การเลือก ลิปสติก โทน นู้ด ให้เข้ากับผิวคนเอเชีย นี่คือเรื่องที่หลายคนรู้สึกเหมือนภารกิจใหญ่เลย เพราะผิวของคนแถบนี้ส่วนใหญ่จะมีพื้นฐานโทนเหลืองหรือที่เรียกว่า warm undertone บวกกับหลายคนเป็นผิวสองสีที่มีความแทนหรือบ่มแดดมาบ้าง ทำให้การหาสีนู้ดที่ทาแล้วรอด ดูสวยสุขภาพดี ไม่ซีดเหมือนคนนอนไม่พอหรือป่วยหนักๆ นั้นไม่ง่ายเลย
สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือหลีกเลี่ยงสีนู้ดที่ผสมสีขาวเยอะเกินไป หรือนู้ดที่สว่างกว่าผิวจริงมากๆ เพราะพอทาแล้วหน้าจะลอย ดูซีดเซียว ปากจางจนกลืนไปกับผิวหน้าแทบมองไม่เห็นมิติเลย แทนที่จะเลือกแบบนั้น ให้มองหาสีนู้ดที่เรียกว่า “นู้ดที่มีกลิ่นอายของสีอื่นเจือปน” จะดีกว่า
เช่น นู้ดอมส้มอิฐที่อุ่นๆ นู้ดอมชมพูแบบกะปิหรือตุ่นๆ หรือนู้ดน้ำตาลโทนคาราเมลเข้มนิดๆ สีพวกนี้พอทาแล้วจะช่วยให้ใบหน้าดูมีเลือดฝาด มีชีวิตชีวา แถมยังให้ความรู้สึกหรูหรา ดูแพงแบบไม่ต้องพยายามเยอะ กลายเป็นลุคประจำวันได้สบายๆ
เวลาจะลองสี หรือ สวอชลิปนู้ด หลายคนชอบทาที่หลังมือหรือท้องแขนเพราะสะดวก
แต่จริงๆ แล้ววิธีนี้บอกได้แค่โทนคร่าวๆ เท่านั้น เพราะสีปากเดิมของแต่ละคนต่างกันมาก สีปากที่คล้ำหรือขอบปากเข้มจะทำให้สีนู้ดที่ทาออกมาเปลี่ยนไปเลย ถ้าอยากได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำจริงๆ ต้องลองทาที่ปากตรงๆ ถ้าปากคล้ำหรือมีสีเข้มธรรมชาติ แนะนำให้เลือก ลิปสติก ที่มีความเข้มข้นของเม็ดสีสูงๆ หรือ highly pigmented เพราะจะช่วยกลบสีปากเดิมได้มิดสนิท ทำให้สีที่ออกมาสวยตรงตามแท่งมากที่สุด ไม่เพี้ยนไป
ส่วนคนที่ผิวขาวโทนเหลือง การเลือกนู้ดอมพีชหรือ peachy nude จะช่วยให้ลุคโดยรวมดูสดใสขึ้นทันที มีความละมุนนุ่มนวล แถมยังดูเด็กลงแบบไม่ตั้งใจอีกต่างหาก แต่ถ้าเป็นผิวแทน ผิวสองสีไปจนถึงโทนน้ำผึ้งเข้มๆ การเลือกนู้ดโทน terracotta หรือน้ำตาลอมส้มแดงอุ่นๆ จะยิ่งส่งให้ผิวดูโกลว์วาว มีความเซ็กซี่แบบธรรมชาติ ผิวดูเปล่งประกายเหมือนถูกแดดจูบเบาๆ เลย
อีกเรื่องที่หลายคนมักมองข้ามแต่สำคัญมากคือเนื้อสัมผัสของลิปสติก
เพราะมันมีผลต่อความรู้สึกซีดหรือมีมิติของปากโดยตรง ลิปเนื้อแมตต์สนิทที่ติดทนตลอดวันนั้นดีตรงให้ลุคเป๊ะคมชัด แต่ถ้าเลือกสีนู้ดที่สว่างเกินไปกับเนื้อแมตต์ จะทำให้ปากดูแบนราบ ไร้มิติ หน้าซีดลงง่ายมาก แนะนำให้ลองเปลี่ยนมาใช้เนื้อครีมหรือเนื้อซาตินที่มีความฉ่ำวาวนิดๆ เพราะความเงาวาวนั้นจะช่วยสะท้อนแสง ทำให้ริมฝีปากดูอิ่มเอิบ สุขภาพดี มี volume ขึ้นมาทันที
หรือถ้าชอบแมตต์จริงๆ ก็สามารถทา ลิปนู้ด แมตต์ทั่วปากก่อนแล้วค่อยตบลิปกลอสใสๆ เฉพาะตรงกลางปาก เพื่อสร้างจุดเด่นให้ปากดูมีมิติมากขึ้น เทคนิคอีกอย่างที่ช่วยได้เยอะคือการใช้ลิปไลเนอร์โทนน้ำตาลนู้ดที่เข้มกว่าสีปากธรรมชาติแค่เฉดเดียว มาเขียนขอบปากก่อนทาลิป จะช่วยสร้างโครงสร้างให้ปากชัดขึ้น ไม่ให้สีนู้ดกลืนหายไปกับผิวหน้า แถมยังทำให้ปากดูมี shape สวยเป็นธรรมชาติมากขึ้นด้วย
ก่อนจะไปสวอชสีอะไร การรู้ undertone ผิวตัวเองให้ชัดเจนคือกุญแจสำคัญเลย
วิธีเช็กง่ายๆ ที่ทำได้เองที่บ้านคือยกข้อมือขึ้นดูเส้นเลือดใต้แสงแดดธรรมชาติ ถ้าเห็นเส้นเลือดสีเขียวชัด แสดงว่าเป็น warm undertone ควรเลือกนู้ดที่มีเบสส้มหรือเหลืองเจือ เพื่อให้สีกลมกลืนกับผิวสวยที่สุด
แต่ถ้าเห็นเส้นเลือดสีน้ำเงินหรือม่วงชัดๆ นั่นคือ cool undertone ให้เลือกนู้ดที่มีเบสชมพูหรือม่วงตุ่นๆ จะช่วยให้หน้าดูสว่างไบรท์ขึ้นทันที ไม่หมอง และเวลาไปลองลิปที่เคาน์เตอร์ ควรขอสวอชในแสงธรรมชาติให้ได้มากที่สุด เพราะไฟในห้างส่วนใหญ่จะออกโทนเหลืองหรือส้มจัด ทำให้สีดูสวยเป๊ะในร้าน แต่พอออกมาข้างนอกหรือกลับบ้านแล้วสีเพี้ยน ดูซีดเกินไปได้ง่ายๆ
ความรู้ที่น่าสนใจคือ โทนนู้ดที่เหมาะกับผิวเอเชียนั้นจริงๆ แล้วกำลังเป็นเทรนด์ใหญ่ระดับโลกเลยในช่วงหลังๆ
เพราะหลายแบรนด์เริ่มออกคอลเลกชั่นนู้ดที่ออกแบบมาเพื่อ warm undertone โดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่นู้ดโทนขาวชมพูแบบเดิมๆ อีกต่อไป เช่น สีนู้ดที่เรียกว่า MLBB หรือ My Lips But Better ที่เน้นทำให้ปากดูดีขึ้นแบบธรรมชาติที่สุด โดยไม่เปลี่ยนสีปากมากเกินไป
และหลายคนพบว่าการ mix ลิปนู้ดสองเฉดเข้าด้วยกัน เช่น ทาเฉดเข้มที่ขอบปากแล้วเบลนด์เฉดอ่อนตรงกลาง ก็ช่วยสร้าง gradient ที่ดูแพงขึ้นได้อีก หรือถ้าอยากให้ลุคดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น การแมตช์ ลิปนู้ด กับบลัชออนและอายแชโดว์โทนเดียวกัน
เช่น โทนพีชหรือเทอร์ราคอตต้าทั้งหน้า จะทำให้เมคอัพโดยรวมดู harmonious มาก หน้าไม่ตัดกัน และที่สำคัญ การเลือกนู้ดที่ใช่ไม่ใช่แค่เรื่องสวยตามแฟชั่น แต่เป็นการเข้าใจผิวตัวเองอย่างลึกซึ้ง การเล่นกับแสงและมิติบนใบหน้า ทำให้ได้ลุคที่ดูดีแบบยั่งยืน ทาแล้วมั่นใจได้ทุกวันเลย
ตัวเลือกที่น่าสนใจและถือเป็นไอเทมกันตายสำหรับคนผิวเอเชียที่กำลังมองหาลิปนู้ดแบบทาแล้วรอดแน่นอนคือ Maybelline Superstay Vinyl Ink สี 65 Saucy
ซึ่งรุ่นนี้เป็นลิปจิ้มจุ่มเนื้อไวนิลที่ให้ฟินิชลุคฉ่ำวาวแต่ติดทนยาวนานแบบสุดพลัง จุดเด่นของสีนี้คือความเป็นนู้ดชมพูกะปิที่มีความตุ่นกำลังดี ไม่สว่างจนลอยและไม่เข้มจนดูดุ ตัวสีมีความสมดุลระหว่างความหวานและความสุภาพ ทำให้คนที่มีผิวขาวเหลืองทาแล้วดูหน้าผ่อง หรือคนที่มีผิวสองสีทาแล้วจะดูเป็นสีนู้ดธรรมชาติที่กลมกลืนไปกับริมฝีปากอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน สิ่งที่ทำให้ลิปรุ่นนี้พิเศษกว่าลิปนู้ดทั่วไปคือเทคโนโลยีฟิล์มสีที่ช่วยให้ปากดูอิ่มน้ำ มีมิติสะท้อนแสง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้หน้าไม่ดูซีดเซียวเหมือนการทาลิปนู้ดเนื้อแมตต์ดั้งเดิม
ความน่าประทับใจของลิปตัวนี้ยังอยู่ที่เม็ดสีที่แน่นจัดจ้าน สามารถกลบสีปากเดิมที่อาจจะมีความคล้ำหรือสีไม่สม่ำเสมอได้อย่างเนียนกริบในการปาดเพียงครั้งเดียว ก่อนใช้งานมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำการเขย่าแท่งลิปประมาณ 5 วินาทีเพื่อให้เนื้อสีและส่วนผสมความเงาผสมเข้ากันอย่างลงตัว
เมื่อทาลงบนริมฝีปากแล้วควรรอให้ลิปเซตตัวสักครู่โดยไม่เม้มปาก เพื่อให้ชั้นฟิล์มเคลือบปากได้เรียบเนียนที่สุด หลังจากที่ลิปเซตตัวแล้วจะให้สัมผัสที่เบาสบาย ไม่เหนียวเหนอะหนะ และที่สำคัญคือมีความสามารถในการกันน้ำกันเหงื่อ ไม่ติดแมสก์ และไม่หลุดง่ายระหว่างวันแม้จะทานอาหารหรือดื่มน้ำก็ตาม ถือเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี เพราะไม่ต้องคอยเติมปากบ่อยๆ และยังคงความสวยเป๊ะได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็น
สำหรับการใช้ลิปโทนนู้ดชมพูกะปิแบบนี้คือการเลือกปัดแก้มด้วยโทนสีที่ใกล้เคียงกัน เช่น สีชมพูอมน้ำตาลหรือสีพีชตุ่นๆ จะช่วยสร้างความสมดุลให้กับใบหน้าได้อย่างดีเยี่ยม และเนื่องจากลิปรุ่นนี้มีความฉ่ำในตัวอยู่แล้ว การแต่งตาจึงไม่จำเป็นต้องเน้นความวาวมากนัก อาจจะเลือกใช้โทนสีน้ำตาลเนื้อแมตต์คัดเบ้าเบาๆ เพื่อส่งเสริมให้ริมฝีปากดูโดดเด่นและดูแพงขึ้นไปอีกระดับ
หากใครกังวลเรื่องการล้างออกเนื่องจากความติดทนที่สูงมาก แนะนำให้ใช้รีมูฟเวอร์ที่มีส่วนผสมของออยล์ (Biphase Makeup Remover) แปะทิ้งไว้ที่ริมฝีปากประมาณ 10-15 วินาทีก่อนเช็ดออก เพื่อเป็นการถนอมผิวปากไม่ให้แห้งตึงและป้องกันการเกิดร่องปากในระยะยาว
การเลือกซื้อลิปสติกสีนี้จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพราะสามารถหยิบมาใช้ได้ในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นวันทำงานที่ต้องการลุคทางการ หรือวันหยุดสบายๆ ที่อยากแต่งหน้าแบบ No Makeup Makeup ก็เอาอยู่ทั้งหมด
นิยาย ซอซี่ อิงค์ หมึกที่ฝังลึก
ฝนเทลงมาไม่ขาดสายในคืนนั้น “ลินดา” นั่งขดตัวอยู่บนโซฟาเก่าในห้องพักแคบๆ ของเธอ แสงจากโทรศัพท์ส่องสว่างใบหน้าเหนื่อยล้า เธอเลื่อนดูรีวิวสินค้าออนไลน์จนเจอสิ่งที่ทำให้หัวใจเต้นแรง Maybelline New York Super Stay Vinyl Ink สี 65 Saucy ลิปจิ้มจุ่มเนื้อไชน์ที่โฆษณาว่าสีชัด ติดทนยาวนานถึง 16 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยี Color Lock ที่ล็อคสีไม่ให้ไหล ไม่ทรานส์เฟอร์ ไม่เปรอะแม้ใส่แมสก์ เธอคลิกสั่งซื้อทันทีโดยไม่คิดมาก ชีวิตของเธอในวัย 30 ต้นๆ นี้ช่างจืดชืดเกินไป เธออยากมีประกายบางอย่าง อยากรู้สึกเซ็กซี่บ้างสักครั้ง
พัสดุมาถึงในสามวันต่อมา ลินดาเปิดขวดแก้วใสด้วยความตื่นเต้น หัว applicator ทรงหยดน้ำสัมผัสริมฝีปากเบาๆ เธอเขย่าขวดตามคำแนะนำ แล้วปาดสีแดงกุหลาบเข้มลงไป เนื้อลิปบางเบาแต่เม็ดสีแน่น เกลี่ยเนียนทันที ให้ความเงาวาวฉ่ำเหมือนเคลือบไวนิล ริมฝีปากดูอวบอิ่ม มีมิติ เธอยิ้มให้ตัวเองในกระจกห้องน้ำ “สวยกว่าที่คิดอีก”
วันแรกที่ทาไปทำงาน ทุกอย่างเปลี่ยนไป เพื่อนร่วมออฟฟิศมองเธอแปลกๆ ผู้ชายที่เคยทำเป็นไม่เห็นเธอเริ่มทักทาย ยิ้มให้ เธอรู้สึกมั่นใจขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็น ลิปติดทนจริงๆ แม้เธอดื่มกาแฟสามแก้ว กินข้าวเที่ยงแบบไม่ระวัง สียังแน่น เงายังวาว เธอกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม
แต่คืนนั้น ความฝันร้ายมาเยือน เธอฝันว่าตัวเองยืนอยู่ในห้องมืด มีเสียงกระซิบเบาๆ จากริมฝีปากตัวเอง “ซอซี่… ปลดปล่อยซะ” เธอตื่นขึ้นมาหอบหายใจ ปากร้อนผ่าว เมื่อส่องกระจก เธอเห็นรอยแดงจางๆ รอบปากเหมือนถูกกัด แต่สีลิปยังคงสมบูรณ์แบบ ไม่มีรอยเลอะเลยสักนิด เธอหัวเราะกับตัวเอง “คงเหนื่อยเกินไป”
วันต่อๆ มา เธอทาลิปทุกวัน มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร ความมั่นใจที่ได้มาทำให้เธอกล้าพูด กล้าโต้ตอบเจ้านายที่เคยกดขี่เธอ แต่ในเวลาเดียวกัน เธอเริ่มรู้สึกถึงแรงกระตุ้นแปลกๆ ทุกครั้งที่เห็นคนที่เคยทำร้ายเธอทางใจ ไม่ว่าจะเป็นแฟนเก่าที่ทิ้งเธอไป หรือเพื่อนที่เคยทรยศ เธอจะรู้สึกอยาก “จัดการ” กับพวกเขา อยากทำให้พวกเขารู้สึกเจ็บอย่างที่เธอเคยเจ็บ
คืนหนึ่ง หลังจากทะเลาะกับแฟนเก่าที่บังเอิญเจอในบาร์ เธอกลับบ้านด้วยความโกรธเดือด เธอส่องกระจกนานกว่าปกติ และครั้งนี้ เธอเห็นมันชัดเจน ริมฝีปากในกระจกขยับเอง ยิ้มกว้างอย่างที่เธอไม่ได้ยิ้ม “ทำมันซะ เขาสมควรแล้ว” เสียงนั้นไม่ใช่เสียงเธอ แต่มันดังมาจากในหัว เธอสะดุ้งถอยหลัง แต่เมื่อกะพริบตา ภาพนั้นก็หายไป สีลิปยังวาวเหมือนเคย
เหตุการณ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ลินดาเริ่มตามรอยคนที่เคยทำร้ายเธอ เธอไม่รู้ตัวว่าทำไม แต่ทุกครั้งที่ทาลิป เธอจะรู้สึกแข็งแกร่ง รู้สึกว่าตัวเองถูกต้อง คืนหนึ่ง เธอเจอแฟนเก่าในตรอกมืด เขาพยายามขอคืนดี แต่เธอผลักเขาลงพื้น แล้วใช้ส้นรองเท้าเหยียบหน้าอกเขาจนเขาหายใจไม่ออก เลือดไหลจากปากเขา แต่เธอหยิบลิปออกมาจากกระเป๋า แล้วปาดลงบนริมฝีปากเขาเบาๆ “สีนี้เหมาะกับนายมาก” เธอกระซิบ ก่อนเดินจากไป สีซอซี่เกาะติดปากเขาแน่น แม้ในความตาย
หลังจากนั้น เธอไม่สามารถหยุดได้ เธอกำจัดคนที่เคยทำร้ายเธอทีละคน ทุกครั้ง เธอจะทาลิปให้ปากพวกเขาก่อน ทิ้งร่องรอยสีแดงกุหลาบเข้มที่ตำรวจงุนงง เพราะสีไม่จางแม้ผ่านไปหลายวัน ลินดารู้สึกโล่งใจทุกครั้งที่ทำ แต่ในส่วนลึก เธอกลัว เธอเริ่มค้นข้อมูลเกี่ยวกับลิปนี้ พบโพสต์เก่าๆ ในฟอรัมลึกลับ ที่มีคนเล่าว่าเคยใช้แล้วเปลี่ยนไป รู้สึกอยากทำร้ายคนอื่น มีคนหนึ่งเขียนว่า “มันเหมือนมีอะไรสิงอยู่ในสี ล็อคความโกรธไว้ แล้วปลดปล่อยตอนที่เราพร้อม”
ลินดาตัดสินใจเลิกใช้ เธอโยนขวดลิปลงถังขยะ แต่คืนนั้น เธอนอนไม่หลับ ปากแห้งผ่าว เธอรู้สึกด้อยค่า ไร้พลัง เธอควานหาขวดนั้นในถังขยะ แล้วทาอีกครั้ง ความรู้สึกมั่นใจกลับมา พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังขึ้น “ดีแล้ว เธอเกิดมาเพื่อสิ่งนี้”
เธอเริ่มเชื่อว่าลิปนี้มีอะไรผิดปกติ มันไม่ใช่แค่เครื่องสำอาง มันคือตัวเร่งให้ด้านมืดในตัวเธอออกมา เธอไปหาหมอจิตวิทยา เล่าเรื่องเสียงในหัว หมอบอกว่าเป็นอาการเครียดสะสม อาจเกิดจากความกดดันในชีวิต แต่ลินดาไม่เชื่อ เธอสืบต่อ จนพบเอกสารเก่าจากโรงงานผลิต ที่ระบุว่าสูตรนี้เคยถูกทดลองกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นอาชญากร เพื่อดูว่าสารบางอย่างในซิลิโคนและเม็ดสีสามารถกระตุ้นพฤติกรรมก้าวร้าวได้หรือไม่ มันเป็นการทดลองลับที่ถูกปิดไว้ เธอตกใจ ลิปนี้ไม่ใช่แค่ลิป มันคืออาวุธจิตวิทยา ที่บริษัทปล่อยออกมาเพื่อดูว่ามนุษย์จะเลือกด้านไหนเมื่อถูกกระตุ้น
ลินดารู้สึกว่าตัวเองเป็นเหยื่อ เธอพยายามต่อสู้ เธอเผาขวดลิปทั้งหมดที่ซื้อมาเก็บ เธอสาบานว่าจะไม่ทาอีก แต่ในคืนนั้น เธอฝันเห็นตัวเองในอดีต เด็กสาวที่เคยถูกกลั่นแกล้ง ถูกทิ้ง ถูกทำร้าย จนเธอเคยคิดฆ่าตัวตาย แต่เธอรอดมา และเก็บความโกรธนั้นไว้ ลิปไม่ได้สร้างความชั่ว มันแค่เปิดประตูที่เธอปิดไว้เอง ความโกรธนั้นเป็นของเธอมาตลอด ไม่ใช่ของลิป ไม่ใช่ของบริษัท มันคือส่วนหนึ่งของเธอที่เธอปฏิเสธที่จะยอมรับ
เธอตื่นขึ้นมาด้วยความเข้าใจใหม่ เธอไม่ได้ถูกควบคุม เธอเลือกเองที่จะปลดปล่อยมัน เพราะความดีที่เธอพยายามรักษาไว้ ทำให้เธอเจ็บปวดมานาน ความชั่วนี้ทำให้เธอแข็งแกร่ง ทำให้เธอรู้สึกมีชีวิต เธอหัวเราะให้ตัวเองในกระจก ริมฝีปากวาวฉ่ำแม้ไม่ได้ทาลิปมานาน เพราะตอนนี้ เธอไม่ต้องการมันอีกต่อไป
หลายเดือนต่อมา ข่าวฆาตกรรมต่อเนื่องหยุดลง ตำรวจปิดคดีโดยไม่มีผู้ต้องสงสัย ลินดากลับมาใช้ชีวิตปกติ ทำงาน ยิ้มให้คนรอบตัว เธอดูสงบสุขกว่าที่เคย แต่ในบางคืน เมื่อเธอส่องกระจก เธอจะเห็นรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่รู้ว่าความดีและความชั่วไม่ได้แยกจากกัน มันคือสิ่งเดียวกัน ที่มนุษย์เลือกจะแสดงออกตอนไหนเท่านั้น
และในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งของเธอ ยังมีขวด Maybelline Super Stay Vinyl Ink สี 65 Saucy ซ่อนอยู่หนึ่งขวด รอวันที่เธออาจต้องการความวาวนั้นอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะมันล็อคสี แต่เพราะมันเตือนเธอว่า ความซอซี่ที่แท้จริง มาจากข้างใน ไม่เคยจางหาย และไม่เคยต้องการการล็อคจากภายนอก
นิยาย ซอซี่ อิงค์ หมึกที่ฝังลึก บทสุดท้าย
หลายเดือนผ่านไปอย่างเงียบเชียบ ลินดากลับสู่ชีวิตที่ดูเหมือนปกติ เธอตื่นเช้า ไปทำงานในออฟฟิศเดิมที่เคยกดทับเธอด้วยความรู้สึกด้อยค่า เพื่อนร่วมงานเริ่มมองเธอในแง่ดีขึ้น เธอยิ้มได้กว้างกว่าเดิม พูดคุยอย่างมั่นใจ เจ้านายที่เคยตวาดเธอตอนนี้กลับปรึกษาเธอในเรื่องงานบ่อยครั้ง ราวกับว่าเธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เธอรู้ดีว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้มาจากลิปอีกต่อไป มันมาจากข้างใน จากการที่เธอยอมรับส่วนที่เคยซ่อนไว้
แต่ในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง ขวด Maybelline Super Stay Vinyl Ink สี 65 Saucy ยังคงอยู่ที่นั่น เธอไม่ได้โยนทิ้ง ไม่ได้เผา มันกลายเป็นเครื่องเตือนใจมากกว่าจะเป็นอาวุธ เธอมองมันทุกคืนก่อนนอน สีแดงกุหลาบเข้มในขวดแก้วใสสะท้อนแสงไฟจากโคมข้างเตียง ราวกับกำลังยิ้มให้เธอ “ฉันไม่ได้ควบคุมเธอหรอก” เธอพึมพำกับตัวเอง “เธอต่างหากที่ควบคุมฉันมาตลอด”
วันหนึ่ง ความสงบนั้นเริ่มสั่นคลอน ลินดาได้พบกับเขา ชื่อว่า “อาร์ต” ชายหนุ่มที่เข้ามาเป็นพนักงานใหม่ในแผนกเดียวกัน เขายิ้มหวาน พูดจาอ่อนโยน และดูเหมือนจะสนใจเธออย่างจริงใจ พวกเขาเริ่มคุยกันตอนพักกลางวัน กินข้าวด้วยกันบ่อยครั้ง อาร์ตเล่าเรื่องชีวิตเขาให้ฟัง ว่าเคยผ่านความเจ็บปวดมามาก เคยถูกหักหลังจากคนรักเก่า จนเขาเรียนรู้ที่จะเข้มแข็ง ลินดาฟังแล้วรู้สึกเชื่อมโยง เธอเล่าเรื่องของตัวเองบ้าง แต่ไม่ลึกซึ้งเกินไป เธอกลัวว่าถ้าเปิดเผยมากกว่านี้ เขาจะเห็นด้านที่เธอเพิ่งยอมรับ
ความสัมพันธ์ดำเนินไปอย่างช้าๆ แต่หวานชื่น อาร์ตพาเธอไปเดทครั้งแรกในร้านอาหารเล็กๆ ริมแม่น้ำ เขาจับมือเธอเบาๆ และกระซิบว่า “เธอทำให้ฉันรู้สึกมีชีวิตอีกครั้ง” ลินดายิ้มตอบ หัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมานาน เธอคิดว่านี่คือโอกาสใหม่ โอกาสที่จะเป็นคนดีอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องพึ่งพาความโกรธที่เคยคุกรุ่น
แต่แล้ว คืนหนึ่ง ขณะที่เธอนอนไม่หลับ เธอเปิดโทรศัพท์เลื่อนดูโซเชียลมีเดียตามนิสัยเก่า และบังเอิญเจอโพสต์เก่าๆ ของอาร์ต ที่เขาแท็กกับผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงที่ดูคุ้นหน้า ลินดาคลิกเข้าไปดู และหัวใจเธอหยุดชะงัก มันคือผู้หญิงที่เคยแย่งแฟนเก่าของเธอ คนที่เคยทรยศเธอเมื่อหลายปีก่อน ผู้หญิงคนนั้นโพสต์ภาพคู่กับอาร์ตในอดีต พร้อมแคปชั่นหวานหยด “รักนิรันดร์” แต่ต่อมา มีโพสต์อีกชุดที่ผู้หญิงคนนั้นร้องไห้ เล่าว่าโดนหักหลัง โดนทิ้งอย่างเลือดเย็น ลินดานั่งนิ่งอยู่นาน เธอสืบต่อ จนพบว่าอาร์ตมีรูปแบบเดิมๆ เขาคบผู้หญิงหลายคนพร้อมกัน หลอกใช้ แล้วทิ้งไปเมื่อเบื่อ ทำให้พวกเธอเจ็บปวดยับเยิน
ความโกรธเก่าๆ เริ่มคุกรุ่นขึ้นมา ไม่ใช่เสียงกระซิบจากลิป แต่เป็นเสียงจากส่วนลึกในตัวเธอเอง เธอนั่งส่องกระจก มองริมฝีปากที่แห้งสนิท “เขาสมควรแล้ว” เธอพึมพำ แต่คราวนี้ เธอรู้ว่ามันคือคำพูดของตัวเอง ไม่มีอะไรมาล็อค ไม่มีเทคโนโลยีใดๆ มาบังคับ มันคือการเลือก
เช้าวันถัดมา เธอแต่งตัวสวยกว่าปกติ เปิดลิ้นชัก หยิบขวดลิปออกมา เธอเขย่าขวดเบาๆ ตามที่เคยทำ แล้วปาดสีซอซี่ลงบนริมฝีปาก ความเงาวาวแบบไวนิลกลับมาทันที ริมฝีปากดูฉ่ำ อวบอิ่ม เซ็กซี่อย่างที่เธอเคยรู้สึก มันไม่ได้ทำให้เธอเปลี่ยน แต่มันเตือนเธอถึงพลังที่เธอมี เธอยิ้มให้ตัวเองในกระจก “วันนี้ฉันพร้อมแล้ว”
ที่ทำงาน อาร์ตทักทายเธออย่างร่าเริง “ปากแดงสวยจังเลยวันนี้” เขาพูดพลางยิ้ม ลินดาตอบด้วยรอยยิ้มที่กว้างกว่า “ขอบใจ มันติดทนนานมากเลย” เธอชวนเขาไปดื่มหลังเลิกงาน เขาตอบตกลงทันที โดยไม่รู้ว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของจุดจบ
ค่ำนั้น พวกเขานั่งในบาร์มืดสลัว อาร์ตเล่าเรื่องตลก พยายามจับมือเธอ ลินดาเล่นตาม ปล่อยให้เขาใกล้ชิด เธอดื่มช้าๆ สังเกตทุกการเคลื่อนไหวของเขา เมื่อบาร์ใกล้ปิด เธอชวนเขาไปต่อที่ห้องเธอ “ฉันมีเหล้าดีๆ เก็บไว้” เธอพูดเสียงนุ่ม อาร์ตตาเป็นประกาย ตอบตกลงโดยไม่ลังเล
ในห้องพักแคบๆ ของเธอ บรรยากาศเริ่มร้อนแรง อาร์ตพยายามจูบเธอ ลินดาปล่อยให้เขาทำ แต่เมื่อเขาพยายามมากกว่านั้น เธอผลักเขาออกเบาๆ แล้วหยิบขวดลิปจากโต๊ะเครื่องแป้ง “รอแป๊บนะ ฉันอยากให้ปากฉันสวยกว่านี้ก่อน” เธอพูดพลางเขย่าขวด แล้วปาดสีลงบนริมฝีปากเขาอย่างช้าๆ อาร์ตหัวเราะ คิดว่าเป็นเกมเซ็กซี่ “สีนี้เหมาะกับนายมาก” เธอกระซิบ เสียงเย็นเยียบ
เขายังคงยิ้ม จนกระทั่งเธอหยิบมีดเล็กจากลิ้นชักออกมา ความเงาวาวของลิปบนปากเขาสะท้อนแสงจากโคมไฟ ราวกับกำลังยิ้มให้กับสิ่งที่จะเกิดขึ้น อาร์ตเริ่มดิ้นรน แต่ลินดาแข็งแกร่งกว่าที่เขาคิด เธอรู้วิธีจัดการให้เงียบเชียบ ให้เรียบร้อย เหมือนที่เคยทำมาก่อน สีซอซี่เกาะติดปากเขาแน่นหนา แม้ในวินาทีสุดท้าย
เช้าวันถัดมา ลินดานั่งจิบกาแฟในห้องเดียวกัน ร่างของอาร์ตถูกจัดการไปอย่างแนบเนียน ไม่มีร่องรอย ไม่มีหลักฐาน เธอส่องกระจก มองริมฝีปากที่ยังวาวฉ่ำ “ฉันไม่ได้ทำเพราะโกรธ” เธอพูดกับตัวเอง “ฉันทำเพราะมันจำเป็น คนแบบเขาไม่สมควรมีชีวิตต่อไป ทำให้คนอื่นเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
เวลาผ่านไปอีกหลายเดือน ลินดาไม่ได้หยุด เธอเริ่มมองหาเป้าหมายใหม่ๆ ไม่ใช่แค่คนที่เคยทำร้ายเธอ แต่คนที่ทำร้ายคนอื่น คนที่สังคมมองข้าม เธอกลายเป็นเงาที่ลงโทษในความมืด โดยไม่ต้องพึ่งพาลิปอีกต่อไป มันกลายเป็นเพียงสัญลักษณ์ ขวดนั้นยังอยู่ในลิ้นชัก แต่เธอแทบไม่แตะต้อง เพราะตอนนี้ ความซอซี่ที่แท้จริงฝังลึกในตัวเธอแล้ว มันไม่จาง ไม่ไหล ไม่ทรานส์เฟอร์ มันคือส่วนหนึ่งของเธอที่ไม่อาจลบเลือน
ข่าวฆาตกรรมลึกลับเริ่มปรากฏอีกครั้ง แต่คราวนี้ ตำรวจไม่พบร่องรอยสีแดงกุหลาบเข้ม เพราะลินดาไม่ต้องการมันอีก เธอทำงานของเธออย่างเงียบเชียบ สงบสุขในชีวิตประจำวัน ยิ้มให้คนรอบตัว และในบางคืน เมื่อเธอนั่งคนเดียว เธอจะหัวเราะเบาๆ กับตัวเอง ความดีและความชั่วไม่ได้ต่อสู้กันในตัวเธออีกต่อไป มันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว การลงโทษคือความยุติธรรมในแบบของเธอ การยอมรับด้านมืดคือการมีชีวิตอย่างแท้จริง
และในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คน ลินดาเดินต่อไป ริมฝีปากเรียบเนียน ไม่ต้องแต่งเติม แต่ภายใน เธอรู้ดีว่าความวาวนั้นยังคงอยู่ ตลอดกาล ความซอซี่ที่แท้ไม่ได้มาจากขวดลิป มันมาจากการเลือกที่จะเป็นตัวเองอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าตัวเองนั้นจะเป็นสิ่งที่สังคมเรียกว่าปีศาจ
เธอคือหมึกที่ฝังลึก ไม่เคยลบเลือน และไม่เคยต้องการใครมาล็อคอีกต่อไป
ตัวละครหลักในนิยาย “ซอซี่ อิงค์ หมึกที่ฝังลึก”
ลินดา (เพศหญิง)
หญิงสาววัย 30 ต้นๆ ที่เริ่มต้นด้วยความรู้สึกด้อยค่า เก็บกด และขาดความมั่นใจ ชีวิตจืดชืดจนกระทั่งลิปสีซอซี่กลายเป็นตัวเร่งให้เธอปลดปล่อยด้านมืดที่ซ่อนไว้ เธอฉลาด แอบแฝงความโหดร้าย ค่อยๆ ยอมรับว่าความดีและความชั่วในตัวเธอเป็นสิ่งเดียวกัน สุดท้ายกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่สงบเยือกเย็นและเชื่อว่าตัวเองกำลัง “ลงโทษ” คนที่สมควรตาย
อาร์ต (เพศชาย)
ชายชายหนุ่มรูปงาม พูดจาอ่อนหวาน ดูเหมือนคนดีและจริงใจในตอนแรก แต่แท้จริงเป็นคนเจ้าชู้ หักหลัง และทำร้ายจิตใจผู้หญิงหลายคนอย่างเลือดเย็น เขาเป็นตัวแทนของคนที่ใช้เสน่ห์หลอกใช้ผู้อื่นโดยไม่รู้สึกผิด และกลายเป็นเหยื่อสุดท้ายที่เผยให้เห็นวงจรของความชั่ว
ตัวละครรองอื่นๆ (เช่น แฟนเก่า เพื่อนร่วมงาน เจ้านาย หรือเหยื่อรายก่อนๆ) ไม่มีชื่อชัดเจนและถูกใช้เป็นเพียงส่วนพื้นหลังเพื่อขับเนี่ยวัฏจักรของความเจ็บปวดและการแก้แค้น
บทวิจารณ์นิยาย “ซอซี่ อิงค์ หมึกที่ฝังลึก”
นิยายเรื่องนี้เป็น psychological horror thriller ที่ใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางธรรมดาๆ อย่างลิปสติก Maybelline Super Stay Vinyl Ink สี 65 Saucy เป็นสัญลักษณ์หลักในการเล่าเรื่อง ซึ่งเป็นไอเดียที่แปลกใหม่และน่าขนลุกอย่างยิ่ง เรื่องราวเริ่มต้นด้วยโทนชีวิตประจำวันที่ดูเหมือนรีวิวสินค้าธรรมดา ก่อนจะค่อยๆ บิดเบี้ยวเข้าสู่ความมืดมิด ทำให้ผู้อ่านรู้สึกเหมือนถูกหลอกให้เข้ามาในกับดักเดียวกับตัวเอก
จุดแข็งที่เด่นชัดที่สุดคือการสำรวจปรัชญาจิตวิทยาเรื่อง “ความดี-ความชั่ว” ภายในคนคนเดียวกัน ผู้เขียนไม่ตัดสินว่าลินดาเป็นเหยื่อหรือปีศาจ แต่ค่อยๆ เผยให้เห็นว่าด้านมืดที่เธอปลดปล่อยนั้นมีอยู่จริงมาตลอด ลิปไม่ได้ “สิง” หรือควบคุมเธออย่างที่เราคิดในตอนแรก มันเป็นเพียงตัวเร่งให้เธอยอมรับตัวตนที่แท้จริง ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ลึกซึ้งและทิ้งคำถามให้ผู้อ่านคิดต่อว่ามนุษย์ทุกคนมีขีดจำกัดของความดีมากน้อยแค่ไหน
บรรยากาศของเรื่องถูกสร้างได้อย่างอึดอัดและน่ากลัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ความสยองไม่ได้มาจากเลือดสาดหรือผีกระโดดออกมา แต่มาจากความเงียบสงบของลินดาเมื่อเธอตัดสินใจฆ่า และความรู้สึกว่าคนธรรมดาคนหนึ่งสามารถกลายเป็นฆาตกรได้โดยที่สังคมรอบตัวไม่รู้ตัว การใช้ลิปที่ “ติดทนนาน 16 ชั่วโมง ไม่ทรานส์เฟอร์” เป็นเมตาฟอร์ให้กับความชั่วที่ “ฝังลึกและไม่จางหาย” นั้นเฉียบคมและน่าจดจำมาก
ข้อติเล็กๆ คือบางช่วงอาจยาวเกินไปในการสร้างปมจิตวิทยา ทำให้จังหวะความตื่นเต้นช้าลงนิดหน่อย และตัวละครรองบางตัวขาดมิติจนรู้สึกเป็นเพียงเครื่องมือในการขับเคลื่อนเรื่อง แต่โดยรวมแล้ว นิยายเรื่องนี้ประสบความสำเร็จในการทำให้ผู้อ่านรู้สึกไม่สบายใจหลังอ่านจบ เพราะมันชี้ให้เห็นว่าความ “ซอซี่” ที่แท้จริงอาจไม่ได้อยู่ที่สีลิปบนริมฝีปาก แต่อาจฝังลึกอยู่ในตัวเราทุกคน รอเพียงตัวเร่งที่เหมาะเจาะเท่านั้น
