คนที่ชอบเรื่องลึกลับ รักการไขปริศนา หรือมีความฝันเล็กๆ ที่อยากลองสวมบทนักสืบ หนังสือเล่มนี้คือของที่คุณต้องลองอ่านจริงๆ นิยาย เกมใครฆ่า Murdle Volume 1 ไม่ใช่แค่นิยายอ่านเพลินๆ แต่เป็นเหมือนสนามประลองสมอง ที่จะพาคุณเข้าไปอยู่ในโลกของคดีฆาตกรรมสุดซับซ้อนกว่า 100 เรื่อง แต่ละคดีจะโยนคำถามคลาสสิกใส่คุณ ใครคือฆาตกร? ใช้อาวุธอะไร? และลงมือที่ไหน?
จากคดีง่ายๆ ที่เหมือนจะจับได้ทันที ไปจนถึงคดีที่ซับซ้อนจนต้องใช้ทุกเสี้ยววินาทีในการคิดวิเคราะห์ คุณจะได้เดินทางผ่านฉากหลากหลาย ตั้งแต่คฤหาสน์หรูที่กลายเป็นฉากนองเลือด ไปจนถึงร้านกาแฟกลางเมืองที่กลายเป็นสถานที่สังหารอย่างอุกอาจ เรียกได้ว่าทุกหน้าคือการท้าทายไหวพริบและความเป็นนักสืบในตัวคุณแบบเต็มๆ
นิยายเรื่อง Murdle Volume 1 คือประสบการณ์ที่คุณจะได้ร่วมไขคดีไปพร้อมๆ กับนักเขียน เหมือนคุณได้เข้าไปอยู่ในโลกของนักสืบจริงๆ คดีแรกอาจดูง่าย แต่ลองถามตัวเองดูสิ… คุณจะยังยืนหยัดได้ถึงคดีที่ 100 หรือเปล่า?
ถ้าคุณกำลังมองหาหนังสือที่ทั้งสนุก ท้าทาย และทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมสืบสวนอยู่ตลอดเวลา เล่มนี้คือคำตอบที่ใช่แน่นอน 📖✨
ถ้าคุณชอบ Whoฆ่าใคร นิยายเล่มนี้ให้คุณเป็นนักสืบเอง มีให้ปวดหัวถึง 100 คดี
นิยาย ปริศนาฆาตกรรมยามน้ำชา
ในปี 1929 หมู่บ้านทีวูดกรีนยังคงเงียบสงบเหมือนเคย บ้านเรือนไม้สีขาวเรียงรายตามถนนกรวดแคบ ๆ ต้นโอ๊กใหญ่ยืนเฝ้าประตูบ้านเก่าแก่ ร้านชา “เบอร์ทีส์ บรีว์” ของ “เบอร์ที” บัตเตอร์ตั้งอยู่หัวมุมถนนหลัก เป็นจุดรวมตัวของชาวบ้านทุกบ่าย โดยเฉพาะเวลาน้ำชา ที่ทุกคนจะยกถ้วยขึ้นพร้อมกันราวกับมีนาฬิกาลึกลับบอกเวลา
เบอร์ทีเป็นชายวัย 40 ต้น ๆ รูปร่างกลม ๆ ผมสีน้ำตาลเริ่มลอย รอยยิ้มติดอยู่บนหน้าเสมอแม้กำลังยุ่ง เขาชงชาเก่งจนชาวบ้านยกให้เป็น “ราชาแห่งเอิร์ลเกรย์” แต่สิ่งที่เขารักยิ่งกว่าการชงชาคือการแก้ปริศนา ทุกเย็นหลังปิดร้าน เขาจะนั่งที่โต๊ะมุมลับพร้อมปากกาและสมุดเล่มเล็ก ไขปริศนาจากหนังสือพิมพ์เก่า ๆ
วันหนึ่ง พัสดุสีน้ำตาลใบใหญ่มาถึงหน้าประตูร้าน เป็นหนังสือเล่มหนา ปกแข็งสีเขียวเข้ม ชื่อภาษาอังกฤษตัวใหญ่ “Murdle: Volume 1” โดย G.T. Karber ชาวอเมริกันที่กำลังฮิตทั่วลอนดอน เพื่อนเก่าที่ทำงานสำนักพิมพ์ส่งมาให้พร้อมจดหมายสั้น ๆ “ลองดูสิ เบอร์ที เล่มนี้กำลังทำให้คนบ้าทั้งเมือง”
เบอร์ทีเปิดเล่มครั้งแรกตอนค่ำวันนั้นเอง คดีแรกชื่อ “ฆาตกรรมในฮอลลีวูด” มีตัวละคร 5 คน สถานที่ 5 แห่ง อาวุธ 5 ชิ้น และเงื่อนงำ 20 ข้อที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกันเลย เขานั่งอ่านเงื่อนงำข้อแรก ขมวดคิ้ว แล้วยิ้มกว้าง “นี่มัน grid logic ชัด ๆ” เขาพึมพำ ก่อนหยิบดินสอขึ้นมาตีตารางในหัว
ตั้งแต่นั้นมา ชีวิตเบอร์ทีเปลี่ยนไป เขาแก้คดีในเล่มทีละคดี ๆ บางคดีใช้เวลา 10 นาที บางคดีนั่งทั้งคืนจนชาในกาต้มเย็นสนิท “แมรี่” ภรรยาเดินผ่านห้องครัวเห็นสามีนั่งพึมพำคนเดียวก็ได้แต่ส่ายหัว “อีกแล้วเหรอคะ เบอร์ที คดีไหนตายไปกี่ศพแล้ว” เบอร์ทีหัวเราะ “ยังไม่มีศพจริงหรอกจ้ะ แค่ในกระดาษ”
จนกระทั่งบ่ายวันพฤหัสบดีวันหนึ่ง
“ลอร์ดชาร์ลส์ แมคมิลลัน” ลูกค้าประจำร้าน นั่งโต๊ะมุมส่วนตัวตามเคย เขาเป็นขุนนางหนุ่มที่เพิ่งรับมรดกคฤหาสน์เก่าแก่ แต่ชอบมานั่งร้านชาเล็ก ๆ เพราะ “เงียบดี” วันนั้นเขาสั่งเอิร์ลเกรย์หนึ่งถ้วย เค้กหนึ่งจาน แล้วนั่งอ่านหนังสือพิมพ์เงียบ ๆ เหมือนทุกวัน
เวลาใกล้สี่โมงเย็น “คุณนายสมิธ” ลูกค้าอีกคน เดินเข้ามาสั่งชาเช่นกัน เธอเป็นหม้ายวัย 50 ที่ชอบนินทาเรื่องชาวบ้าน “นายโจนส์” คนส่งนมประจำหมู่บ้าน แวะมาส่งนมและนั่งพักสักครู่ “มิสเอมิลี่ กรีน” เลขานุการสาวของลอร์ดชาร์ลส์ ก็ตามเข้ามาเพื่อส่งเอกสารบางอย่าง ทั้งสี่คนอยู่ในร้านพร้อมกันช่วงสั้น ๆ ก่อนที่คนอื่น ๆ จะทยอยออกไป
เบอร์ทีเสิร์ฟชาให้ลอร์ดชาร์ลส์เป็นคนสุดท้าย แล้วกลับไปที่เคาน์เตอร์
10 นาทีต่อมา เสียงกรี๊ดของมิสกรีนดังลั่น
ลอร์ดชาร์ลส์นั่งตัวแข็งทื่อในเก้าอี้ หน้าซีดเผือด ปากอ้าค้าง ถ้วยชาวางคว่ำข้างจานที่แทบไม่ได้แตะ มีฟองสีขาวบาง ๆ ไหลออกจากมุมปาก
“ตายแล้ว!” คุณนายสมิธร้อง “เขาถูกวางยาพิษ!”
ข่าวแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านภายในชั่วโมงเดียว ตำรวจจากเมืองข้าง ๆ มาถึงตอนพระอาทิตย์ตก เบอร์ทีปิดร้านชั่วคราว แต่ใจเขาเต้นแรง เขาหยิบหนังสือ Murdle ออกมาจากลิ้นชักใต้เคาน์เตอร์ทันที
“นี่มันคดีจริง ๆ” เขาพึมพำตื่นเต้น “และฉันจะไขมันให้ได้”
คืนนั้น เบอร์ทีนั่งที่โต๊ะในครัว ตีตารางใหญ่บนกระดาษห่อขนมเก่า ตัวละคร: ลอร์ดชาร์ลส์ (เหยื่อ), คุณนายสมิธ, นายโจนส์, มิสกรีน, และตัวเขาเอง (ในฐานะคนชงชา) สถานที่: โต๊ะมุม, เคาน์เตอร์, ห้องครัวหลังร้าน, ประตูหน้า, ประตูหลัง อาวุธ: พิษในชา, มีดในครัว, เชือกในโกดัง, ยาพิษหนูที่ร้านขายของชำ, ถ้วยชาแตก
เงื่อนงำที่เขารวบรวมได้จากการถามลูกค้าที่เหลือและความจำของตัวเอง:
ลอร์ดชาร์ลส์ทะเลาะกับคุณนายสมิธเมื่อสัปดาห์ก่อน เรื่องที่เธออยากยืมเงินแต่เขาไม่ให้
นายโจนส์เคยถูกไล่ออกจากคฤหาสน์เพราะส่งนมช้า
มิสกรีนเพิ่งถูกหักเงินเดือนเพราะทำเอกสารผิด
มีเพียงเบอร์ทีเท่านั้นที่เข้าไปในห้องครัวหลังร้านช่วงนั้น
ถ้วยชาของลอร์ดชาร์ลส์เป็นถ้วยใบเดียวที่เบอร์ตีชงใหม่ เพราะใบแรกเย็นไป
เบอร์ทีตีตารางไปมา ลบ ๆ เขียน ๆ จนดินสอสั้น เขาสรุปในใจว่า มิสกรีนมีโอกาสมากที่สุด เธอเข้ามาสุดท้าย ส่งเอกสารแล้วนั่งคุยกับลอร์ดชาร์ลส์สักพัก มีเวลาใส่พิษลงในถ้วยได้ และ motive ชัดเจนเรื่องเงินเดือน
เช้าวันต่อมา เบอร์ทีเดินไปหาตำรวจด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม “ผมรู้แล้วครับว่าใครทำ” เขาบอก “สารวัตรจอห์นสัน” “คือมิสกรีน เธอมีทั้งโอกาสและเหตุจูงใจ”
ตำรวจพยักหน้าแล้วไปจับมิสกรีนมาสอบสวน เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
แต่บ่ายวันนั้น ผลชันสูตรศพออกมา
หมอประจำหมู่บ้านเดินเข้าร้านชาของเบอร์ทีด้วยสีหน้าแปลก ๆ “ไม่ใช่พิษครับคุณบัตเตอร์ ลอร์ดชาร์ลส์แพ้ถั่วอย่างรุนแรง เขาเคยบอกผมเมื่อปีก่อนแต่ลืมบอกใคร ๆ และตอนวันนั้น…คุณใส่เนยถั่วบดผสมลงไปนิดหน่อยใช่ไหม”
เบอร์ทีหน้าซีด “ผสมครับ…สูตรใหม่ที่อยากลอง”
“แค่นั้นแหละครับ” หมอยิ้ม “อุบัติเหตุบริสุทธิ์ ไม่มีคดีฆาตกรรม”
ข่าวแพร่ไปทั่วหมู่บ้านอีกครั้ง คราวนี้ทุกคนหัวเราะกันกลบเกลื่อน เบอร์ทีกลายเป็นตัวตลกประจำสัปดาห์ “นักสืบชาเย็น” คือฉายาใหม่ที่เด็ก ๆ เรียกตามหลังเขา คุณนายสมิธแซวทุกครั้งที่มา “วันนี้มีพิษในชาไหมคะคุณบัตเตอร์” แมรี่ภรรยาได้แต่ถอนหายใจยาว
เบอร์ทีเขินจนอยากซุกตัวในห้องครัวไปตลอดชีวิต แต่เขายังแอบเปิด Murdle ต่อทุกคืน “อย่างน้อยในเล่มนี้” เขาบอกตัวเอง “ศพยังตายจริง ๆ”
หลายสัปดาห์ผ่านไป หมู่บ้านกลับมาเงียบสงบตามปกติ แต่เหตุการณ์แปลก ๆ เริ่มเกิดขึ้นทีละน้อย
ครั้งแรก ของมีค่าหายจากบ้านคุณนายสมิธ เธอบอกว่าแหวนทองหายจากโต๊ะข้างเตียง เบอร์ตี้นึกถึงคดีที่ 26 ในเล่ม “ฆาตกรรมบุรุษไปรษณีย์” ทันที เขาเริ่มสงสัยนายโจนส์ คนส่งของประจำหมู่บ้าน
ครั้งที่สอง มีคนเห็นเงาคนเดินในป่าหลังหมู่บ้านตอนดึก คล้ายคดีป่าพิศวง เบอร์ตี้เริ่มจดชื่อคนที่ออกจากบ้านตอนกลางคืน
ครั้งที่สาม จดหมายข่มขู่ส่งมาถึงคฤหาสน์เก่า (ที่ตอนนี้ว่างเปล่า) เขานึกถึงคดีลอจิโกปาร์ตี้ฮอลลีวูดทันที
เบอร์ตี้กลับมาคึกคักอีกครั้ง เขาเดินไปมาในหมู่บ้าน ถามคำถามแปลก ๆ อีก เช่น “คืนวันอังคารคุณอยู่ไหน” หรือ “คุณเคยถือเชือกไหม” ชาวบ้านเริ่มกระซิบกันว่า “เบอร์ตี้บ้าไปแล้ว”
จนกระทั่งคืนหนึ่ง แมรี่เรียกเขานั่งที่โต๊ะอาหารอย่างจริงจัง “เบอร์ทีคะ” เธอพูด “ฉันมีเรื่องต้องสารภาพ”
เบอร์ตี้ขมวดคิ้ว “อะไรจ้ะ”
แมรี่ถอนหายใจยาว “ทุกอย่างที่เกิดขึ้นหลังจากลอร์ดชาร์ลส์ตาย…แหวนหาย ป่ามีคนเดิน จดหมายข่มขู่…ฉันกับเพื่อนบ้านบางคนเป็นคนจัดฉากทั้งหมด”
เบอร์ตี้ตาโต “อะไรนะ!”
“เราอยากให้คุณเลิกหมกมุ่นกับหนังสือเล่มนั้นค่ะ คุณไม่ช่วยงานบ้าน ไม่สนใจใครเลยตั้งแต่ได้เล่มนั้นมา เราจึงคิดว่าจะแกล้งให้คุณกลัวหน่อย ให้รู้ว่าชีวิตจริงไม่ใช่ปริศนาในกระดาษ” แมรี่ยิ้มอ่อน “แหวนของคุณนายสมิธซ่อนไว้ในตู้กับข้าว จดหมายข่มขู่ฉันเขียนเอง คนเดินในป่าคือนายโจนส์ที่เราเกลี้ยกล่อมให้ช่วย”
เบอร์ตี้นั่งนิ่งไปครู่ใหญ่ แล้วหัวเราะออกมาดังลั่น “โอ้พระเจ้า ฉันตกหลุมพรางทั้งดุ้นเลยเหรอเนี่ย”
ทั้งคู่หัวเราะด้วยกันจนน้ำตาไหล แมรี่ย้ำว่า “เลิกแก้ปริศนาได้แล้วนะคะ กลับมาชงชาให้ดีเหมือนเดิมเถอะ”
เบอร์ตี้พยักหน้า “ได้สิจ้ะ ฉันเลิกแล้ว”
วันต่อ ๆ มา ร้านชากลับมาคึกคัก ชาไม่เคยเย็นอีก เบอร์ตี้ยิ้มกว้างให้ลูกค้าทุกคน หนังสือ Murdle ถูกเก็บไว้บนชั้นสูงสุดในห้องนอน ไม่เคยหยิบลงมาอีก
จนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง หกเดือนต่อมา
พัสดุสีน้ำตาลใบใหญ่วางอยู่หน้าประตูร้านอีกครั้ง เบอร์ตี้เปิดดูด้วยความสงสัย ข้างในคือหนังสือเล่มใหม่ ปกสีน้ำเงินเข้ม ชื่อ “Murdle: Volume 2” พร้อมจดหมายสั้น ๆ จาก G.T. Karber
“ถึงคุณเบอร์ตี้ บัตเตอร์
ผมได้ยินเรื่องราวของคุณจากเพื่อนในสำนักพิมพ์อังกฤษ คุณแก้ Volume 1 ได้หมดทุกคดีภายในสามเดือน น่าทึ่งมาก ผมจึงส่ง Volume 2 ให้เป็นกรณีพิเศษ และมีเรื่องอยากบอก
คดีทั้ง 100 ใน Volume 1 ไม่ได้แต่งจากอากาศธาตุทั้งหมด ผมมีเพื่อนเก่าในหมู่บ้านทีวูดกรีนที่เล่าเรื่องชาวบ้านให้ฟังเมื่อยี่สิบปีก่อน เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาคิดว่าเหมือนปริศนา ผมจึงนำมาแต่งเป็นคดี
และเพื่อนคนนั้น…ชื่อเบอร์ตี้ บัตเตอร์ เช่นกัน เขาเป็นลุงของคุณที่เสียไปเมื่อสิบปีก่อน เขาชอบแก้ปริศนามาก และเคยบอกผมว่า “หลานชายฉันต้องชอบเล่มนี้แน่ ๆ ถ้าผมยังมีชีวิตอยู่”
ขอให้สนุกกับ Volume 2 นะครับ
ด้วยความเคารพ
G.T. Karber”
เบอร์ตี้ยืนนิ่งหน้าประตูร้าน มือสั่นเล็กน้อย holding หนังสือเล่มใหม่ เขาหันไปมองแมรี่ที่กำลังชงชาอยู่ในครัว
“ที่รัก” เขาพูดเสียงสั่น “ผมคิดว่าผมต้องกลับไปแก้ปริศนาอีกสักหน่อยแล้วล่ะ”
แมรี่ถอนหายใจยาว แต่คราวนี้เธอยิ้ม “เอาเถอะ แต่ชาต้องร้อนนะคะ”
และในบ่ายวันนั้น ถ้วยชาทุกถ้วยในร้านเบอร์ทีส์ บรีว์ ร้อนจัดพร้อมเสิร์ฟ ขณะที่เจ้าของร้านนั่งอยู่มุมลับ ตีตารางใหม่ด้วยรอยยิ้มกว้างกว่าที่เคย
นิยาย ปริศนาฆาตกรรมยามน้ำชา บทสุดท้าย
หกเดือนผ่านไปเร็วราวกับชาเอิร์ลเกรย์ที่เดือดปุด ๆ ในกาน้ำทองแดงของเบอร์ตี้ ร้านเบอร์ทีส์ บรีว์ ยังคงคึกคักเหมือนเคย ลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นเสียด้วยซ้ำ เพราะข่าวลือว่า “เจ้าของร้านแก้ปริศนาเก่งกว่าตำรวจ” แพร่ไปทั่วทีวูดกรีน แมรี่เคยบ่นตอนแรก ๆ ว่า “เดี๋ยวคนก็มาถามคดีแทนสั่งชา” แต่สุดท้ายเธอก็ยอม เพราะเห็นสามีมีความสุขกว่าที่เคย รอยยิ้มของเบอร์ตี้กว้างขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะตอนค่ำที่เขานั่งมุมลับกับ Murdle Volume 2
เล่มใหม่ยากกว่าที่คิด คดีแรก ๆ ยังพอไหว แต่พอถึงคดีระดับ “ยากสุดขีด” เบอร์ตี้ต้องตีตารางใหญ่จนกระดาษห่อขนมเก่าหมดไปสองม้วน เขาพึมพำคนเดียวบ่อย ๆ “อาวุธนี้ต้องจับคู่กับสถานที่นั้นแน่ ๆ แต่ alibi ของตัวละครนี้มันขัดกันยังไงนะ” แมรี่เดินผ่านทีไรก็แอบยิ้ม “อย่าลืมกินข้าวนะคะ นักสืบ”
ฤดูใบไม้ผลิปี 1930 มาถึงพร้อมข่าวใหญ่ ขุนนางใหม่ชื่อ “เซอร์อาร์เธอร์ เฮนรี” เพิ่งย้ายมาอยู่คฤหาสน์เก่าที่เคยเป็นของลอร์ดชาร์ลส์ เขาเป็นนักสะสมของเก่า ชอบซื้อเครื่องเงิน โถเครื่องลายคราม และภาพวาดโบราณจากทั่วอังกฤษ ชาวบ้านชอบเขาเพราะใจกว้าง ชอบแจกขนมให้เด็ก ๆ และสั่งชาร้อน ๆ จากร้านเบอร์ตี้ทุกบ่าย
วันหนึ่ง เซอร์อาร์เธอร์เดินเข้าร้านด้วยสีหน้าตื่นเต้น “คุณบัตเตอร์ ผมมีเรื่องอยากปรึกษา” เขาพูดเสียงเบา “ของมีค่าหายจากคฤหาสน์ผม โถเงินโบราณสมัยวิคตอเรียน หายไปจากตู้โชว์ในห้องสมุด ไม่มีร่องรอยงัดแงะ ประตูหน้าต่างล็อกหมด”
เบอร์ตี้ตาโต “หายยังไงครับ”
“เมื่อคืนผมจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ มีแขกห้าคนมา ทุกคนเป็นเพื่อนเก่า แต่เช้ามาโถหายไปไหนไม่รู้”
เบอร์ตี้หัวใจเต้นแรง นี่มันเหมือนคดีใน Murdle Volume 2 เลย คดีที่ 76 “ฮาเฮฮอลลีวูด!” ที่มีงานปาร์ตี้แล้วของหาย เขายิ้มกว้าง “ผมช่วยได้ครับ เซอร์อาร์เธอร์”
ข่าวแพร่ไปเร็ว ชาวบ้านฮือฮา “นักสืบชาเย็นกลับมาแล้ว” เด็ก ๆ วิ่งตามเบอร์ตี้ไปคฤหาสน์ คุณนายสมิธแซว “คราวนี้อย่าบอกว่าคนตายเพราะแพ้ถั่วอีกนะคะ”
เบอร์ตี้เริ่มสืบอย่างจริงจัง เขาจดชื่อแขกทั้ง 5 คน:
เลดี้อลิซ เพื่อนสมัยเด็กของเซอร์อาร์เธอร์ ชอบยืมเงินบ่อย ๆ
นายเฮนรี โบร๊ค นักธุรกิจที่เคยขาดทุนเพราะลงทุนกับเซอร์อาร์เธอร์
มิสโรสแมรี หลานสาวที่หวังมรดก
นายวิลเลียม คนสวนที่เพิ่งถูกดุเพราะตัดกุหลาบผิด
และนายจอร์จ เพื่อนนักสะสมที่เคยทะเลาะเรื่องราคาของเก่า
สถานที่ในคฤหาสน์: ห้องสมุด, ห้องอาหาร, สวนหลังบ้าน, ห้องนอนชั้นบน, โรงรถ
เบอร์ตี้ถามทุกคนทีละคน จด alibi และความสัมพันธ์ เขานั่งในร้านชาค่ำนั้น ตีตารางใหญ่บนกระดาษสีน้ำตาล เงื่อนงำที่ได้มา:
เลดี้อลิซอยู่ห้องอาหารตลอดคืน มีคนเห็น
นายโบร๊คออกไปสูบบุหรี่ในสวนช่วงสั้น ๆ
มิสโรสแมรีขึ้นห้องนอนเร็วเพราะปวดหัว
นายวิลเลียมเก็บของในโรงรถตอนงานเลี้ยงจบ
นายจอร์จอยู่ห้องสมุดกับเซอร์อาร์เธอร์นานที่สุด
เบอร์ตี้ขีดฆ่าไปมา สรุปว่านายจอร์จต้องสงสัยที่สุด เขามีเวลาในห้องสมุด โมทีฟชัดเรื่องทะเลาะราคา และอาจซ่อนโถในกระเป๋าเสื้อโค้ตใหญ่ ๆ ได้
วันต่อมา เบอร์ตี้เดินไปหาเซอร์อาร์เธอร์ด้วยความมั่นใจ “ผมรู้แล้วครับว่าใครเอาโถไป”
เซอร์อาร์เธอร์พยักหน้า “ใครครับ”
“นายจอร์จ เพื่อนนักสะสมของท่าน เขามีทั้งโอกาสและเหตุจูงใจ”
เซอร์อาร์เธอร์ยิ้มแปลก ๆ “งั้นเรารอตำรวจมาจับกัน”
แต่ก่อนตำรวจมาถึง นายวิลเลียม คนสวน เดินเข้ามาในคฤหาสน์ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เขาถือโถเงินใบนั้นไว้ในมือ “ผมเจอมันครับ ในพุ่มกุหลาบหลังบ้าน ผมตัดแต่งกุหลาบเช้านี้เลยเจอ”
ทุกคนงง เบอร์ตี้ยิ่งงงกว่า โถเงินวางอยู่ในพุ่มกุหลาบแบบไม่ซ่อนเลย ราวกับใครตั้งใจทิ้งไว้
เซอร์อาร์เธอร์หัวเราะออกมา “โอ้พระเจ้า ผมลืมไปเลย ผมเมาเมื่อคืน หลังแขกกลับ ผมหยิบโถมาดูเล่น ๆ แล้วเดินออกไปสูดอากาศในสวน ลมแรงโถหลุดมือตกพุ่มกุหลาบ ผมหาจนเหนื่อยเลยคิดว่าหายไปจริง ๆ”
ทุกคนหัวเราะกลบเกลื่อน เบอร์ตี้หน้าแดงก่ำ “อีกแล้วเหรอครับ”
ข่าวแพร่ไปทั่วหมู่บ้านรอบสอง “นักสืบชาเย็นเจอคดีปลอมอีกแล้ว” เด็ก ๆ ร้องเพลงแซว คุณนายสมิธสั่งชาแล้วพูด “วันนี้มีโถเงินในชาไหมคะ” แมรี่หัวเราะจนน้ำตาไหล “เบอร์ตี้คะ ชีวิตจริงมันไม่เหมือนในหนังสือจริง ๆ นะคะ”
เบอร์ตี้เขินจนอยากซุกตัวในกาน้ำชา แต่เขายังแอบแก้ Murdle Volume 2 ต่อทุกคืน “อย่างน้อยในเล่มนี้ ของหายยังหายจริง ๆ”
ฤดูร้อนมาถึง วันหนึ่ง พัสดุสีน้ำตาลใบใหญ่มาอีกครั้ง เบอร์ตี้เปิดดูด้วยความตื่นเต้น ข้างในไม่ใช่หนังสือ แต่เป็นจดหมายยาวจาก G.T. Karber และตั๋วรถไฟไปลอนดอน
จดหมายเขียนว่า:
“ถึงคุณเบอร์ตี้ บัตเตอร์
ผมได้ยินเรื่องราวของคุณเพิ่มเติมจากเพื่อนในอังกฤษ คุณแก้ Volume 2 ได้เร็วมากจนสำนักพิมพ์ตกใจ และเรื่องที่คุณพยายามแก้คดีในหมู่บ้านจริง ๆ ทำให้ผมหัวเราะจนท้องแข็ง ผมอยากเชิญคุณมาลอนดอน เพื่อคุยกันตัวต่อตัว ผมมีเรื่องเซอร์ไพรส์เกี่ยวกับลุงของคุณ
ผมรออยู่ที่โรงแรมคลาริดจ์ส สัปดาห์หน้า
ด้วยความเคารพ
G.T. Karber”
เบอร์ตี้ตื่นเต้นจนมือสั่น แมรี่เห็นจดหมายก็ยิ้ม “ไปสิคะ ฉันดูร้านเอง”
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เบอร์ตี้แต่งตัวหล่อที่สุดเท่าที่เคย นั่งรถไฟไปลอนดอนครั้งแรกในชีวิต เขาเดินเข้าโรงแรมคลาริดจ์สด้วยหัวใจเต้นแรง แล้วเห็นชายหนุ่มผมสีน้ำตาลยืนรออยู่ G.T. Karber ตัวจริง ยิ้มกว้างเท่ากัน
ทั้งคู่คุยกันยาวจนค่ำ Karber เล่าเรื่องการแต่ง Murdle ว่าได้แรงบันดาลใจจากจดหมายเก่าของลุงเบอร์ตี้จริง ๆ ที่เคยเขียนเล่าเรื่องชาวบ้านให้ฟังสมัยหนุ่ม ๆ
“แต่ที่เซอร์ไพรส์จริง ๆ คือ” Karber พูดเสียงเบา “ลุงของคุณไม่ได้เสียชีวิตเมื่อสิบปีก่อนอย่างที่ทุกคนคิด”
เบอร์ตี้ตาโต “อะไรนะครับ”
Karber ยิ้ม “ท่านย้ายไปอเมริกาเงียบ ๆ เพราะหนี้สินเล็กน้อย ท่านเปลี่ยนชื่อและเริ่มชีวิตใหม่ ท่านคือคนที่เล่าเรื่องให้ผมฟัง ท่านตามข่าวคุณมาตลอด และอยากเจอหลานชายที่ชอบแก้ปริศนาเหมือนกัน”
ประตูห้องเปิดออก ชายชราผมขาวเดินเข้ามา รอยยิ้มคุ้นเคยจนเบอร์ตี้จำได้ทันที “ลุงเบอร์ตี้!” เขาร้อง
ทั้งคู่กอดกันน้ำตาไหล Karber หัวเราะ “ท่านบอกผมว่า ถ้าหลานแก้ Volume 1 และ 2 ได้หมด ท่านจะกลับมาเจอ”
ลุงเล่าเรื่องเก่า ๆ ว่าชอบแก้ปริศนาตั้งแต่หนุ่ม และเรื่องชาวบ้านทีวูดกรีนที่เคยเล่าให้ Karber ฟังกลายเป็นคดีในหนังสือจริง ๆ
เบอร์ตี้หัวเราะจนท้องแข็ง “ผมแก้คดีจริงในหมู่บ้านมาตลอด แต่ดันเจอแต่เรื่องตลก ๆ”
ลุงตบไหล่ “ชีวิตจริงมันตลกกว่าปริศนาในกระดาษเสมอหลานเอ๋ย”
หนึ่งเดือนต่อมา ลุงย้ายกลับมาอยู่ทีวูดกรีน เปิดร้านชาเล็ก ๆ ข้างร้านเบอร์ตี้ ชื่อ “เบอร์ตี้ส์ บรูว์ ทู” ชาวบ้านฮือฮา เด็ก ๆ ได้ขนมฟรีสองร้าน แมรี่หัวเราะทุกวัน “บ้านเรามีนักสืบสองคนแล้ว”
เบอร์ตี้ยังแก้ปริศนาใน Murdle ทุกคืน แต่ตอนนี้มีลุงนั่งข้าง ๆ ตีตารางด้วยกัน บางคืนทั้งคู่หัวเราะจนร้านสั่น เพราะคดีในเล่มยากเกินไป หรือบางคืนก็แซวกันว่าชีวิตจริงตลกกว่า
และในทุกบ่าย ถ้วยชาในทีวูดกรีนยังคงร้อนจัด ชาวบ้านยกถ้วยขึ้นพร้อมกันราวกับมีนาฬิกาลึกลับบอกเวลา แต่คราวนี้มีเสียงหัวเราะดังตามมาเสมอ
เพราะในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ ปริศนาที่แท้จริงไม่ใช่ใครฆ่าใคร แต่คือการใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน แม้จะมีโถเงินตกพุ่มกุหลาบบ้าง หรือคนตายเพราะแพ้ถั่วบ้าง ก็ตาม
และเบอร์ตี้ บัตเตอร์ รู้ดีว่า ชาร้อนหนึ่งถ้วย กับปริศนาดี ๆ หนึ่งเล่ม บวกครอบครัวที่เข้าใจ ก็เพียงพอสำหรับชีวิตที่สมบูรณ์แบบแล้ว

