สำหรับผู้ชายที่เกิดวันพฤหัสบดี ในเดือนธันวาคม ปีเถาะ ช่วงเวลาเช้ามืดอย่าง 05.50 น. และมีลัคนาราศีพิจิกนั้น ถือเป็นส่วนผสมของบุคลิกที่มีความสุขุม ลุ่มลึก แต่ก็มีความอ่อนโยนและเฉลียวฉลาดอยู่ในตัวอย่างมาก สินค้าที่คู่ควรและช่วยเสริมพลังงานชีวิตให้ลงตัวจึงต้องเน้นไปที่ความเรียบหรูที่มีความหมายซ่อนอยู่
เริ่มต้นจากเรื่องของสีสันที่ถูกโฉลกกันก่อนเลย เนื่องจากเกิดวันพฤหัสบดีซึ่งเป็นวันแห่งครูและสติปัญญา สีส้ม สีทอง หรือสีโทนเอิร์ธโทนอย่างสีน้ำตาลและสีครีม จะช่วยส่งเสริมเรื่องของบารมีและความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อมาบวกกับราศีพิจิกที่เป็นราศีแห่งธาตุน้ำที่มีความลึกลับและทรงพลัง การเลือกสินค้าที่มีโทนสีเข้มอย่างสีแดงเลือดหมู สีม่วงเข้ม หรือสีน้ำเงินกรมท่าเข้ามาตัดสลับ จะช่วยเสริมเสน่ห์และความน่าเกรงขามให้กับผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี
หากจะพูดถึงเครื่องแต่งกาย สินค้าที่แนะนำควรเป็นเสื้อผ้าแนวคลาสสิกแต่มีความทันสมัย
เช่น เสื้อเชิ้ตเนื้อผ้าดีที่มีการตัดเย็บประณีต หรือเสื้อแจ็คเก็ตที่ดูดีมีสไตล์ เพราะคนเกิดปีเถาะมักจะมีรสนิยมที่ละเอียดอ่อน ชอบความสะดวกสบายแต่ต้องดูสะอาดสะอ้าน การเลือกนาฬิกาข้อมือสักเรือนก็ควรเน้นไปที่ตัวเรือนที่เป็นโลหะสีทองหรือสายหนังสีน้ำตาลเข้ม
ซึ่งนอกจากจะช่วยบอกเวลาแล้ว ยังเป็นเครื่องรางที่ช่วยเสริมดวงเรื่องความมั่นคงและโชคลาภตามความเชื่อทางโหราศาสตร์อีกด้วย
อีกทั้งเวลาเกิดในช่วงใกล้รุ่ง 05.50 น. เป็นช่วงที่พลังงานของแสงอาทิตย์กำลังจะปรากฏ สินค้าที่เป็นประเภทแว่นกันแดดที่มีเลนส์คุณภาพสูง หรือเครื่องประดับที่มีความวาวเล็กน้อย จะช่วยสะท้อนพลังงานด้านบวกและทำให้ใบหน้าดูโดดเด่นมีสง่าราศีมากยิ่งขึ้น
ในส่วนของสินค้าไลฟ์สไตล์และของใช้ส่วนตัว
เนื่องด้วยเป็นคนราศีพิจิกที่มีโลกส่วนตัวและมีความคิดที่ลึกซึ้ง สินค้าจำพวกสมุดบันทึกหนังแท้ ปากกาหมึกซึมคุณภาพดี หรืออุปกรณ์ไอทีที่มีดีไซน์เรียบง่ายแต่ฟังก์ชันครบครัน จะตอบโจทย์ความต้องการในการจัดการชีวิตและการทำงานได้อย่างดีเยี่ยม
นอกจากนี้ กลิ่นหอมก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลยสำหรับผู้ชายกลุ่มนี้ น้ำหอมที่เหมาะควรจะเป็นแนว Woody หรือ Spicy ที่มีความอบอุ่นของเปลือกไม้ผสมกับความสดชื่นเล็กน้อย เพื่อสื่อถึงความใจดีแบบคนวันพฤหัสบดีและความเซ็กซี่น่าค้นหาแบบชาวพิจิก การเลือกน้ำหอมกลิ่นแนวแซนดัลวูด (Sandalwood) หรือแอมเบอร์ (Amber) จะช่วยสร้างความมั่นใจในทุกการเจรจา
ความรู้ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่เกิดปีเถาะและราศีพิจิกคือ เรื่องของธาตุประจำตัวที่เป็นการผสมผสานระหว่างธาตุไม้ของปีเกิดและธาตุน้ำของราศี
พลังงานของน้ำจะช่วยหล่อเลี้ยงไม้ให้เติบโต ดังนั้นสินค้าที่มีส่วนประกอบของธรรมชาติ เช่น กระถางต้นไม้เล็กๆ บนโต๊ะทำงาน หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้จริง จะช่วยปรับฮวงจุ้ยในที่อยู่อาศัยให้มีความร่มเย็นและส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ได้ดีมาก
หากต้องการเสริมดวงด้านการเงิน สินค้าที่เป็นกระเป๋าสตางค์ทรงยาวสีส้มอิฐหรือสีน้ำตาลจะช่วยเก็บทรัพย์ได้ดีตามความเชื่อ และควรหลีกเลี่ยงสินค้าที่ดูฉูดฉาดจนเกินไปเพราะจะขัดกับบุคลิกที่ดูนิ่งขรึมและทรงพลัง
การเลือกสิ่งของรอบตัวให้มีความสมดุลระหว่างความอ่อนโยนแบบกระต่ายและความแข็งแกร่งแบบแมงป่อง จะช่วยให้การใช้ชีวิตในทุกๆ วันมีความราบรื่นและประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้
นาฬิกาข้อมือ Seiko Presage รุ่น Old Fashioned (รหัส SRPB46J1) คือตัวอย่างสินค้าที่ชัดเจนและตอบโจทย์ที่สุดสำหรับผู้ชายที่มีบุคลิกซับซ้อนและทรงพลังตามพื้นดวงนี้
ตัวเรือนที่ทำจากสแตนเลสสตีลเคลือบสีโรสโกลด์ (Rose Gold) ให้ความรู้สึกถึงความหรูหราที่ดูอบอุ่นและภูมิฐาน ซึ่งสีโทนทองหรือทองแดงนี้เป็นสีที่ส่งเสริมบารมีของคนเกิดวันพฤหัสบดีได้โดยตรง ช่วยให้ดูเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถและน่าเชื่อถือในสายตาของผู้พบเห็น หน้าปัดสีน้ำตาลเข้มที่มีการไล่เฉดสีจากเข้มไปอ่อน และมีลวดลายแบบซันเรย์ (Sunray) ที่กระจายตัวออกมาจากจุดศูนย์กลาง เปรียบเสมือนความลุ่มลึกของชาวราศีพิจิกที่มีเสน่ห์ดึงดูดและมีความลับที่น่าค้นหาซ่อนอยู่ภายใน
เมื่อพิจารณาในแง่ของปีเกิดซึ่งตรงกับปีเถาะ นาฬิกาเรือนนี้มาพร้อมกับสายหนังลูกวัวสีน้ำตาลเข้มที่มีความนุ่มนวลแต่ทนทาน สะท้อนถึงนิสัยของคนปีเถาะที่รักความประณีต เรียบร้อย และเข้ากับผู้อื่นได้ง่ายแต่ยังคงไว้ซึ่งรสนิยมที่ยอดเยี่ยม
การทำงานด้วยระบบออโตเมติกที่โชว์กลไกผ่านฝาหลังแบบซีทรู (See-through case back) ยังช่วยเสริมพลังงานแห่งการขับเคลื่อนที่ไม่หยุดนิ่ง ซึ่งสำคัญมากสำหรับคนที่เกิดเวลา 05.50 น. ที่เป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของพลังงานในยามเช้า ช่วยกระตุ้นให้เกิดความกระตือรือร้นและความคิดสร้างสรรค์อยู่เสมอ
นอกจากนี้ กระจกหน้าปัดทรงโค้งแบบ Box-shaped Hardlex ยังให้กลิ่นอายของความวินเทจที่ดูเหนือกาลเวลา ไม่ว่าจะสวมใส่ในปี พ.ศ. 2569 นี้หรือในอีกสิบปีข้างหน้า นาฬิกาเรือนนี้จะยังคงทำหน้าที่เป็นเครื่องประดับที่บ่งบอกถึงความสำเร็จและความใจเย็นได้อย่างดี
สำหรับการเลือกใช้นาฬิกาเพื่อเสริมดวงชะตา คือ การเลือกหน้าปัดที่มีลวดลายชัดเจนจะช่วยในเรื่องของการมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล สำหรับผู้ชายราศีพิจิกที่มีธาตุน้ำเป็นพื้นฐาน การสวมใส่นาฬิกาที่มีสีโทนน้ำตาลหรือ Rose Gold ซึ่งเป็นสีของธาตุดินและธาตุทอง จะช่วยให้เกิดความสมดุล (Balance) ในชีวิต
เพราะธาตุดินจะช่วยควบคุมน้ำไม่ให้ไหลบ่าหรืออารมณ์ไม่ให้แปรปรวนจนเกินไป ส่วนธาตุทองจะช่วยเสริมความมั่งคั่งและอำนาจทางการเงิน การตั้งเวลาให้ตรงหรือเร็วกว่าเวลาจริงเล็กน้อยประมาณ 2-3 นาที ยังเป็นเคล็ดลับที่ช่วยให้เป็นคนคว้าโอกาสสำคัญได้ก่อนใคร และการหมั่นเช็ดทำความสะอาดตัวเรือนให้เงางามอยู่เสมอจะช่วยให้พลังงานบวกหมุนเวียนเข้ามาหาตัวเจ้าของได้ง่ายขึ้น เปรียบเหมือนการเปิดรับแสงสว่างในยามเช้าให้เข้ามาส่องนำทางชีวิตให้รุ่งโรจน์อย่างมั่นคง
นิยาย นาฬิกา Old Fashioned กับสองอาจารย์ผู้คลั่งไคล้เวลา The Old Fashioned Watch
ในห้องทำงานชั้น 3 ของตึกคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ “ดร.วิชัย” อายุ 42 ปี อาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์วัฒนธรรมการบริโภคเครื่องดื่ม กำลังนั่งกุมขมับอยู่หน้ากองกระดาษสูงเท่าตัวเขา งานวิจัยเรื่อง “การรับรู้เวลาในวัฒนธรรมค็อกเทลตะวันตก: กรณีศึกษา Old Fashioned” กำลังจะถึงกำหนดส่งวารสารนานาชาติในอีก 14 วัน แต่สมองของเขากลับว่างเปล่าเหมือนแก้วค็อกเทลที่ถูกดื่มหมดเกลี้ยง
“เวลา… เวลาไม่เคยพอเลยสักวัน” เขาพึมพำ
ประตูห้องเปิดผาง “ดร.ธนพล” อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านปรัชญาฟิสิกส์ของเวลา เดินพรวดพราดเข้ามา มือถือกล่องของขวัญสีน้ำตาลเข้มหรูหรา
“วิชัย เพื่อนรัก วันนี้เป็นวันสำคัญ!”
“สำคัญอะไร? ฉันกำลังจะตายเพราะ deadline นะธนพล”
ดร.ธนพล วางกล่องลงแล้วเปิดออกอย่างพิถีพิถัน “นี่คือคำตอบของปัญหาเวลาไม่พอของนาย”
ข้างในกล่องคือ นาฬิกาข้อมือ Seiko Presage รุ่น Old Fashioned รหัส SRPB46J1 ตัวเรือนสแตนเลสสตีลโทนโรสโกลด์ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40.5 มิลลิเมตร ความหนาเพียง 11.8 มิลลิเมตร หน้าปัดสีน้ำตาลเข้มแบบ gradient fume มีลวดลาย textured แบบ sunburst ดูอบอุ่นและมีมิติลึกซึ้งเหมือนเหล้า whiskey กำลังไหลวนอยู่ในแก้วค็อกเทลคลาสสิก เข็มและมาร์กเกอร์โรสโกลด์ขัดเงาแวววาว กระจกหน้าเป็น Hardlex ทรงกล่องที่เพิ่มความหรูหราให้หน้าปัด ส่วนฝาหลังเป็นแบบมองทะลุได้เผยให้เห็นกลไก Caliber 4R35 อัตโนมัติ พร้อมทับทิม 23 เม็ด กำลังทำงานอย่างนุ่มนวล สายหนังแท้สีน้ำตาลเข้มเข้ากับธีมได้อย่างลงตัว กันน้ำได้ 5 บาร์ หรือ 50 เมตร
“Presage Cocktail Time รุ่น Old Fashioned” ดร.วิชัย อ้าปากค้างด้วยความประทับใจ “ธนพล นายเสียเงินไปตั้งเท่าไหร่?”
“ไม่สำคัญ เท่ากับความสุขและความก้าวหน้าทางวิชาการของเพื่อน” ดร.ธนพล ยิ้มกว้าง “มันมีระยะเวลาเก็บพลังงานประมาณ 41 ชั่วโมง ฟังก์ชันหยุดเข็มวินาทีและปฏิทินวันที่ ใส่แล้วนายจะรู้สึกเหมือนกำลังดื่มค็อกเทลสุดคลาสสิกทุกครั้งที่เหลือบมองข้อมือ”
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ชีวิตของสองอาจารย์ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ทุกเช้า ดร.วิชัย จะไขลานนาฬิกาด้วยมืออย่างพิถีพิถัน เหมือนกำลังคนน้ำตาลและ bitters ลงในแก้ว whiskey เขาเริ่มนำนาฬิกาไปสอนหนังสือทุกคาบ ไปประชุมบริหารคณะ และที่สำคัญที่สุดคือไป “วิจัยภาคสนาม” ที่บาร์เก่าแก่ใกล้มหาวิทยาลัยร่วมกับดร.ธนพล
หนึ่งคืนในบาร์เล็ก ๆ ที่มีแสงไฟอบอุ่น ดร.ธนพล ยกแก้ว Old Fashioned ขึ้นจิบช้า ๆ แล้วพูดขึ้น “รู้ไหมวิชัย ค็อกเทลแก้วนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 มันคือวิสกี้ค็อกเทลแบบดั้งเดิมก่อนที่จะมีส่วนผสมฟุ่มเฟือยเพิ่มเข้ามา คนสมัยนั้นเลยเรียกมันว่า ‘old fashioned’ เพื่อย้ำว่ายังอยากดื่มแบบเก่า ๆ ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เหมือนกลไก 4R35 ของนาฬิกานายนั่นแหละ”
ดร.วิชัย มองข้อมือตัวเองแล้วยิ้ม “แปลกมาก ตั้งแต่ฉันใส่นาฬิกาเรือนนี้ ฉันรู้สึกว่าเวลาเดินช้าลงอย่างน่าประหลาด ฉันเขียนงานวิจัยได้วันละสิบหน้ากว่า ๆ ไอเดียผุดขึ้นไม่ขาดสาย”
ทั้งคู่เริ่มจัดทำ “การทดลองทางวิชาการ” อย่างจริงจัง ครั้งหนึ่งพวกเขาเดินทางไปร่วมสัมมนานานาชาติที่เชียงใหม่ ดร.วิชัย ใส่นาฬิกา Presage Old Fashioned ไปนำเสนอผลงาน ผลที่ได้คือเขาพูดได้อย่างไหลลื่น มีอารมณ์ขัน และสามารถตอบคำถามจากผู้ฟังได้อย่างฉลาดคมคาย จนคณะกรรมการให้คำชมอย่างล้นหลาม
หลังจบงาน ทั้งสองรีบตรงไปที่บาร์โรงแรมเพื่อฉลองด้วย Old Fashioned หลายแก้ว
“เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่านาฬิกาเรือนนี้มีพลัง Presage ที่แท้จริง” ดร.ธนพล กล่าวอย่างภาคภูมิใจขณะยกแก้วขึ้นชนกับเพื่อน
เวลาผ่านไปหลายเดือน งานวิจัยของดร.วิชัย ไม่เพียงเสร็จสมบูรณ์แต่ยังได้รับทุนสนับสนุนเพิ่มเติม และถูกตีพิมพ์ในวารสารวิชาการชั้นนำระดับโลก ดร.วิชัย เริ่มเชื่ออย่างสนิทใจว่านาฬิกา Seiko Presage รุ่น Old Fashioned SRPB46J1 คือเครื่องรางนำโชคทางวิชาการที่แท้จริง
จนกระทั่งคืนวันหนึ่งที่ดร.วิชัย ตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะกระหายน้ำ เขาเดินออกจากห้องนอนแล้วพบภาพที่ทำให้เขาต้องอ้าปากค้าง ดร.ธนพล ซึ่งมาค้างที่บ้านเพราะดื่มจนเมาเล็กน้อย กำลังค่อย ๆ ขยับเข็มนาฬิกาที่ข้อมือของเขาให้ช้ากว่าเวลาจริงประมาณ 15 นาที
“ธนพล! นี่แกกำลังทำอะไรเนี่ย?!” ดร.วิชัย ร้องเสียงลั่น
ดร.ธนพล หันขวับ หน้าซีดเผือดแต่ยังพยายามยิ้มเขิน ๆ ได้ “เอ่อ… เพื่อการวิจัยเชิงทดลองเรื่องการรับรู้เวลา… และมิตรภาพ?”
ที่แท้ ดร.ธนพล กังวลว่าเพื่อนสนิทจะเครียดจนหมดไฟ เขาจึงแอบปรับเข็มนาฬิกาให้เดินช้ากว่าเดิมทุกคืน เพื่อให้ดร.วิชัย รู้สึกว่าตัวเองยังมีเวลาเหลือเฟือ และที่ซ่อนเร้นกว่านั้น เขายังแอบช่วยเขียนและแก้ไขส่วนวิเคราะห์เชิงปรัชญาให้ลับ ๆ ทุกคืนโดยไม่เคยบอกใคร
“แก… แกล้งฉันมาตลอดเลยหรือ” ดร.วิชัย ถามด้วยน้ำเสียงที่ทั้งโกรธ ทั้งขำ และทั้งซาบซึ้ง
“ไม่ใช่แกล้ง แต่เป็นวิธีช่วยเพื่อนด้วยวิธีของฉันเอง” ดร.ธนพล ตอบอย่างตรงไปตรงมา “และจากผลลัพธ์ที่เห็น มันได้ผลไม่ใช่หรือไง?”
ทั้งสองคนหัวเราะพร้อมกันจนน้ำตาไหล นั่นคือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้มิตรภาพของพวกเขาลึกซึ้งยิ่งขึ้น
หลังจากเหตุการณ์นั้น ทั้งคู่ยังคงไปดื่ม Old Fashioned ด้วยกันทุกสัปดาห์ ยังคงถกเถียงกันเรื่องปรัชญาของเวลา กลไกจักรกล และประวัติศาสตร์ค็อกเทล แต่คราวนี้ด้วยความเข้าใจและความซื่อสัตย์ที่เปิดเผย
จนกระทั่งถึงวันหนึ่ง ดร.วิชัย ได้รับข่าวดีว่างานวิจัยของเขาถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลวิชาการระดับประเทศ เขานั่งมองนาฬิกาโรสโกลด์ที่ข้อมือตัวเองอยู่นาน แล้วหันไปถามเพื่อนที่กำลังนั่งจิบค็อกเทลข้าง ๆ อย่างผ่อนคลาย
“ธนพล… ถ้านาฬิกาเรือนนี้ไม่มีพลังพิเศษอะไรเลยสักอย่าง แล้วทำไมชีวิตและงานวิจัยของฉันถึงเปลี่ยนแปลงไปได้มากขนาดนี้?”
ดร.ธนพล วางแก้วลงบนโต๊ะ มองเพื่อนด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมด้วยความอบอุ่นและมิตรภาพอันแท้จริง
“เพราะเวลาไม่ใช่สิ่งที่วัดได้ด้วยเข็มวินาทีหรือทับทิม 23 เม็ด วิชัย เวลาที่มีคุณค่าที่สุดในชีวิตคือเวลาที่เราได้ใช้ไปด้วยกัน การหัวเราะ การถกเถียง การช่วยเหลือกันโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และการได้นั่งดื่ม Old Fashioned ด้วยกันทุกสัปดาห์ต่างหากที่ทำให้สมองเราปลอดโปร่ง ความคิดสร้างสรรค์ไหลลื่น และหัวใจเรามีแรงบันดาลใจ นาฬิกาเรือนนี้ไม่ได้ทำปาฏิหาริย์อะไรเลย นอกจากเป็นสัญลักษณ์ที่สวยงามของมิตรภาพที่เราแบ่งปันกัน”
ดร.วิชัย นั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะออกมาอย่างเบิกบานใจที่สุดในรอบหลายปี
“งั้นปีหน้า… เรามาเขียนงานวิจัยชิ้นใหม่ด้วยกันเถอะ เรื่อง ‘มิตรภาพ: กลไกอัตโนมัติที่ดีที่สุดและทนทานที่สุดของชีวิตมนุษย์’”
ทั้งสองยกแก้วขึ้นชนกัน เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสุขดังก้องไปทั่วห้องทำงานอันอบอุ่น
นาฬิกา Seiko Presage รุ่น Old Fashioned SRPB46J1 ยังคงเดินต่อไปอย่างสม่ำเสมอและเงียบสงบที่ข้อมือของดร.วิชัย แต่สำหรับสองอาจารย์ผู้คลั่งไคล้เวลาเรือนนี้ มันไม่ได้บอกเวลา… มันบอกเล่าเรื่องราวของมิตรภาพที่งดงามและไม่มีวันหมดอายุ
นิยาย นาฬิกา Old Fashioned กับสองอาจารย์ผู้คลั่งไคล้เวลา The Old Fashioned Watch บทสุดท้าย
หลังจากเสียงแก้วกระแทกกันดังกังวานในห้องทำงานอันอบอุ่นนั้น ทั้งสองอาจารย์ก็ลงมือทำตามที่พูดจริงจังทันที ดร.วิชัย เปิดแล็ปท็อป ส่วนดร.ธนพล ดึงกระดาษโน๊ตสีเหลืองออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทเหมือนนักวิทยาศาสตร์ที่เตรียมตัวมานาน งานวิจัยเรื่อง “มิตรภาพ: กลไกอัตโนมัติที่ดีที่สุดและทนทานที่สุดของชีวิตมนุษย์” เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในคืนนั้น โดยมีนาฬิกา Seiko Presage รุ่น Old Fashioned SRPB46J1 เป็นพยานสำคัญบนข้อมือของดร.วิชัย
สามสัปดาห์ต่อมา ห้องทำงานกลายเป็นสนามรบแห่งความคิดสร้างสรรค์และความวุ่นวายแบบวิชาการสุดขีด โต๊ะเต็มไปด้วยแก้วค็อกเทลเปล่า กองกระดาษร่างที่ขีดเขียนจนหมึกเลอะ และกล่องพิซซ่าที่สั่งมาทุกคืนเพื่อ “เติมพลังสมอง” ดร.ธนพล ยืนอธิบายด้วยท่าทางเหมือนกำลังบรรยายฟิสิกส์ควอนตัม “มิตรภาพคือระบบไขลานด้วยมือที่ไม่มีวันหมดแรง! มันเหมือน Caliber 4R35 ของนาฬิกาเธอไงวิชัย มันทำงานได้ 41 ชั่วโมงต่อการเติมพลังครั้งเดียว แต่ถ้ามีเพื่อนคอยช่วยไขลานให้ มันจะเดินได้ตลอดกาล!”
ดร.วิชัย หัวเราะจนน้ำตาไหล “แล้วทำไมในบทที่สามแกเขียนว่ามิตรภาพมีทับทิม 23 เม็ดล่ะ? มันฟังเหมือนเรากำลังทำวิทยานิพนธ์เรื่องเครื่องจักรกลมากกว่าเรื่องมนุษย์!”
ทั้งคู่ทะเลาะกันเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบที่เพื่อนแท้เท่านั้นถึงจะทะเลาะได้ ดร.ธนพล ยืนยันว่าต้องมีสูตรคณิตศาสตร์คำนวณ “ระดับความลึกของมิตรภาพ” ขณะที่ดร.วิชัย อยากให้เป็นบทความเชิงปรัชญาแบบโรแมนติกมากกว่า พวกเขาถกเถียงกันจนดึกดื่น จนในที่สุดก็ลงเอยด้วยการไป “ทดลองภาคสนาม” ที่บาร์เก่าแก่ใกล้มหาวิทยาลัยอีกครั้ง
คืนหนึ่งที่บาร์มีดนตรีแจ๊สเบา ๆ ดร.ธนพล สั่ง Old Fashioned แก้วที่หกของคืนนั้น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่ตาเริ่มพร่า “วิชัย… ถ้าไม่มีแก ฉันคงยังนั่งเขียนบทความเรื่องเวลาแบบแห้งแล้งอยู่คนเดียว ไม่มีใครคอยบอกว่าฉันพูดน่าเบื่อเกินไป”
ดร.วิชัย ยกข้อมือขึ้นให้เพื่อนดูนาฬิกาโรสโกลด์ที่ยังเดินอย่างสม่ำเสมอ “แล้วแกล่ะ? ถ้าไม่มีแก ฉันคงยังคิดว่านาฬิกาเรือนนี้มีพลังเวทมนตร์จริง ๆ อยู่เลย แกแอบปรับเข็มให้ฉันทุกคืนเพื่อให้ฉันรู้สึกว่ามีเวลาเหลือเฟือ… ฉันรู้ตั้งแต่คืนแรกแล้วนะธนพล”
ดร.ธนพล เกือบสำลักค็อกเทล “ห๊ะ? รู้ตั้งแต่แรก? แล้วทำไมไม่บอก?”
“เพราะฉันอยากเห็นแกมีความสุขที่ได้ช่วยเพื่อน” ดร.วิชัย ยิ้มกว้าง “และเพราะ… ฉันก็แอบช่วยแกเหมือนกัน ทุกคืนที่แกเมาแล้วหลับคาที่โซฟา ฉันค่อย ๆ แก้สูตรคณิตศาสตร์บ้า ๆ นั่นของแกให้มันสมเหตุสมผลขึ้นนิดหน่อย”
ทั้งสองมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาพร้อมกันจนคนในบาร์หันมามอง พนักงานบาร์ที่คุ้นเคยกับสองอาจารย์คู่นี้ยิ้มแล้วส่ง Old Fashioned แก้วพิเศษมาให้ฟรี “แก้วนี้ทางร้านฝากครับ สำหรับสองสุภาพบุรุษที่ทำให้บาร์เราเหมือนห้องเรียนวิชาการที่สนุกที่สุดในเมือง”
เดือนต่อมา งานวิจัยชิ้นนั้นถูกส่งไปยังวารสารวิชาการชั้นนำ และได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงเท่านั้น ยังถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล “งานเขียนวิชาการสร้างแรงบันดาลใจแห่งปี” จากสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ วันประกาศผลมาถึงอย่างรวดเร็ว ทั้งสองสวมสูทสีเข้ม ดร.วิชัย ใส่นาฬิกา Presage Old Fashioned ตัวเดิมที่ข้อมือซ้าย ส่วนดร.ธนพล ซื้อนาฬิกาเรือนเดียวกันมาใส่คู่กันเพื่อเป็นสัญลักษณ์
บนเวทีเมื่อชื่อของพวกเขาถูกประกาศว่าได้รับรางวัล ทั้งคู่เดินขึ้นไปด้วยท่าทางภูมิใจแต่ยังแอบกระซิบกันตลก ๆ
“แกเดินช้าไปหน่อยนะ ฉันปรับเข็มนาฬิกาแกให้เร็วขึ้นเมื่อเช้านี้” ดร.ธนพล พึมพำ
“แล้วแกก็ยังเมาไม่หายตั้งแต่เมื่อคืน” ดร.วิชัย ตอบกลับเบา ๆ
พวกเขายืนรับรางวัลพร้อมกัน ดร.วิชัย เป็นคนกล่าวสุนทรพจน์สั้น ๆ “รางวัลนี้ไม่ใช่ของผมคนเดียว และไม่ใช่ของศาสตราจารย์ธนพลคนเดียว มันเป็นของมิตรภาพที่ทำให้เวลาในชีวิตเราไม่เคยสูญเปล่า มันคือกลไกอัตโนมัติที่ไม่มีวันหยุดเดิน… และไม่มีวันหมดพลังงาน”
ดร.ธนพล ยกมือขึ้นชูสองนิ้วเป็นรูป V แบบเด็กมหาลัย แล้วทั้งห้องประชุมก็หัวเราะและปรบมือดังสนั่น
หลังงานฉลองเสร็จ ทั้งสองนั่งอยู่ที่ระเบียงของโรงแรมหรู มองดาวบนฟ้าเมืองกรุงเทพฯ ที่ยังสว่างไสวแม้ดึกดื่น ดร.วิชัย มองนาฬิกาที่ข้อมืออีกครั้ง หน้าปัดน้ำตาลเข้มสะท้อนแสงไฟเมือง กลไก Caliber 4R35 ยังคงหมุนอย่างเงียบสงบ ทับทิม 23 เม็ดยังทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
“รู้ไหมธนพล” เขาพูดขึ้น “ตั้งแต่วันที่แกให้มันมา ฉันไม่เคยรู้สึกว่าเวลาเป็นศัตรูอีกเลย แม้จะมี deadline กองท่วมหัว ฉันก็ยังมีเวลาเหลือสำหรับเพื่อน… สำหรับการหัวเราะ… และสำหรับการดื่ม Old Fashioned ด้วยกัน”
ดร.ธนพล วางมือลงบนไหล่เพื่อนเบา ๆ “และฉันก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นนักวิทยาศาสตร์คนเดียวอีกต่อไป เพราะฉันมีเพื่อนที่พร้อมจะช่วยไขลานให้ฉันตลอดไป”
ทั้งสองยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นชนกัน (เพราะคืนนี้ทั้งคู่ตัดสินใจ “งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสุขภาพของกลไกในร่างกาย”) แล้วหัวเราะเบา ๆ ด้วยกันอีกครั้ง
หลายปีผ่านไป นักศึกษารุ่นใหม่ที่เข้ามาเรียนในคณะมนุษยศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ยังได้ยินเรื่องเล่าของ “สองอาจารย์คู่หูผู้คลั่งไคล้เวลาและค็อกเทล” อยู่เสมอ บางคนเห็นรูปถ่ายเก่า ๆ ที่แขวนไว้ในห้องพักอาจารย์ รูปสองผู้ชายยืนยิ้มกว้าง ข้อมือแต่ละคนมีนาฬิกา Seiko Presage รุ่น Old Fashioned โทนโรสโกลด์เหมือนกันเป๊ะ
และทุกครั้งที่นักศึกษาถามว่า “อาจารย์ครับ นาฬิกาเรือนนั้นมีอะไรพิเศษเหรอครับ?”
ดร.วิชัย และดร.ธนพล จะตอบพร้อมกันด้วยรอยยิ้มเดียวกัน
“มันไม่มีพลังเวทมนตร์อะไรเลย… แต่ทุกครั้งที่มองมัน เราจะนึกถึงเพื่อนคนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตเราเดินไปข้างหน้าได้อย่างสวยงามที่สุด”
นาฬิกาเรือนนั้นยังคงเดินต่อไป เงียบ ๆ อย่างสม่ำเสมอ บนข้อมือของสุภาพบุรุษสองคนที่รู้ดีที่สุดว่า เวลาที่มีคุณค่าที่สุดในโลกนี้… ไม่ได้ถูกวัดด้วยเข็มวินาที แต่ถูกวัดด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมด้วยมิตรภาพ
และเรื่องราวของพวกเขาก็จบลงด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและเสียงหัวเราะที่ดังก้องตลอดไป… เหมือนกลไกจักรกลที่ดีที่สุดในโลกที่ไม่มีวันหยุดเดิน
ตัวละครในนิยาย “นาฬิกา Old Fashioned กับสองอาจารย์ผู้คลั่งไคล้เวลา”
ดร.วิชัย
เพศ: ชาย
อายุ: 42 ปี
ตำแหน่ง: อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ สอนวิชาประวัติศาสตร์วัฒนธรรมการบริโภคเครื่องดื่ม
เป็นนักวิชาการที่จริงจัง ขยัน และหลงใหลในงานวิจัยแบบหัวจม แต่มีด้านอ่อนไหวและขี้กังวลเรื่องเวลาและ deadline สูงมาก ชอบคิดละเอียดลึกซึ้ง มีอารมณ์ขันแบบสุภาพบุรุษและซาบซึ้งง่าย เมื่อได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนจะเปิดใจและตอบแทนด้วยความซื่อสัตย์เต็มเปี่ยม เป็นตัวแทนของ “นักวิชาการที่กำลังจะหมดไฟแต่ยังมีไฟในใจ”
ดร.ธนพล
เพศ: ชาย
อายุ: ประมาณ 43 ปี
ตำแหน่ง: อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านปรัชญาฟิสิกส์ของเวลา
เป็นคนร่าเริง ขี้เล่น มีแนวคิดสร้างสรรค์แบบบ้า ๆ บอ ๆ แต่ซ่อนความจริงจังและความห่วงใยเพื่อนไว้ลึก ๆ ชอบใช้เหตุผลวิทยาศาสตร์อธิบายเรื่องชีวิต ชอบช่วยเหลือเพื่อนด้วยวิธีแปลก ๆ โดยไม่หวังผลตอบแทน มีความซื่อสัตย์และอารมณ์ขันแบบเด็ก ๆ เป็นตัวแทนของ “เพื่อนแท้ที่เต็มใจทำทุกอย่างเพื่อคนสำคัญ”
พนักงานบาร์
เพศ: ไม่ระบุเพศชัดเจน (ปรากฏในฐานะบุคคลที่รู้จักและเอื้อเฟื้อ)
เป็นตัวละครสมทบที่เป็นมิตร อบอุ่น และสังเกตเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสองอาจารย์ได้อย่างละเอียดอ่อน ทำหน้าที่เป็น “พยาน” แห่งมิตรภาพและความสนุกสนาน
นักศึกษารุ่นใหม่
เพศ: กลุ่มผสม
เป็นตัวละครสมทบที่เป็นผู้ฟังและผู้สืบทอดเรื่องเล่า ช่วยขยายภาพให้เห็นว่านิยายนี้มีผลกระทบต่อคนรุ่นหลังอย่างไร
บทวิจารณ์นิยาย “นาฬิกา Old Fashioned กับสองอาจารย์ผู้คลั่งไคล้เวลา”
นิยาย “นาฬิกา Old Fashioned กับสองอาจารย์ผู้คลั่งไคล้เวลา” เป็นผลงานแนว Friendship Comedy ผสม Education & Academic Fiction ที่ผสานความตลกขบขันเข้ากับความอบอุ่นของมิตรภาพและกลิ่นอายวิชาการได้อย่างลงตัวอย่างยิ่งยวด ผ่านตัวละครหลักเพียงสองคนแต่เต็มเปี่ยมด้วยเสน่ห์ นิยายสร้างโลกเล็ก ๆ ของสองอาจารย์ที่แตกต่างกันสุดขั้ว หนึ่งคนเป็นนักมนุษยศาสตร์ที่เคร่งเครียดกับเวลา อีกคนเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มองเวลาด้วยสายตาแห่งฟิสิกส์และความสนุก แล้วนำทั้งคู่มาผูกมัดกันด้วยนาฬิกา Seiko Presage รุ่น Old Fashioned ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ที่สวยงามและมีชีวิตชีวา
จุดเด่นที่ทำให้เรื่องนี้โดดเด่นคือการใช้ภาษาที่ไหลลื่น มีทั้งความสุภาพแบบสุภาพบุรุษวิชาการและมุกตลกที่เกิดจากสถานการณ์จริงจังแต่ถูกบิดให้ขบขัน เช่น การถกเถียงเรื่อง “ทับทิม 23 เม็ดของมิตรภาพ” หรือการแอบปรับเข็มนาฬิกาเพื่อช่วยเพื่อน ซึ่งทำให้ผู้อ่านยิ้มและหัวเราะได้ตลอดเรื่องโดยไม่รู้สึกถึงความพยายาม ธีมหลักเรื่อง “เวลา” ถูกนำเสนอผ่านมุมมองที่หลากหลาย ทั้งทางประวัติศาสตร์ ค็อกเทล ปรัชญาฟิสิกส์ และที่สำคัญที่สุดคือ “เวลาที่ใช้กับเพื่อนแท้” ทำให้เรื่องไม่ใช่แค่นิยายตลก แต่ยังแฝงข้อคิดที่ลึกซึ้งและอบอุ่นหัวใจ
การสร้างคาแร็กเตอร์ของสองตัวเอกทำได้เยี่ยมยอด ดร.วิชัย และ ดร.ธนพล ไม่ใช่แค่ตัวละครตลก แต่เป็นมนุษย์จริง ๆ ที่มีข้อบกพร่อง มีความห่วงใย และเติบโตไปด้วยกัน การเปลี่ยนแปลงของทั้งคู่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติผ่านเหตุการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สะสมจนกลายเป็นมิตรภาพที่แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือ ฉากในบาร์ แก้ว Old Fashioned และการถกเถียงวิชาการกลายเป็นฉากที่ทั้งตลกและน่าประทับใจ สร้างบรรยากาศที่ผู้อ่านรู้สึกเหมือนกำลังนั่งฟังเพื่อนสองคนเล่าเรื่องจริง
โดยรวม นิยายเรื่องนี้ประสบความสำเร็จในการผสมผสานแนวตลกมิตรภาพเข้ากับกลิ่นอายสายอาชีพวิชาการได้อย่างลงตัว ไม่หนักเกินไป ไม่เบาเกินไป และทิ้งท้ายด้วยข้อคิดที่อบอุ่นว่า เวลาที่มีคุณค่าที่สุดในชีวิตคือเวลาที่เราได้หัวเราะ ร่วมทุกข์ร่วมสุข และช่วยเหลือกันด้วยใจจริง สำหรับผู้อ่านที่ชอบนิยายสั้นที่มีทั้งหัวเราะทั้งซึ้ง และอยากเห็นภาพอาจารย์มหาวิทยาลัยในแง่มุมที่ไม่น่าเบื่อ นิยายเรื่องนี้คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบและน่าจดจำมากที่สุดเรื่องหนึ่ง

