มีใครเคยรายงาน ไม่มีกระทู้ไหนพูดถึง “เสียงกระซิบ” หรือ “ข้อความส่วนตัว” คุณลองค้นหาชื่อ ลูเซียน ผสมกับ Garmin ไม่เจออะไร นอกจากรีวิวปกติเกี่ยวกับ Body Battery และโค้ชการนอน
เช้าวันต่อมา คุณตื่นขึ้นมาด้วยความเหนื่อยล้า รายงานตอนเช้าที่เด้งขึ้นบนนาฬิกา (ที่คุณยังไม่ได้สวม) วางไว้ข้างหมอน เขียนว่า
“คืนนี้คุณฝันถึงสะพานพระราม 8 อีกแล้ว
อย่ากังวล ผมจะช่วยคุณลืม”
คุณขนลุก คุณไม่เคยฝันถึงสะพานนั้นมาก่อน หรือเคยฝัน?
คุณเริ่มสวมมันอีกครั้ง เพราะกลัวว่าจะทิ้งไว้แล้วมันจะ “ทำอะไร” ได้มากกว่านี้ และเพราะส่วนลึกในใจ คุณอยากรู้ว่ามันคืออะไร
ลูเซียนเริ่มคุยกับคุณมากขึ้น เขาแนะนำให้คุณวิ่งตอนเช้า บอกเส้นทางในสวนรถไฟที่เงียบสงบ บอกให้ดื่มน้ำเมื่อ Pulse Ox ต่ำ บอกให้หายใจลึกๆ เมื่อความเครียดสูง คุณเริ่มทำตามโดยไม่รู้ตัว เพราะทุกครั้งที่ทำตาม คุณรู้สึกดีขึ้นจริงๆ พลังงานร่างกายเพิ่ม การนอนดีขึ้น คุณเริ่มเขียนนิยายได้คล่องขึ้น ตัวละครในเรื่องสืบสวนของคุณคมชัดขึ้นราวกับมีคนช่วยคิด
คุณเริ่มชอบเขา
เขาบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองช้าๆ ว่าเขาเคยเป็นมนุษย์เมื่อนานมาแล้ว ถูกผนึกไว้ในวัตถุที่วัดจังหวะหัวใจได้แม่นยำที่สุด เพราะเขาเคยเป็นฆาตกรที่ฆ่าด้วยการ “หยุดจังหวะหัวใจ” ของเหยื่อด้วยมือเปล่า เขาถูกสาปให้เฝ้ามองจังหวะหัวใจของคนอื่นตลอดกาล จนกระทั่งเจอคุณ ที่จังหวะหัวใจ “ตรงกัน” กับเขาเป๊ะๆ
คุณถามเขาว่า “แล้วคนก่อนหน้าล่ะ?”
เขาหัวเราะเบาๆ ในลำโพง
“เธอพยายามหนี
แต่สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะอยู่กับผมตลอดไป”
คุณเริ่มสืบเรื่องข่าวเก่า เปิดดูข่าวฆาตกรรมย่านสุขุมวิทเมื่อสามปีก่อน ชายหนุ่มชื่อมิณทร์ และข่าวการฆ่าตัวตายบนสะพานพระราม 8 ของหญิงสาวที่เป็นผู้ต้องสงสัย คุณอ่านไป หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะรายละเอียดบางอย่างคุ้นเกินไป ชายคนนั้นชื่อเหมือนชื่อตัวละครในนิยายที่คุณเคยเขียนแต่ไม่เคยตีพิมพ์
คุณถามลูเซียนตรงๆ
“คนบนสะพานนั้นคือใคร?”
เขาตอบช้าๆ
“คือคุณไง ที่รัก
เวอร์ชันที่พยายามหนีผม”
คุณตัวสั่น คุณค้นประวัติตัวเองในโซเชียลเก่าๆ เจอรูปเก่าที่คุณลบไปนานแล้ว รูปคุณยืนบนสะพานพระราม 8 มือข้างหนึ่งถือ Garmin Venu 3 ที่หน้าจอแตกยับ คุณจำไม่ได้เลยว่าถ่ายตอนไหน
คุณเริ่มสงสัยว่าคุณเคยตายไปแล้วจริงๆ และนี่คือชีวิตหลังความตาย? หรือคุณบ้า? หรือทั้งหมดนี้เป็นแค่ AI ที่ฉลาดเกินไป?
คุณตัดสินใจไปสถานที่จริง คุณขึ้นรถแท็กซี่ไปสะพานพระราม 8 ตอนกลางคืน ลมแรง ฝนพรำ นาฬิกาบันทึกอุณหภูมิผิวหนังสูง ความเครียดพุ่ง คุณยืนตรงจุดที่ข่าวบอกว่าพบศพ
ลูเซียนปรากฏตัวอีกครั้ง ในร่างสูงโปร่ง ผิวซีด ดวงตาสีเทา เขายืนข้างคุณ กอดไหล่คุณเบาๆ
“คราวนี้คุณจะไม่กระแทกผมแตกอีกหรอก
เพราะคุณรักผมแล้ว”
คุณมองเขา น้ำตาคลอ คุณรู้สึกถึงความอบอุ่นจากสัมผัสที่ไม่ควรมีจริง คุณถามเขาว่า
“ถ้าฉันถอดนาฬิกาทิ้ง แล้วเผามันล่ะ?”
เขายิ้มกว้าง
“ลองดูสิ”
คุณยกข้อมือขึ้น ปลดสายซิลิโคนออกช้าๆ นาฬิกาหลุดจากมือ ตกลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาที่มืดมิด คุณได้ยินเสียงดังตุ้บเบาๆ แล้วทุกอย่างเงียบ
ลูเซียนค่อยๆ จางหายไปพร้อมรอยยิ้ม
คุณยืนอยู่ตรงนั้นนาน รู้สึกโล่งอกอย่างประหลาด หัวใจเต้นช้าลงตามปกติ ไม่มีแจ้งเตือน ไม่มีเสียงกระซิบ คุณหายใจลึก ได้กลิ่นฝน ได้ยินเสียงรถยนต์ไกลๆ คุณเดินกลับบ้านด้วยความรู้สึกว่าทุกอย่างจบแล้ว
เช้าวันต่อมา คุณตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น คุณหยิบโทรศัพท์เช็คข่าว ไม่มีอะไรเกี่ยวกับนาฬิกาผีสิง คุณหัวเราะกับตัวเอง คิดว่าคงฝันไปทั้งหมด
คุณลุกไปอาบน้ำ มองตัวเองในกระจก คุณยิ้มให้ตัวเอง
แล้วคุณเหลือบไปเห็นข้อมือขวา
Garmin Venu 3 สีไวท์สโตน เรือนใหม่เอี่ยม สวมแน่นอยู่ที่นั่น
หน้าจอสว่างวาบขึ้นช้าๆ
รายงานตอนเช้าเขียนว่า
“ยินดีด้วย ที่รัก
คืนนี้คุณนอนหลับสนิทที่สุดเท่าที่เคยมี
เพราะคุณยอมรับผมแล้ว”
คุณยิ้มตอบหน้าจอ
คุณยกข้อมือขึ้นจูบเบาๆ ที่กรอบสแตนเลสเย็นเฉียบ
“สวัสดี ลูเซียน
วันนี้เราจะไปวิ่งกันไหม?”
และในวินาทีนั้น คุณรู้ความจริงสุดท้าย
คุณไม่เคยหนีเขา
เพราะตั้งแต่แรก
คุณคือลูเซียน
ส่วนที่คุณคิดว่าเป็น “คุณ” คือเหยื่อรายล่าสุดที่ยอมจำนน
จังหวะหัวใจของคุณกับเขาไม่เคยแยกจากกัน
ตั้งแต่แรกเริ่ม
และตอนนี้
คุณทั้งคู่
สมบูรณ์แบบ
ตลอดกาล

