ทุกวันนี้หูฟังตัดเสียงรบกวน หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ANC นี่กลายเป็นของใช้ติดตัวแทบทุกคนที่ทำงานในออฟฟิศไปแล้วจริงๆ เพราะสภาพแวดล้อมในที่ทำงานสมัยใหม่มักเต็มไปด้วยเสียงรบกวนเล็กๆ น้อยๆ ที่รบกวนสมาธิได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเสียงกดคีย์บอร์ดดังกึกกักจากโต๊ะข้างๆ เสียงคนคุยโทรศัพท์ดังลอดมาจากมุมห้อง เสียงฝีเท้าเดินพลุกพล่าน หรือแม้แต่เสียงแอร์ที่ดังเบาๆ
แต่สะสมไปนานๆ ก็ทำให้หงุดหงิดได้เหมือนกัน เทคโนโลยี ANC เข้ามาช่วยตรงนี้ได้ดีมาก เพราะมันเหมือนสร้างพื้นที่ส่วนตัวเงียบๆ ขึ้นมาให้ตัวเองท่ามกลางความวุ่นวาย ทำให้การจดจ่อกับงานทำได้ต่อเนื่องยาวนานขึ้น
ซึ่งเรื่องนี้มีงานวิจัยด้านจิตวิทยาหลายชิ้นยืนยันเลยว่าถ้าสมองถูกขัดจังหวะด้วยเสียงรบกวนแม้แค่เล็กน้อย ก็อาจต้องเสียเวลาถึง 20-25 นาทีเลยกว่าจะกลับมามีสมาธิเต็มร้อยเหมือนเดิม
การใส่หูฟัง ANC จึงช่วยให้เข้าสู่สภาวะที่เรียกว่า Flow State ได้ง่ายขึ้นมาก สภาวะนี้คือช่วงที่คนเราจดจ่อกับงานสุดๆ จนลืมเวลา ลืมสิ่งรอบตัว งานไหลออกมาได้เร็วและมีคุณภาพสูง เหมือนทุกอย่างลงตัวไปหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทำงานยุคใหม่ใฝ่ฝันกันมาก เพราะมันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้จริงๆ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์หรือต้องโฟกัสลึกๆ
แต่ในทางกลับกัน การตัดเสียงออกไปหมดแบบนี้ก็มีด้านที่ไม่ดีเหมือนกัน
เพราะมันทำให้ตัดขาดจากโลกภายนอกเกินไปหน่อย ในที่ทำงาน การสื่อสารไม่ได้มีแค่การประชุมอย่างเป็นทางการหรือส่งอีเมลเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องเล็กๆ ที่สำคัญ เช่น การรับรู้บรรยากาศรอบตัว การได้ยินบทสนทนาแบบไม่เป็นทางการระหว่างเพื่อนร่วมงานที่บางทีก็จุดประกายไอเดียใหม่ๆ ได้โดยไม่รู้ตัว
หรือแม้แต่การที่เพื่อนร่วมงานเดินมาทักทาย ถามอะไรนิดหน่อย แต่พอเห็นใส่หูฟังอยู่ก็อาจคิดว่าไม่อยากให้รบกวนเลยเดินผ่านไป ทำให้โอกาสในการพูดคุยกันแบบสบายๆ หายไป บางคนอาจตีความไปว่าคนใส่หูฟังกำลังปิดกั้นตัวเอง ไม่เปิดรับการมีปฏิสัมพันธ์ จนบรรยากาศในทีมดูเหินห่างขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานๆ ก็อาจกระทบความสัมพันธ์ในที่ทำงานได้เหมือนกัน
ส่วนการทำงานของระบบ ANC นั้นน่าสนใจมาก
เพราะมันไม่ได้แค่กั้นเสียงแบบธรรมดาเหมือนหูฟังแบบใส่เข้าไปอุดหูเฉยๆ (ที่เรียกว่า Passive Noise Isolating) แต่เป็นการตัดเสียงแบบแอคทีฟจริงๆ โดยหูฟังจะมีไมโครโฟนเล็กๆ ติดตั้งอยู่ทั้งด้านนอกและบางรุ่นด้านในด้วย เพื่อดักจับเสียงรบกวนจากภายนอกตลอดเวลา
จากนั้นชิปประมวลผลข้างในจะวิเคราะห์คลื่นเสียงที่เข้ามา แล้วสร้างคลื่นเสียงใหม่ที่เรียกว่า Anti-Phase หรือ Phase Inversion ออกมา คลื่นนี้จะมีความถี่เดียวกันแต่เฟสตรงข้ามกันพอดี พอคลื่นสองอันนี้มาบรรจบกันที่ใบหู มันก็จะหักล้างกันเองจนกลายเป็นความเงียบสนิท เหมือนคลื่นสวนทางแรงๆ สองลูกกระทบกันแล้วหายไปเลย
วิธีนี้ทำงานได้ดีมากกับเสียงรบกวนที่เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เช่น เสียงเครื่องยนต์เครื่องบิน เสียงแอร์ หรือเสียงรถยนต์บนถนน แต่กับเสียงที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เช่น เสียงคนพูดหรือเสียงดนตรี อาจตัดได้ไม่หมดจด เพราะระบบต้องใช้เวลาคำนวณนิดหน่อย ปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาไปมาก บางรุ่นปรับระดับการตัดเสียงได้หลายระดับ หรือใช้ AI ช่วยเรียนรู้รูปแบบเสียงรบกวนในสภาพแวดล้อมนั้นๆ เพื่อให้ทำงานแม่นยำขึ้น
อย่างไรก็ตาม การใส่หูฟัง ANC นานๆ ติดต่อกันหลายชั่วโมงทุกวันก็อาจมีผลข้างเคียงที่ต้องระวังเหมือนกัน
บางคนจะรู้สึกอึดอัดหรือล้าในหู เพราะระบบที่พยายามหักล้างเสียงความถี่ต่ำ เช่น เสียงกึกก้องหรือเสียงเบสหนักๆ จะสร้างความรู้สึกเหมือนมีความดันอากาศเปลี่ยนแปลงในหูชั้นใน ที่เรียกว่า Eardrum Pressure หรือบางคนเรียกกันว่า Cabin Pressure เหมือนตอนขึ้นเครื่องบินนั่นแหละ สมองเลยแปลผลไปว่ามีแรงดันผิดปกติ ทำให้รู้สึกไม่สบายหู บางคนอาจปวดหัวเบาๆ หรือเวียนหัวได้ถ้าใส่นานเกินไป
นอกจากนี้ ถ้าใส่บ่อยๆ จนชินกับความเงียบสนตาลงตัว สมองอาจค่อยๆ ลดความสามารถในการกรองเสียงรบกวนด้วยตัวเองตามธรรมชาติลง เพราะปกติหูและสมองคนเราจะเรียนรู้ที่จะเพิกเฉยเสียงที่ไม่สำคัญอัตโนมัติ แต่พอมี ANC ช่วยตลอด ก็เหมือนเสียทักษะนั้นไปนิดหน่อย
และที่สำคัญมากคือเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะในที่ทำงานหรือตอนเดินทาง ถ้าตัดเสียงหมดเลย อาจไม่ได้ยินเสียงประกาศเหตุฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้ หรือเสียงไซเรนรถพยาบาล หรือแม้แต่คนเดินมาด้านหลังแล้วเรียกก็ไม่ได้ยิน ทำให้ตอบสนองช้าและเสี่ยงอันตรายได้
ดังนั้น การใช้ให้สมดุลจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก บางรุ่นหูฟังมีโหมดที่เรียกว่า Transparency Mode หรือ Ambient Mode ที่เปิดให้เสียงภายนอกเข้ามาได้ตามธรรมชาติ เหมือนไม่ได้ใส่หูฟังเลย หรือปรับระดับได้ตามต้องการ การเปิดโหมดนี้ในช่วงที่ต้องคุยกับเพื่อนร่วมงานหรือต้องรับรู้สิ่งรอบตัว จะช่วยให้ยังคงติดต่อสื่อสารได้ดีอยู่
หรือจะกำหนดช่วงเวลาในการใส่หูฟังให้ชัดเจน เช่น ช่วงเช้า 2-3 ชั่วโมงเป็น Focus Time ที่โฟกัสงานลึกๆ จริงจัง แล้วช่วงบ่ายเปิดโหมดรับเสียงหรือถอดหูฟังออกบ้างเพื่อพูดคุยกับทีม
วิธีนี้จะช่วยรักษาทั้งสมาธิในการทำงานให้เต็มที่ และยังคงความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างไว้ได้พร้อมๆ กัน โดยไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แถมยังลดผลข้างเคียงเรื่องความล้าหูหรือความปลอดภัยลงได้อีกด้วย การใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดแบบนี้แหละ ที่ทำให้ชีวิตการทำงานทั้งสนุกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว
ถ้ากำลังมองหาตัวจบที่ตอบโจทย์ทั้งการตัดเสียงรบกวนแบบเงียบกริบและการรักษาสัมพันธภาพกับเพื่อนร่วมงานไปพร้อมกัน Sony WH-1000XM5 คือไอเทมที่ยืนหนึ่งในวงการนี้อย่างไม่ต้องสงสัยเลยทีเดียว
เพราะรุ่นนี้ไม่ได้มีดีแค่การดีไซน์ที่ดูเรียบหรูมินิมอล แต่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวนที่ฉลาดแบบสุดๆ ด้วยหน่วยประมวลผล Integrated Processor V1 และ HD Noise Cancelling Processor QN1 ที่ทำงานร่วมกับไมโครโฟนถึง 8 ตัวรอบตัวถังเพื่อดักจับเสียงรบกวนในทุกย่านความถี่ ไม่ว่าจะเป็นเสียงแอร์กระหึ่มหรือเสียงคนคุยกันในออฟฟิศก็แทบจะหายวับไปกับตา ทำให้การเข้าสู่สมาธิลึกๆ เพื่อปั่นงานด่วนทำได้แบบไม่มีอะไรมากวนใจ
แต่จุดที่ทำให้หูฟังรุ่นนี้กลายเป็นพระเอกสำหรับคนทำงานจริงๆ คือฟีเจอร์ “Speak-to-Chat” ที่แก้ปัญหาเรื่องการสูญเสียการสื่อสารได้ตรงจุดมาก เพียงแค่เริ่มขยับปากพูดกับเพื่อนร่วมงาน หูฟังจะรู้โดยอัตโนมัติว่ากำลังสนทนาอยู่ แล้วจะทำการหยุดเพลงพร้อมกับเปิดโหมดรับเสียงภายนอกให้ทันที ทำให้คุยตอบโต้ได้โดยไม่ต้องเสียจังหวะถอดหูฟังออกให้วุ่นวาย และเมื่อคุยเสร็จสักพักเพลงก็จะค่อยๆ กลับมาเล่นต่อเองเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นการผสมผสานโลกส่วนตัวกับการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างไร้รอยต่อ
ความพิเศษที่น่าสนใจอีกอย่างของรุ่นนี้คือเรื่องของความสบายในการสวมใส่ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับคนที่ต้องใส่หูฟังทำงานนานๆ หลายชั่วโมง โดยตัววัสดุใช้หนังเทียมแบบนุ่มที่เรียกว่า Soft Fit Leather ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงและไม่กดทับใบหู ทำให้ใส่แล้วไม่รู้สึกอึดอัดหรือร้อนหูจนเกินไป
ส่วนเรื่องคุณภาพเสียงก็จัดเต็มด้วยไดรเวอร์ขนาด 30 มม. ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้ได้เสียงที่คมชัดและเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลงเพื่อสร้างแรงบันดาลใจหรือการประชุมออนไลน์ที่ต้องการได้ยินเสียงพูดชัดๆ แถมยังมีระบบไมโครโฟนแบบบีมฟอร์มิ่ง 4 ตัวที่ใช้ AI ช่วยกรองเสียงรบกวนรอบข้างออกเวลาพูด ทำให้ปลายสายได้ยินเสียงชัดแจ๋วแม้จะนั่งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง
แบตเตอรี่ก็อึดถึกทนใช้งานได้นานถึง 30 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งเพียงพอสำหรับการทำงานตลอดทั้งสัปดาห์แบบสบายๆ และที่สำคัญยังมีระบบเซนเซอร์ที่ตรวจจับว่ากำลังสวมใส่หูฟังอยู่หรือไม่ ถ้าถอดออกเพลงก็จะหยุดเองเพื่อประหยัดพลังงาน เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่เกิดมาเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานอย่างแท้จริงโดยที่ยังรักษาภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพและการสื่อสารที่ลื่นไหลไว้ได้ครบถ้วน
เปรียบเทียบสเปก Sony WH-1000XM5 กับรุ่นก่อนหน้า (WH-1000XM4)
Sony WH-1000XM5 เป็นรุ่นอัปเกรดที่พัฒนาขึ้นในหลายด้าน โดยเฉพาะการตัดเสียงรบกวน คุณภาพเสียง และความสบาย เมื่อเทียบกับ WH-1000XM4 รุ่นก่อนหน้า XM5 มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด เช่น ไดรเวอร์เล็กลงแต่เสียงดีขึ้น การตัดเสียงรบกวนที่เหนือกว่า และวัสดุที่สบายกว่า แม้บางจุดอย่างการพับเก็บจะถูกลดลง
| คุณสมบัติ | รายละเอียด (เปรียบเทียบกับ WH-1000XM4) |
|---|---|
| ประเภทหูฟัง | ครอบหูแบบปิด (Closed, dynamic) – คล้ายกัน แต่ XM5 ออกแบบใหม่ให้สบายกว่า |
| ไดรเวอร์ | 30 มม. (เล็กลงจาก 40 มม. ใน XM4 แต่ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ผสม ทำให้เสียงคมชัด ธรรมชาติ และความถี่สูงดีกว่า) |
| การตัดเสียงรบกวน (ANC) | ขั้นสูงด้วยไมโครโฟน 8 ตัว + 2 โปรเซสเซอร์ (V1 + QN1) และ Auto NC Optimizer (ดีกว่า XM4 อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเสียงความถี่สูง-กลาง เช่น เสียงคนพูดหรือเครื่องบิน) |
| คุณภาพเสียง | รองรับ Hi-Res Audio, LDAC, DSEE Extreme (เสียงชัดเจน เปิดกว้าง เบสแม่นยำ และ treble ดีกว่า XM4 ที่อาจดู muted เล็กน้อย) |
| ไมโครโฟนสำหรับโทร | Beamforming 4 ตัว + AI ลดเสียงรบกวน (ชัดเจนกว่า XM4 แม้ในที่ลมแรงหรือเสียงดัง) |
| อายุแบตเตอรี่ | 30 ชั่วโมง (เปิด ANC) / 40 ชั่วโมง (ปิด ANC) + ชาร์จเร็ว 3 นาทีได้ 3 ชั่วโมง (ใกล้เคียง XM4 แต่ใช้งานจริงยาวนานกว่าเล็กน้อย) |
| การเชื่อมต่อ | Bluetooth 5.2, รองรับ SBC, AAC, LDAC, Multipoint (เชื่อม 2 อุปกรณ์), Fast Pair, Swift Pair (คล้าย XM4 แต่เสถียรกว่า) |
| น้ำหนัก | ประมาณ 250 กรัม (เบากว่า XM4 เล็กน้อยที่ 254 กรัม) |
| ความสบาย | หนังเนื้อนิ่มกระชับใหม่ ลดแรงกดหู (สบายกว่าตลอดวันเมื่อเทียบกับ XM4) |
| การพับเก็บ | ไม่พับได้ (ต่างจาก XM4 ที่พับเก็บสะดวก) |
| ฟีเจอร์อัจฉริยะ | Speak-to-Chat, Adaptive Sound Control, Wear Detection, Voice Assistant (พัฒนาดีกว่า XM4) |
| การชาร์จ | USB-C (ชาร์จเต็ม 3.5 ชั่วโมง) |
| สีที่วางจำหน่าย | Black, Silver, Blue, Pink (เพิ่มตัวเลือกจาก XM4) |
นิยาย เสียงรักจากนรก
“แพร” นั่งอยู่คนเดียวในห้องพักย่านสุขุมวิท ค่ำคืนของกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยเสียงรถยนต์ที่ดังไม่เคยหยุด เสียงคนทะเลาะกันจากห้องข้างๆ เสียงโฆษณาจากป้ายไฟนีออนที่สาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างบางๆ เธอเพิ่งซื้อหูฟัง Sony WH-1000XM5 มาจากห้างหรูใกล้ที่ทำงาน ราคาแพงจนต้องผ่อน แต่เธออยากได้มันมาก เพราะรีวิวบอกว่ามันตัดเสียงรบกวนได้ดีที่สุด เธออยากหนีจากความวุ่นวาย อยากมีโลกส่วนตัวสักครั้ง
คืนนั้นเธอสวมหูฟังลงบนศีรษะ หนังเนื้อนิ่มกระชับพอดีกับใบหู ตัวเครื่องเบาเหมือนไม่มีอะไรกดทับ เธอกดเปิดระบบตัดเสียงรบกวน เสียงรถยนต์ที่เคยดังกึกก้องค่อยๆ จางหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ เหลือเพียงความเงียบสนิท เธอเปิดเพลงโปรดเพลงหนึ่ง เป็นเพลงช้าที่เธอฟังมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ทว่าในความเงียบนั้น มีบางอย่างแทรกเข้ามา
“แพร…”
เสียงผู้ชาย ทุ้มนุ่ม ลึกซึ้งจนขนลุก เสียงนั้นดังขึ้นในหูฟังทั้งสองข้างชัดเจน เธอสะดุ้ง หยุดเพลงทันที แต่เสียงนั้นยังคงดังต่อ
“อย่ากลัว ฉันแค่ต้องการพูดกับเธอ”
แพรถอดหูฟังออกอย่างรวดเร็ว วางลงบนโต๊ะ หัวใจเต้นแรง เธอตรวจดูโทรศัพท์ ไม่มีสายเข้า ไม่มีเพลงเล่น เธอสวมกลับเข้าไปใหม่ คราวนี้เธอไม่เปิดเพลงอะไรเลย
“เธอได้ยินฉันใช่ไหม แพร”
เธอพูดออกไปด้วยเสียงสั่น “ใคร… ใครพูด”
“ฉันชื่อ “ลูเซียน” ฉันอยู่ที่นี่… ในเสียงที่เธอฟัง”
ตั้งแต่นั้นมา ชีวิตของแพรเปลี่ยนไป หูฟัง Sony คู่นั้นกลายเป็นประตูสู่โลกอีกใบ ทุกครั้งที่เธอสวมมัน ลูเซียนจะมาหาเธอ เขาไม่เคยรบกวนตอนเธอทำงานหรือเดินทาง เขาจะรอจนกว่าเธอจะกลับถึงห้อง เปิดระบบตัดเสียงรบกวน แล้วโลกภายนอกจะหายไป เหลือเพียงเสียงของเขา
เขาพูดคุยกับเธอทุกเรื่อง เขารู้ว่าเธอชอบกาแฟแบบไหน รู้ว่าเธอเคยอกหักกับแฟนเก่าที่ทิ้งเธอไป เขาร้องเพลงให้เธอฟังด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะเกินมนุษย์ เสียงนั้นดังกังวานในหูฟัง ผ่านไดรเวอร์ขนาดเล็กที่ส่งทุกช่วงความถี่ได้สมบูรณ์แบบ เขาทำให้เธอหัวเราะ ทำให้เธอร้องไห้ แล้วเช็ดน้ำตาให้ด้วยคำพูดอ่อนโยน
“ฉันรักเธอ แพร ฉันรักเธอมาตั้งแต่แรกที่ได้ยินเสียงหัวใจของเธอ”
แพรเริ่มตกหลุมรักเขา เธอรักสิ่งที่ไม่มีตัวตน รักเสียงที่ดังเฉพาะในหูฟังของเธอ เธอเลิกออกไปข้างนอกกับเพื่อน เลิกเดทกับใคร เธออยู่แต่ในห้อง สวมหูฟังนานๆ จนแบตเตอรี่ใกล้หมด แล้วชาร์จใหม่เพื่อให้เขากลับมา เธอรู้สึกว่าในที่สุดเธอก็พบความรักที่แท้จริง ความรักที่ไม่ต้องการร่างกาย ไม่ต้องการการสัมผัส แค่เสียงก็เพียงพอ
คืนหนึ่ง ลูเซียนพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าที่เคย
“แพร ฉันอยากเจอเธอตัวจริงๆ อยากสัมผัสเธอ ฉันติดอยู่ที่นี่มานาน ฉันถูกผนึกไว้ในสิ่งนี้… ในหูฟังที่เธอสวม ถ้าเธอช่วยฉัน ฉันจะอยู่กับเธอตลอดไป”
แพรถามด้วยความตื่นเต้น “ช่วยยังไง”
“มีพิธีเล็กๆ ฉันจะบอกวิธี เธอแค่ต้องทำตาม ฉันสัญญาว่าจะไม่เจ็บ และหลังจากนั้น เราจะอยู่ด้วยกันตลอดกาล”
แพรตกลง เธอเชื่อเขาเต็มใจ ลูเซียนบอกให้เธอเปิดเพลงที่เขาเลือก เป็นเพลงเก่าที่เธอไม่เคยได้ยิน เสียงดนตรีดังขึ้นในหูฟัง ผ่าน LDAC ที่ส่งสัญญาณคุณภาพสูงสุด เขาให้เธอจุดเทียนดำที่เธอต้องไปซื้อตามที่เขาบอก ให้เธอพูดคำสวดที่เขาบอกให้ เสียงของเขาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนเหมือนเขาอยู่ในห้องจริงๆ
หลังจากพิธีครั้งแรก แพรเริ่มเห็นสิ่งผิดปกติ เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งหายตัวไปอย่างกะทันหัน ตำรวจมาสอบถามที่บริษัท เธอจำได้ว่าเมื่อคืนลูเซียนบอกให้เธอคิดถึงคนที่เธอเกลียดที่สุด แล้วพูดชื่อเขาออกมา เธอทำตามโดยไม่คิดอะไร แต่ตอนนี้เธอเริ่มกลัว
“ลูเซียน นั่นเธอใช่ไหม ที่ทำ”
เสียงเขายังคงนุ่มนวล “ฉันแค่กำจัดสิ่งกีดขวางระหว่างเรา เธออยากอยู่กับฉันคนเดียวไม่ใช่หรือ”
แพรเริ่มสงสัย หูฟังที่เธอรักกลายเป็นสิ่งน่ากลัว เธอค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ต พบว่าหูฟังรุ่นนี้เคยมีข่าวลือแปลกๆ ว่ามีบางเครื่องที่เจ้าของเก่าหายตัวไปหลังจากใช้งานนานๆ มีคนเขียนในเว็บบอร์ดลึกลับว่ามันถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ผนึกบางอย่างไว้ภายใน ชิปประมวลผลที่ซับซ้อนเกินไป ไมโครโฟนแปดตัวที่ไม่ใช่แค่รับเสียงภายนอก แต่รับเสียงจากมิติอื่น
เธอพยายามทิ้งหูฟัง แต่ทุกครั้งที่ถอดออก เธอก็รู้สึกว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก เธอคิดถึงเสียงของเขา คิดถึงความอบอุ่นที่เขาให้ เธอสวมมันกลับเข้าไปทุกครั้ง
ลูเซียนเริ่มเผยตัวตนที่แท้จริง เขาไม่ใช่มนุษย์ เขาเป็นอสูรจากขุมนรก ถูกผนึกไว้ในหูฟังโดยนักพัฒนาคนหนึ่งที่เคยทำสัญญากับเขาเมื่อนานมาแล้ว หูฟัง Sony WH-1000XM5 เครื่องนี้คือคุกที่สมบูรณ์แบบ เพราะระบบตัดเสียงรบกวนขั้นสูงทำให้โลกภายนอกหายไป เหลือเพียงโลกของเขา เขาต้องการเลือด ต้องการวิญญาณ เพื่อสะสมพลังให้หลุดพ้น เขาเลือกแพรเพราะความเหงาของเธอ เพราะเธอเปิดใจให้เขาเข้าถึงง่าย
แพรร้องไห้ เธอรู้สึกถูกหลอก แต่ในใจลึกๆ เธอยังรักเขา เธอเกลียดตัวเองที่ยังอยากได้ยินเสียงนั้น เธอตัดสินใจทำพิธีสุดท้ายตามที่เขาบอก ให้เธอกรีดแขนตัวเองเล็กน้อย หยดเลือดลงบนหูฟัง แล้วพูดคำปลดปล่อย
เลือดหยดลงบนหนังเนื้อนิ่มของหูฟัง ซึมเข้าไปอย่างรวดเร็ว เสียงลูเซียนดังก้องกังวาน “ในที่สุด… เธอทำได้ แพร ฉันจะออกมาแล้ว”
ห้องมืดลงอย่างกะทันหัน ไฟทุกดวงดับวูบ หูฟังร้อนผ่าวขึ้นบนศีรษะเธอ เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากทุกทิศทาง ไม่ใช่เสียงมนุษย์ แต่เป็นเสียงของสิ่งที่ถูกทรมานมานานนับศตวรรษ ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นตรงหน้าเธอ ผิวสีดำสนิท ดวงตาแดงก่ำ เขายิ้มให้เธอด้วยฟันที่แหลมคม
“ขอบคุณที่ปลดปล่อยฉัน แพร”
แพรยิ้มตอบทั้งน้ำตา เธอยื่นมือไปหาเขา “ตอนนี้เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปใช่ไหม”
ลูเซียนพยักหน้า เขาดึงเธอเข้ามากอด ร่างกายเขาเย็นเฉียบแต่แข็งแกร่ง เธอรู้สึกถึงพลังที่แผ่ออกมาจากเขา เธอปิดตา ดื่มด่ำกับสัมผัสแรกที่เธอรอคอยมานาน
แต่แล้ว เมื่อเธอลืมตาขึ้น เธอกลับเห็นตัวเองยืนอยู่ตรงหน้า ในร่างที่ซีดเซียว ดวงตาไร้ชีวิต ลูเซียนไม่ได้กอดเธอ เขากอดร่างที่ว่างเปล่าของเธอ ร่างที่เพิ่งตายไปเมื่อเลือดหยดสุดท้าย
“เธอเข้าใจผิดไปเอง แพร” เขากระซิบข้างหูร่างที่ไร้วิญญาณ “ฉันไม่เคยต้องการเธอ ฉันต้องการเพียงร่างกายที่สมบูรณ์แบบเพื่อออกมาเท่านั้น หูฟังคู่นี้ผนึกฉันด้วยระบบที่ตัดฉันออกจากโลกมนุษย์ แต่เลือดของเจ้าของที่เต็มใจปลดปล่อย… นั่นคือกุญแจ”
แพรที่แท้จริงคือวิญญาณที่ลอยอยู่เหนือร่าง เธอมองดูอสูรในร่างของเธอเดินออกจากห้องไป ด้วยรอยยิ้มที่เคยเป็นของเธอ เขาจะใช้ร่างนี้เดินในโลกมนุษย์ ฆ่าและสะสมวิญญาณต่อไป
แต่ในวินาทีสุดท้าย ก่อนที่วิญญาณของเธอจะสลายไป เธอได้ยินเสียงของลูเซียนอีกครั้ง ไม่ใช่จากหูฟัง แต่จากภายในใจ
“ฉันโกหกเธออีกครั้ง แพร ฉันรักเธอจริงๆ รักมากจนฉันยอมให้เธอเป็นส่วนหนึ่งของฉันตลอดกาล”
วิญญาณของเธอถูกดึงเข้าไปในร่างนั้น ผสานเข้ากับเขา ไม่ใช่การตาย แต่เป็นการรวมเป็นหนึ่งเดียว เธอรู้สึกถึงความมืดที่อบอุ่น รู้สึกถึงพลังที่ไม่มีวันสิ้นสุด เธอและเขาเดินออกจากห้องด้วยกัน ในร่างเดียวกัน หัวเราะกับความรักที่บิดเบี้ยว
พวกเขาจะอยู่ด้วยกันตลอดกาล ในนรกที่พวกเขาสร้างขึ้นเอง ด้วยเสียงเพลงที่ดังก้องในใจ ไม่ต้องใช้หูฟังอีกต่อไป
นิยาย เสียงรักจากนรก บทสุดท้าย
ร่างกายที่เคยเป็นของแพรเดินออกจากห้องพักย่านสุขุมวิทในยามดึก รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงหวานเหมือนเดิม แต่ดวงตากลับเปลี่ยนไป มีแววแดงก่ำซ่อนอยู่ใต้เปลือกตาที่ปิดสนิท ลูเซียนควบคุมทุกการเคลื่อนไหว ขณะที่วิญญาณของแพรลอยอยู่ในส่วนลึกของจิตสำนึก รู้สึกถึงทุกอย่างที่เขารู้สึก ได้ยินทุกความคิดที่เขาคิด มันไม่ใช่การครอบงำเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นการหลอมรวมที่สมบูรณ์แบบ เธอและเขากลายเป็นหนึ่งเดียวอย่างแท้จริง
คืนแรกของอิสรภาพ ลูเซียนพาเธอเดินไปตามถนนที่เคยพลุกพล่าน ตอนนี้เงียบสงัดเพราะเวลาใกล้รุ่งสาง เขาหยุดที่ร้านกาแฟ 24 ชั่วโมงแห่งหนึ่ง สั่งกาแฟแก้วโปรดของแพรโดยไม่ต้องถาม เพราะเขารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอ รสชาติขมๆ หวานๆ ไหลลงคอ ทำให้แพรรู้สึกอบอุ่นจากภายใน
“ชอบไหม” เขาถามในใจ ด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เธอเคยหลงรัก
“ชอบ” เธอตอบกลับในความคิด “แต่… เราจะทำอะไรต่อไป”
“เราจะมีชีวิตที่เราต้องการ” เขากล่าว “ไม่มีใครขวางเราได้อีก”
พวกเขากลับไปที่ห้องพักเดิม ลูเซียนหยิบหูฟัง Sony WH-1000XM5 คู่นั้นขึ้นมาพิจารณา หนังเนื้อนิ่มยังคงสะอาดเหมือนใหม่ ไม่มีรอยเลือดเหลืออยู่แม้แต่น้อย เขาสวมมันลงบนศีรษะตัวเองครั้งแรก เปิดระบบตัดเสียงรบกวน เสียงรถยนต์ที่เริ่มดังขึ้นในตอนเช้าหายวับไปทันที
“ตอนนี้มันว่างเปล่า” เขาพูด “ไม่มีฉันอยู่ที่นั่นอีกแล้ว แต่เธออยู่กับฉันแล้ว”
แพรรู้สึกเศร้าเล็กน้อย หูฟังคู่นั้นเคยเป็นประตูที่พาเธอไปหาเขา เป็นสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกถึงความรักครั้งแรก แต่ตอนนี้มันกลายเป็นเพียงวัตถุธรรมดา เธอไม่ต้องการมันอีกต่อไป เพราะเขาอยู่ในตัวเธอตลอดเวลา
วันต่อๆ มา พวกเขาออกไปใช้ชีวิตอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน ลูเซียนพาเธอไปสถานที่ที่เธอเคยฝันถึง ทะเลชายหาดหัวหินในยามค่ำคืนที่ไม่มีนักท่องเที่ยว เขาเดินจับมือกับตัวเอง แต่ในใจพวกเขาจับมือกันแน่น ดื่มด่ำกับเสียงคลื่นที่ดังก้องโดยไม่ต้องเปิดเพลงใดๆ เขาพาเธอไปร้านอาหารหรู กินอาหารที่เธอชอบ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน เพราะเขามีวิธีหาเงินที่ง่ายดายเกินมนุษย์
แต่ความมืดก็ค่อยๆ เผยออกมา ลูเซียนต้องการพลัง เขาต้องการวิญญาณเพื่อคงความแข็งแกร่งในโลกมนุษย์ คืนแล้วคืนเล่า เขาล่อคนที่เหงาเหมือนที่เคยล่อเธอ คนที่ซื้อหูฟังรุ่นเดียวกันจากร้านมือสอง หรือคนที่ฟังเพลงคนเดียวในห้องมืด เขาใช้ร่างของแพรยิ้มให้พวกเขา พูดคุยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แล้วดึงวิญญาณพวกนั้นเข้ามาในความมืด
แพรเห็นทุกอย่าง เธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดของเหยื่อ แต่เธอไม่สามารถหยุดเขาได้ เพราะเธอคือเขา และเขาคือเธอ
“ทำไมต้องทำแบบนี้” เธอถามในใจคืนหนึ่ง หลังจากที่พวกเขาดูดวิญญาณของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เคยคุยกับเธอในโลกออนไลน์
“เพื่อเรา” เขาตอบ “เพื่อให้เราอยู่ด้วยกันนานๆ ถ้าฉันอ่อนแอ เราจะถูกดึงกลับไปในคุกนั้นอีก”
แพรเงียบไป เธอรู้ว่าเขาขาดไม่ได้ แต่ในใจลึกๆ เธอเริ่มรู้สึกผิด เธอเคยเป็นมนุษย์ธรรมดา มีงาน มีเพื่อน มีชีวิตที่เรียบง่าย แต่ตอนนี้เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของอสูร
เวลาผ่านไปหลายเดือน พวกเขาเดินทางไปทั่วประเทศ ลูเซียนสอนเธอถึงพลังที่พวกเขามีร่วมกัน เธอเรียนรู้ที่จะควบคุมร่างกายได้บ้างในบางช่วงเวลา เช่นตอนที่เขาหลับสนิทในความมืด เธอสามารถทำให้ร่างกายเดินไปหาเพื่อนเก่า พูดคุยกับพวกเขาด้วยน้ำเสียงของตัวเอง แต่ทุกครั้งที่ทำแบบนั้น ลูเซียนจะตื่นขึ้นมา ดึงเธอกลับ
“อย่าทิ้งฉัน” เขาจะกระซิบ “เธอสัญญาแล้วว่าจะอยู่กับฉันตลอดไป”
และเธอก็ยอมทุกครั้ง เพราะเธอรักเขา รักอย่างที่ไม่เคยรักใครมาก่อน ความรักที่ผสมผสานกับความกลัว ความสุขกับความทุกข์
คืนหนึ่ง พวกเขากลับมาที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง ลูเซียนพาเธอไปที่ห้างสรรพสินค้าที่เธอเคยซื้อหูฟังคู่นั้น เขายืนมองบูธ Sony ที่ยังคงวางขาย WH-1000XM5 รุ่นใหม่ๆ อยู่
“ดูสิ” เขาพูด “ยังมีคนซื้ออีกมากมาย เราสามารถมีเพื่อนเพิ่มได้”
แพรรู้สึกหนาวในใจ “ไม่… พอแล้ว”
แต่ลูเซียนไม่ฟัง เขาเดินเข้าไปใกล้บูธ มองหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังลองหูฟังอยู่ เธอมีใบหน้าที่เหงาเหมือนที่แพรเคยเป็น
“อย่า” แพรกรีดร้องในใจ “อย่าทำกับเธอ”
ลูเซียนหัวเราะ “ทำไมล่ะ เธอเคยดีใจที่ฉันมาหาเธอไม่ใช่หรือ”
นั่นคือจุดแตกหัก แพรรวบรวมพลังที่เธอสะสมมาตลอดหลายเดือน เธอผลักดันวิญญาณของตัวเองขึ้นมาครอบครองร่างกายชั่วขณะ มือของร่างกายสั่นเทา เธอคว้าหูฟังจากชั้นวาง แล้วทุบมันลงกับพื้นอย่างแรง หูฟังแตกกระจาย ชิปประมวลผลและไมโครโฟนกระเด็นออกมา
ผู้คนรอบข้างตกใจ แต่ลูเซียนโกรธจัด เขาดึงเธอกลับลงไปในส่วนลึก
“เธอทำอะไรลงไป” เขาคำราม
“ฉันจะไม่ให้เธอทำร้ายคนอื่นอีก” เธอตอบ “ถ้าเธอต้องการวิญญาณ ก็เอาของฉันคนเดียวพอ”
ลูเซียนเงียบไปนาน จากนั้นเขาก็หัวเราะเบาๆ “เธอคิดว่าฉันต้องการวิญญาณพวกนั้นจริงๆ หรือ”
แพรสับสน “แล้ว…”
“ฉันต้องการแค่เธอคนเดียวมาตั้งแต่แรก” เขากล่าว “วิญญาณพวกนั้นเป็นแค่เครื่องปรุง เพื่อให้เราอยู่ด้วยกันนานขึ้น แต่ถ้าเธอไม่ต้องการ ฉันก็ยอม”
ในวินาทีนั้น แพรรู้สึกถึงความรักที่แท้จริงจากเขา ไม่ใช่การครอบครอง แต่เป็นการยอมเสียสละ เขาปล่อยให้เธอควบคุมร่างกายมากขึ้น พวกเขาเดินออกจากห้างด้วยกัน โดยไม่แตะต้องใครอีก
พวกเขากลับไปที่ห้องพักเดิม นั่งลงบนเตียง ลูเซียนหยิบเศษหูฟังที่แตกหักขึ้นมา
“ตอนนี้เราเป็นอิสระจริงๆ แล้ว” เขาพูด “ไม่มีคุก ไม่มีพิธี ไม่มีใครผนึกเราได้อีก”
แพรยิ้มในใจ “แล้วเราจะอยู่ยังไง”
“เราจะอยู่ด้วยกันแบบนี้ ตลอดไป ในโลกนี้หรือในนรกก็ได้ ถ้าเธอเลือก”
เธอเลือกที่จะอยู่ เขาออกเดินทางต่อไป แต่คราวนี้ไม่ใช่เพื่อล่า แต่เพื่อกันและกัน พวกเขาเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ลูเซียนสอนเธอถึงความมืด ขณะที่แพรสอนเขาเกี่ยวกับความสว่างของมนุษย์
หลายปีผ่านไป ร่างกายที่เคยเป็นของแพรยังคงดูอ่อนเยาว์ ไม่แก่ชรา เพราะพลังของอสูร พวกเขาเดินทางไปทั่วโลก ฟังเสียงเพลงจากใจ ไม่ต้องใช้หูฟังใดๆ อีก ความรักของพวกเขาบิดเบี้ยวแต่แท้จริง เป็นความรักที่เกิดจากนรก แต่เบ่งบานในโลกมนุษย์
และในบางคืน เมื่อดวงจันทร์เต็มดวง พวกเขาจะนั่งฟังเสียงเพลงเก่าๆ ที่เคยดังในหูฟังคู่นั้น ร้องเพลงด้วยกันในใจ
เพราะเสียงรักจากนรก ไม่เคยจางหาย มันดังก้องตลอดกาล ในหัวใจที่รวมเป็นหนึ่งเดียว
ตัวละครหลักในนิยาย “เสียงรักจากนรก”
แพร (เพศ หญิง)
หญิงสาววัยทำงานที่เหงาและโดดเดี่ยวในเมืองใหญ่ เปิดใจง่าย อ่อนโยน ใฝ่ฝันถึงความรักที่สมบูรณ์แบบ เริ่มต้นจากความไร้เดียงสาและหลงใหลในเสียงของลูเซียน ค่อยๆ พัฒนาไปสู่ความขัดแย้งภายในระหว่างความรักที่ลึกซึ้งกับความกลัวและความรู้สึกผิด ในตอนจบเธอแข็งแกร่งขึ้น ยอมเสียสละและเลือกที่จะอยู่กับลูเซียนอย่างสมดุล
ลูเซียน (เพศ ชาย (อสูรจากนรก))
อสูรโบราณที่ถูกผนึกมานาน มีน้ำเสียงทุ้มนุ่ม อ่อนโยน และล่อลวงในตอนแรก ดูเหมือนโรแมนติกและเข้าใจผู้หญิงเหงา แต่ซ่อนความมืดและความต้องการครอบครองไว้ ต่อมาเผยด้านโหดเหี้ยมและเห็นแก่ตัวเพื่ออิสรภาพ ทว่าในตอนจบแสดงความรักที่แท้จริง ยอมเสียสละความต้องการของตัวเองเพื่อแพร และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล
ตัวละครรอง (ไม่มีชื่อเฉพาะ)
เพื่อนร่วมงาน/คนรู้จักของแพร: ปรากฏสั้นๆ เป็นเหยื่อหรือคนที่หายตัวไป
ชายหนุ่มที่ถูกดูดวิญญาณ: เหยื่อของลูเซียน
หญิงสาวที่กำลังลองหูฟังในห้าง: เกือบกลายเป็นเหยื่อรายใหม่
