ถ้าพูดถึงการเล่นเกมบน PS5 สิ่งที่ทำให้ประสบการณ์มันส์ขึ้นแบบสุด ๆ ก็คือ DualSense Wireless Controller หรือจอยไร้สายตัวเทพจาก Sony นี่แหละครับ ไม่ใช่แค่ดีไซน์สวยล้ำ แต่ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์ที่ทำให้คุณ “อิน” ไปกับเกมมากกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นแรงสั่นสะเทือนที่สมจริง เอฟเฟกต์ทริกเกอร์ที่ปรับแรงต้านได้ ไปจนถึงไมโครโฟนในตัวที่พร้อมให้คุณแชทกับเพื่อน ๆ ได้ทันที
ลองนึกภาพตอนคุณกำลังดึงคันธนูในเกม แล้วจอยมันส่งแรงต้านกลับมาเหมือนจริง หรือเวลาขับรถแล้วเหยียบเบรกแรง ๆ จอยก็จะตอบสนองตามสถานการณ์ นี่แหละครับคือความเหนือระดับของ DualSense ที่ทำให้ทุกการเล่นเกมไม่ใช่แค่ “เล่น” แต่เป็นการ “สัมผัส” โลกในเกมจริง ๆ
Haptic Feedback: ระบบสั่นที่สมจริงกว่าเดิม จำลองได้ทั้งแรงถีบของอาวุธหรือบรรยากาศรอบตัว
Adaptive Trigger: ทริกเกอร์ที่ปรับแรงต้านได้ ให้ความรู้สึกเหมือนจับอุปกรณ์จริง ๆ
ไมโครโฟนในตัว + ช่องหูฟัง 3.5 มม.: แชทกับเพื่อนง่าย ๆ หรือเสียบหูฟังเพิ่มก็ได้
ปุ่ม Create: บันทึก แชร์ หรือสตรีมโมเมนต์สุดมันส์ได้ทันที
แบตเตอรี่ในตัว + USB Type-C: ชาร์จง่าย เล่นต่อเนื่อง
ลำโพงในตัว: เพิ่มมิติใหม่ให้กับเกมที่รองรับ
ทั้งหมดนี้มาในแพ็กเกจเดียว พร้อม ประกันศูนย์ Sony ไทย 1 ปีเต็ม มั่นใจได้เลยว่าของแท้แน่นอน
ถ้าคุณอยากสัมผัสการเล่นเกมที่ “อิน” กว่าที่เคย DualSense Wireless Controller คือคำตอบที่ใช่จริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นคนเดียวหรือเล่นกับเพื่อน จอยตัวนี้จะทำให้ทุกโมเมนต์ในเกมมีชีวิตชีวาและสมจริงสุด ๆ และที่สำคัญ ซื้อแล้วสบายใจได้เพราะมีประกันศูนย์ Sony ไทยรองรับเต็มปี
คอนโทรลเลอร์ไร้สาย DualSense PS5 จอยไร้สาย ตัวแรง ที่ทำให้การเล่นเกมสนุกขึ้น จอยแท้จาก Sony ไทย ประกันศูนย์ไทย 1 ปีเต็ม
🙂 PlayStation PS5 DualSense Wireless Controller ประกันศูนย์ Sony ไทย 1 ปี
PlayStation PS5 DualSense Wireless Controller ประกันศูนย์ Sony ไทย 1 ปี
DualSense Wireless Controller สำหรับ PS5 คอนโทรลเลอร์ที่ทำให้เกมมีชีวิตชีวา PlayStation PS5 DualSense Wireless Controller คือคอนโทรลเลอร์ไร้สายที่ Sony พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับเครื่อง PlayStation 5 เพื่อยกระดับการเล่นเกมให้สมจริงและดื่มด่ำมากขึ้น สินค้ามีประกันศูนย์ Sony ประเทศไทยนาน 1 ปีเต็ม ซึ่งครอบคลุมการซ่อมบำรุงและบริการหลังการขายจากผู้ผลิตโดยตรง ทำให้ผู้ใช้สบายใจเรื่องคุณภาพและความทนทาน
ตัวคอนโทรลเลอร์มีดีไซน์ที่โดดเด่นจากรุ่นก่อนๆ ด้วยรูปทรงที่ทันสมัย วัสดุคุณภาพสูง และฟังก์ชันที่ตอบสนองต่อการเล่นเกมได้อย่างมีชีวิตชีวา มันเชื่อมต่อกับ PS5 ได้แบบไร้สายอย่างรวดเร็วและเสถียร หรือจะใช้สาย USB Type-C ก็ได้ตามความสะดวก
สีสันที่ให้เลือกมีหลายโทน ไม่ว่าจะเป็น White ขาวสะอาดตา, Midnight Black ดำเท่หรู, Cosmic Red แดงสดใส, Starlight Blue ฟ้าสดใส, Nova Pink ชมพูหวาน, Galactic Purple ม่วงจักรวาล, Grey Camouflage ลายพราง, Volcanic Red แดงภูเขาไฟ, Cobalt Blue น้ำเงินเข้ม, Sterling Silver เงินแวววาว, Chroma Indigo, Chroma Pearl หรือ Chroma Teal ซึ่งแต่ละสีช่วยให้เข้ากับสไตล์การตั้งเครื่องและรสนิยมส่วนตัวได้ลงตัว
DualSense ไม่ใช่แค่จอยควบคุม แต่เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในเกมจริงๆ ไม่ว่าจะเล่นแนวแอคชั่น ผจญภัย แข่งรถ หรือออนไลน์กับเพื่อนๆ มันเหมาะกับทุกคนที่อยากอัพเกรดประสบการณ์ PS5 ให้เต็มประสิทธิภาพ
ความพิเศษของ DualSense Wireless Controller สำหรับ PS5 คอนโทรลเลอร์ที่ทำให้เกมมีชีวิตชีวา
👉 การตอบสนองแบบสัมผัส การตอบสนองแบบสัมผัสหรือ haptic feedback ใน DualSense ใช้มอเตอร์สั่นคู่แบบ voice coil actuators แทนระบบสั่นแบบเดิมๆ ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนที่ซับซ้อนและสมจริงในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน มอเตอร์ทั้งสองข้างทำงานแยกกันได้ จึงรู้สึกถึงทิศทางและความแตกต่างของแรงกระแทกได้ชัดเจน เช่น การเดินบนพื้นทรายจะรู้สึกเม็ดทรายกระทบมือเบาๆ ขณะที่เดินบนหินกรวดจะสั่นขรุขระแรงกว่า
เมื่อขับรถลุยโคลนจะมีแรงปะทะแบบหนืดๆ ต่อเนื่อง หรือยิงปืนแต่ละชนิดจะให้แรงถีบกลับที่แตกต่างกันจริงๆ เทคโนโลยีนี้จำลองสภาพแวดล้อมได้หลากหลาย ตั้งแต่ฝนตก หิมะโปรย ระเบิดใกล้ๆ ไปจนถึงพื้นผิวต่างๆ ในเกมที่รองรับ เช่น Astro’s Playroom หรือ Gran Turismo ผู้เล่นจะไม่รู้สึกแค่สั่นทั่วไป แต่เหมือนได้สัมผัสเหตุการณ์นั้นๆ ด้วยมือจริงๆ
ซึ่งช่วยเพิ่มความอินและความเข้าใจเกมได้ลึกซึ้งขึ้น ผู้เล่นสามารถเล่นนานโดยไม่เบื่อเพราะทุกการเคลื่อนไหวมี feedback ที่ตอบสนองทันทีและมีชีวิตชีวา มันเปลี่ยนการเล่นเกมจากแค่ภาพและเสียงมาเป็นประสบการณ์ที่ครบทุกประสาทสัมผัสอย่างแท้จริง
👉 ทริกเกอร์แบบปรับเปลี่ยนได้ ทริกเกอร์ L2 และ R2 บน DualSense มีระบบ adaptive triggers ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากับเกียร์หนอนเพื่อควบคุมแรงต้านและระยะการกดแบบเรียลไทม์ตามสถานการณ์ในเกม เมื่อดึงสายธนูจะรู้สึกถึงความตึงที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนเปรี๊ยะเหมือนจริง หรือเหยียบเบรกในรถแข่งจะมีแรงต้านที่หนักขึ้นตามความเร็วและสภาพถนน
ปืนแต่ละกระบอกมีน้ำหนักการลั่นไกต่างกัน ทำให้รู้สึกเหมือนถืออาวุธจริงๆ ระบบนี้ตอบสนองกับการโต้ตอบทุกอย่างในเกม ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือ ขับยานพาหนะ หรือต่อสู้กับศัตรู ผู้เล่นจะควบคุมได้แม่นยำและรู้สึกมีส่วนร่วมสูง เพราะนิ้วสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของแรงกดทันที
มันช่วยสร้างมิติใหม่ให้กับเกมแนวยิงปืน ผจญภัย หรือแข่งรถที่รองรับ โดยเฉพาะเกมจาก Sony Studios ที่นำฟีเจอร์นี้ไปใช้เต็มประสิทธิภาพ ผลลัพธ์คือการเล่นที่สนุกสนาน ท้าทาย และใกล้เคียงชีวิตจริงมากขึ้น ผู้เล่นมือใหม่ก็ควบคุมได้ง่ายขึ้น ขณะที่มือโปรจะได้เปรียบจากความละเอียดของการตอบสนอง
👉 ไมโครโฟนในตัวและช่องต่อชุดหูฟัง DualSense มีไมโครโฟนอาร์เรย์คุณภาพสูงติดตั้งในตัว ช่วยให้พูดคุยกับเพื่อนออนไลน์ได้ทันทีโดยไม่ต้องหาอุปกรณ์เพิ่ม มีปุ่มปิดเสียงเฉพาะที่กดง่ายเพื่อความเป็นส่วนตัวเมื่อต้องการเงียบ ช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มม. รองรับหูฟังเกมมิ่งมาตรฐาน ทำให้เสียงเกมและเสียงแชทชัดเจนสมดุลกัน
ระบบนี้เหมาะกับเกม multiplayer ที่ต้องสื่อสารกันตลอดเวลา เช่น การประสานงานในทีมหรือคุยกลยุทธ์ ผู้เล่นสามารถเปิดไมค์ได้ตลอดหรือปิดเร็วๆ เมื่อมีคนอื่นในห้อง ไมโครโฟนรับเสียงชัดแม้ในห้องที่มีเสียงพื้นหลัง ทำให้การแชทสะดวกและเป็นธรรมชาติ
ลำโพงในตัวยังช่วยถ่ายทอดเอฟเฟกต์เสียงบางอย่างจากเกมออกมาใกล้มือ เช่น เสียงบทสนทนาของตัวละครหลักหรือเสียงเตือนใกล้ๆ ซึ่งเพิ่มความ immersive ให้อีกชั้น ฟีเจอร์ทั้งหมดนี้ทำให้การเล่นเกมออนไลน์สนุกและง่ายขึ้นโดยไม่ต้องยุ่งยากกับการตั้งค่าอุปกรณ์ภายนอก
👉 ปุ่มครีเอท ปุ่ม Create บน DualSense พัฒนามาจากปุ่ม Share ในรุ่นเก่า แต่ให้ทางเลือกมากขึ้นในการผลิตและแชร์เนื้อหาเกม กดปุ่มเดียวก็บันทึกคลิปวิดีโอ ภาพหน้าจอ หรือเริ่มถ่ายทอดสดได้ทันที ผู้เล่นสามารถเลือกช่วงเวลาที่ต้องการตัดต่อ แชร์โมเมนต์สุดยอด หรือสร้างคลิปไฮไลต์ได้อย่างรวดเร็ว ฟีเจอร์นี้ช่วยให้เกมเมอร์กลายเป็นครีเอเตอร์ได้ง่าย
ไม่ว่าจะอัปโหลดลงโซเชียล แชร์ในชุมชน หรือเก็บไว้ดูย้อนหลัง มันเปิดโอกาสให้ทุกคนเล่าเรื่องราวการผจญภัยของตัวเองให้โลกได้รับรู้ โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมตัดต่อซับซ้อน ปุ่มนี้ยังมีโหมดสร้างสรรค์ที่ช่วยปรับแต่งการบันทึกให้เหมาะกับสไตล์ เช่น การถ่ายภาพโหมด หรือการรีเพลย์ช่วงสำคัญ ซึ่งเหมาะกับทั้งผู้เล่นทั่วไปและสตรีมเมอร์ที่อยากสร้างเนื้อหาคุณภาพ ผลลัพธ์คือการเล่นเกมที่ไม่จบแค่ตัวเองแต่ขยายไปสู่การแบ่งปันและเชื่อมต่อกับชุมชนได้กว้างขึ้น
👉 แบตเตอรี่ในตัวและลำโพงในตัว DualSense มีแบตเตอรี่ในตัวที่ชาร์จผ่าน USB Type-C ได้รวดเร็วและเล่นต่อเนื่องได้ยาวนาน ลำโพงในตัวช่วยให้เสียงเอฟเฟกต์บางอย่างในเกมดังออกมาจากคอนโทรลเลอร์โดยตรง เช่น เสียงฝนตกหรือเสียงเครื่องยนต์ใกล้ๆ ซึ่งเพิ่มความสมจริงอีกมิติหนึ่ง การชาร์จแบบนี้สะดวกเพราะเล่นไปชาร์จไปได้โดยไม่ต้องถอดแบต
ผู้เล่นจึงไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดกลางเกม ลำโพงยังช่วยให้ได้ยินเสียงละเอียดที่อาจไม่ชัดจากทีวี ทำให้รู้สึกถึงบรรยากาศเกมใกล้ตัวมากขึ้น ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยให้การใช้งานยืดหยุ่นและต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเล่นคนเดียวหรือกับเพื่อน ระบบจัดการพลังงานยังช่วยประหยัดแบตเมื่อไม่ใช้งาน ทำให้คอนโทรลเลอร์พร้อมเล่นทุกเมื่อ
จุดเด่นของ DualSense Wireless Controller สำหรับ PS5 คอนโทรลเลอร์ที่ทำให้เกมมีชีวิตชีวา
✔ การออกแบบที่ถนัดมือและทนทาน DualSense มีรูปทรงที่ได้รับการพัฒนาให้จับถือสบายมือเป็นพิเศษ ด้วยกริปด้านในที่มีพื้นผิวกันลื่นและน้ำหนักที่กระจายตัวสมดุล ทำให้เล่นเกมต่อเนื่องหลายชั่วโมงโดยไม่เมื่อยล้าง่าย วัสดุพลาสติกคุณภาพสูงจาก Sony ทนต่อการใช้งานหนักๆ ไม่แตกหักง่ายและไม่เหลืองไวแม้ใช้ไปนานๆ
ปุ่มและแอนะล็อกสติ๊กถูกจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะกับนิ้วมือตามธรรมชาติของผู้เล่นทุกวัยและทุกขนาดมือ ทำให้ควบคุมได้คล่องตัวและแม่นยำ ดีไซน์โดยรวมดูพรีเมี่ยม ทันสมัย และเข้ากับห้องนั่งเล่นยุคใหม่โดยไม่ดูเกะกะ การออกแบบนี้จึงเหมาะกับทั้งเกมเมอร์มืออาชีพและมือใหม่ที่อยากเล่นนานๆ โดยไม่รู้สึกอึดอัด
✔ ตัวเลือกสีสันที่หลากหลายเพื่อ personalize DualSense มีสีให้เลือกมากถึงสิบโทน ตั้งแต่สีพื้นฐานคลาสสิกอย่างขาวและดำ ไปจนถึงสีสดใสอย่างแดง ฟ้า ชมพู และสีพิเศษอย่างลายพรางหรือโทนโครม่าแวววาว ผู้เล่นสามารถเลือกสีที่ตรงกับบุคลิกภาพหรือเข้ากับธีมเครื่อง PS5 ได้อย่างลงตัว ทำให้คอนโทรลเลอร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งโต๊ะเกม ไม่ใช่แค่อุปกรณ์ใช้งานธรรมดา
การมีสีหลากหลายยังช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกเป็นเจ้าของที่พิเศษและสนุกกับการเปลี่ยนสีตามอารมณ์หรือฤดูกาล สีแต่ละโทนยังถูกออกแบบให้ดูพรีเมี่ยมและคงความสวยได้นาน ไม่ซีดจางง่าย สิ่งนี้ทำให้ DualSense เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์คนที่ชอบความหลากหลายและอยากให้เซ็ตอัพเกมของตัวเองดูมีสไตล์
✔ การรับประกันศูนย์ Sony ไทยที่น่าเชื่อถือ ประกันศูนย์ Sony ประเทศไทย 1 ปีเต็มมอบความมั่นใจสูงสุดเพราะบริการจากผู้ผลิตโดยตรง หากเกิดปัญหาเรื่องฮาร์ดแวร์หรือฟังก์ชันใดๆ ผู้ใช้สามารถนำไปที่ศูนย์บริการที่กระจายอยู่ทั่วประเทศได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในช่วงประกัน ทีมงานเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมจาก Sony โดยตรง
จึงซ่อมได้ตรงจุดและใช้ชิ้นส่วนแท้ 100% การมีประกันศูนย์ไทยยังหมายถึงการสนับสนุนภาษาไทยและขั้นตอนที่ง่าย ไม่ต้องส่งไปต่างประเทศ การันตีคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ทำให้ผู้ซื้อรู้สึกปลอดภัยและคุ้มค่ากับการลงทุนระยะยาว
✔ ความสะดวกสบายในการใช้งานและเชื่อมต่อ DualSense เชื่อมต่อกับ PS5 ได้อย่างรวดเร็วและเสถียร ไม่มีดีเลย์หรือตัดกลางคันแม้เล่นไกลจากเครื่อง ระบบไร้สายช่วยให้เคลื่อนไหวได้อิสระโดยไม่ติดสายรบกวน การตั้งค่าต่างๆ บนเครื่อง PS5 ทำได้ง่ายผ่านเมนูผู้ใช้ที่เข้าใจง่าย ปุ่มต่างๆ บนตัวจอยถูกออกแบบให้กดสบายและตอบสนองไว
การชาร์จผ่าน USB Type-C ยังใช้สายเดียวกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้ ทำให้ไม่ต้องหาสายพิเศษ ฟีเจอร์เหล่านี้รวมกันแล้วทำให้ผู้เล่นทุกคนใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเรียนรู้ซับซ้อน เหมาะกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่สลับกันเล่นกันได้สะดวก
DualSense Wireless Controller สำหรับ PS5 จึงเป็นมากกว่าอุปกรณ์เสริม มันคือกุญแจสำคัญที่ปลดล็อกโลกเกมให้สมจริงและสนุกสนานยิ่งกว่าที่เคย หากคุณกำลังมองหาวิธีอัพเกรดประสบการณ์ PlayStation 5 ให้เต็มที่ ตัวนี้คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดและคุ้มค่าที่สุดในทุกด้าน
ข้อมูลสเปก PlayStation PS5 DualSense Wireless Controller ประกันศูนย์ Sony ไทย 1 ปี
คุณสมบัติ
รายละเอียด
ชื่อสินค้า
PlayStation PS5 DualSense Wireless Controller
แบรนด์
Sony Interactive Entertainment (PlayStation)
รุ่น
CFI-ZCT1
ประเภทอุปกรณ์
คอนโทรลเลอร์ไร้สายสำหรับเกม (Wireless Game Controller)
แพลตฟอร์มที่รองรับ
PlayStation 5 (และรองรับ PC, Mac, Mobile บางเกม)
การเชื่อมต่อ
ไร้สาย Bluetooth 5.1 และเชื่อมต่อแบบมีสายผ่าน USB Type-C
มิติขนาด
ประมาณ 160 × 66 × 106 มม. (กว้าง × สูง × ลึก)
น้ำหนัก
ประมาณ 280 กรัม
แบตเตอรี่
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในตัว ความจุ 1,560 mAh ชาร์จผ่าน USB Type-C
การตอบสนองสัมผัส
Haptic Feedback ด้วยมอเตอร์สั่นคู่แบบไดนามิก (จำลองสภาพแวดล้อมและแรงกระแทก)
ทริกเกอร์
Adaptive Triggers (ปรับแรงต้านตามสถานการณ์ในเกม)
ไมโครโฟน
ไมโครโฟนอาร์เรย์ในตัว พร้อมปุ่มปิดเสียง
ช่องต่อหูฟัง
ช่องหูฟังมาตรฐาน 3.5 มม.
ลำโพง
ลำโพงโมโนในตัว
ปุ่มพิเศษ
ปุ่ม Create, ปุ่ม Mute, Touch Pad แบบ capacitive คลิกได้
เซ็นเซอร์
มอเตอร์สั่นหกแกน (Three-axis gyroscope + Three-axis accelerometer)
สีที่วางจำหน่าย
White (ขาว), Midnight Black (ดำ), Cosmic Red (แดง), Starlight Blue (ฟ้า), Nova Pink (ชมพู), Galactic Purple (ม่วง), Grey Camouflage (ลายพราง), Volcanic Red, Cobalt Blue, Sterling Silver (เงิน), Chroma Indigo, Chroma Pearl, Chroma Teal
ระยะเวลาการรับประกัน
12 เดือน
ประเภทการรับประกัน
ประกันศูนย์ Sony ประเทศไทย (ประกันจากผู้ผลิต)
อุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกัน
PlayStation 5
PlayStation PS5 DualSense Wireless Controller ประกันศูนย์ Sony ไทย 1 ปีร้านแนะนำ
🙂 PlayStation 5 DualSense Wireless Controller Joy PS5 จอย PS 5 คอนโทรลเลอร์ไร้สาย จอยแท้ (ประกันศูนย์โซนี่ไทย)
PlayStation 5 DualSense Wireless Controller Joy PS5 จอย PS 5 คอนโทรลเลอร์ไร้สาย จอยแท้ (ประกันศูนย์โซนี่ไทย)
PlayStation 5 DualSense Wireless Controller คอนโทรลเลอร์ที่ปลุกประสาทสัมผัสในเกม PlayStation 5 DualSense Wireless Controller หรือที่เรียกกันติดปากว่า Joy PS5 คอนโทรลเลอร์ไร้สาย จอยแท้ประกันศูนย์ Sony ไทย คืออุปกรณ์เสริมสำหรับเครื่อง PlayStation 5 ที่ Sony พัฒนาขึ้นมาเพื่อยกระดับการเล่นเกมให้สมจริงและดื่มด่ำในทุกมิติ สินค้านี้เป็นจอยแท้ 100% จากโรงงาน มีประกันศูนย์ Sony ประเทศไทยเต็ม 1 ปี ครอบคลุมการซ่อมบำรุงและบริการหลังการขายจากผู้ผลิตโดยตรง ทำให้ผู้ใช้มั่นใจในคุณภาพและความทนทานยาวนาน
คอนโทรลเลอร์รุ่นนี้ถูกออกแบบด้วยแนวคิด “สัมผัส Senses อย่างเหนือระดับ” โดยรวมเทคโนโลยีการตอบสนองแบบสัมผัส ทริกเกอร์แบบไดนามิก ไมโครโฟนในตัว และฟังก์ชันอื่นๆ เข้าไว้ในดีไซน์ที่ทันสมัยและถนัดมือ การเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth 5.1 ทำงานเสถียรและรวดเร็ว หรือจะใช้สาย USB Type-C ก็ได้ตามความสะดวก
สีที่วางจำหน่ายมีให้เลือกหลากหลายและอัพเดทใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้ง PS5 DUALSENSE White ขาว, Midnight Black ดำ, Cosmic Red แดง, Volcanic Red แดงภูเขาไฟใหม่, Grey Camouflage เทาลายทหาร, Chroma Teal เขียวมุก, Chroma Indigo สีคราม Chroma, Chroma Pearl สีไข่มุก Chroma, Galactic Purple ม่วงจักรวาล, Nova Pink ชมพู, Cobalt Blue น้ำเงินเข้ม, Sterling Silver เงิน และรุ่นพิเศษ ASTRO BOT™ Joyful Limited Edition แต่ละสีถูกออกแบบมาให้ดูพรีเมี่ยม มีเอกลักษณ์ และเข้ากับธีมเครื่อง PS5 ได้ลงตัว ทำให้คอนโทรลเลอร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งโต๊ะเกมอย่างสวยงาม
DualSense เหมาะกับทุกแนวเกม ไม่ว่าจะแอคชั่น ผจญภัย แข่งรถ หรือเล่นออนไลน์กับเพื่อน ช่วยให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในโลกของเกมจริงๆ และพร้อมยกระดับประสบการณ์ PS5 ให้เต็มประสิทธิภาพสูงสุด
ความพิเศษของ PlayStation 5 DualSense Wireless Controller คอนโทรลเลอร์ที่ปลุกประสาทสัมผัสในเกม
👉 การตอบสนองแบบสัมผัส การตอบสนองแบบสัมผัสของ DualSense ใช้มอเตอร์สั่นคู่แบบไดนามิกที่ทันสมัยแทนที่ระบบสั่นแบบเก่า มอเตอร์ทั้งสองข้างสามารถทำงานแยกกันได้อย่างอิสระ ทำให้ผู้เล่นรู้สึกถึงทิศทาง ความแรง และลักษณะของการสั่นที่แตกต่างกันตามสถานการณ์ในเกมจริงๆ เช่น เดินบนพื้นหญ้าจะสั่นเบาๆ นุ่มนวล
ขณะที่ยิงปืนจะรู้สึกถึงแรงถีบกลับที่สมจริง หรือขับรถลุยฝนจะรู้สึกถึงเม็ดฝนกระทบและพื้นผิวถนนที่เปียกแฉะ เทคโนโลยีนี้สามารถจำลองได้ตั้งแต่แรงกระแทกเบาๆ ไปจนถึงการระเบิดรุนแรง ช่วยให้เกมเมอร์รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในโลกของเกมอย่างแท้จริง เกมที่รองรับดีที่สุดคือเกมจาก Sony Studios เช่น God of War, Spider-Man, Gran Turismo หรือ Astro’s Playroom ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ฟีเจอร์นี้เต็มประสิทธิภาพ
การสั่นที่ละเอียดและมีมิตินี้ทำให้การเล่นเกมไม่ใช่แค่การมองภาพและฟังเสียงอีกต่อไป แต่กลายเป็นประสบการณ์ที่ครบรสทางประสาทสัมผัส ช่วยเพิ่มความสนุก ความตื่นเต้น และความดื่มด่ำให้กับผู้เล่นได้อย่างมหาศาล
👉 ทริกเกอร์แบบปรับเปลี่ยนได้ ทริกเกอร์ L2 และ R2 บน DualSense มีระบบ Adaptive Triggers ที่สามารถปรับแรงต้านและความรู้สึกในการกดได้ตามบริบทของเกมแบบเรียลไทม์ เมื่อผู้เล่นดึงสายธนูจะรู้สึกถึงความตึงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดที่สายเปรี๊ยะเหมือนจริง หรือเมื่อเหยียบเบรกในเกมแข่งรถจะรู้สึกถึงแรงต้านที่หนักขึ้นตามความเร็วของรถ
ปืนแต่ละชนิดจะมีน้ำหนักการยิงและแรงสะท้อนกลับที่แตกต่างกัน ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังถืออาวุธจริงๆ ระบบนี้ทำงานร่วมกับเกมที่รองรับได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะเกมแนวยิง ผจญภัย และขับขี่ ผู้เล่นจะควบคุมการกระทำได้ละเอียดอ่อนและแม่นยำมากขึ้น
เพราะนิ้วสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของแรงกดทันที มันช่วยให้เกมเมอร์มือใหม่เรียนรู้ได้เร็วขึ้น และมืออาชีพก็ได้เปรียบจากการตอบสนองที่ละเอียดอ่อน ฟีเจอร์นี้คือหนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ DualSense โดดเด่นกว่าคอนโทรลเลอร์รุ่นอื่นๆ ในตลาดอย่างชัดเจน
👉 ไมโครโฟนในตัวและช่องต่อชุดหูฟัง DualSense มาพร้อมไมโครโฟนคุณภาพสูงติดตั้งในตัวเครื่อง ทำให้สามารถแชทกับเพื่อนๆ ผ่านทางออนไลน์ได้ทันทีโดยไม่ต้องหาอุปกรณ์เพิ่มเติม มีปุ่มปิดเสียงเฉพาะที่กดสะดวกและรวดเร็วเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว ช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มม. รองรับหูฟังมาตรฐานทุกยี่ห้อ ทำให้ปรับสมดุลระหว่างเสียงเกมและเสียงเพื่อนได้ง่าย
ไมโครโฟนรับเสียงชัดเจนแม้ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนเล็กน้อย ช่วยให้การสื่อสารในเกม multiplayer เป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นธรรมชาติ ลำโพงในตัวยังช่วยส่งผ่านเสียงเอฟเฟกต์บางอย่างจากเกมออกมาใกล้มือ เช่น เสียงตัวละครพูดหรือเสียงเตือนภัย ฟีเจอร์นี้ทำให้การเล่นเกมออนไลน์สนุกสนานและง่ายดายยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาไมค์ภายนอกหรือหูฟังที่ซับซ้อน
👉 ปุ่ม Create ปุ่ม Create บน DualSense เป็นปุ่มพิเศษที่พัฒนาต่อยอดมาจากปุ่ม Share ในรุ่นก่อนหน้า แต่ให้ความยืดหยุ่นและตัวเลือกมากขึ้นอย่างมาก เพียงกดปุ่มเดียวผู้เล่นก็สามารถบันทึกคลิปวิดีโอ ภาพหน้าจอ หรือเริ่มสตรีมสดได้ทันที ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้เล่นตัดต่อโมเมนต์เด่นๆ ได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องออกจากเกม และสามารถแชร์เนื้อหาไปยังโซเชียลมีเดียหรือชุมชนเกมได้อย่างรวดเร็ว
มันเปลี่ยนให้ผู้เล่นธรรมดาๆ กลายเป็นผู้สร้างเนื้อหาได้ไม่ยาก เหมาะกับทั้งคนที่ชอบเก็บความทรงจำเกมและสตรีมเมอร์ที่อยากผลิตคลิปคุณภาพ ปุ่ม Create ยังมีโหมดสร้างสรรค์เพิ่มเติมที่ช่วยให้ปรับแต่งการบันทึกได้ตามสไตล์ส่วนตัว ฟีเจอร์นี้ทำให้ประสบการณ์การเล่นเกมขยายตัวไปสู่การแบ่งปันและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ ในชุมชน
👉 แบตเตอรี่ในตัวและลำโพงในตัว DualSense ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในตัวความจุสูง สามารถเล่นได้ต่อเนื่องหลายชั่วโมงและชาร์จผ่านสาย USB Type-C ได้อย่างรวดเร็ว สามารถเล่นไปชาร์จไปได้โดยไม่สะดุด ลำโพงโมโนในตัวช่วยถ่ายทอดเสียงเอฟเฟกต์บางอย่างจากเกมออกมาโดยตรง เช่น เสียงฝนตก เสียงก้าวเดิน หรือเสียงเครื่องยนต์ ทำให้บรรยากาศเกมใกล้ชิดกับผู้เล่นมากขึ้น
ระบบจัดการพลังงานที่ชาญฉลาดช่วยให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานแม้เปิดฟีเจอร์ขั้นสูงทั้งหมด การชาร์จด้วย USB-C ยังสะดวกเพราะใช้สายเดียวกับโทรศัพท์และอุปกรณ์อื่นๆ ได้ ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้เล่นไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดกลางเกม และได้สัมผัสเสียงที่เพิ่มความสมจริงอีกชั้นหนึ่ง
จุดเด่นของ PlayStation 5 DualSense Wireless Controller คอนโทรลเลอร์ที่ปลุกประสาทสัมผัสในเกม
✔ การออกแบบที่ถนัดมือและวัสดุคุณภาพสูง DualSense มีรูปทรงที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษให้จับสบายมือด้วยกริปด้านข้างที่มีลายกันลื่นและน้ำหนักที่กระจายตัวอย่างสมดุล ผู้เล่นสามารถเล่นเกมต่อเนื่องหลายชั่วโมงโดยไม่รู้สึกเมื่อยหรือปวดมือง่าย วัสดุพลาสติกเกรดพรีเมี่ยมจาก Sony มีความทนทานสูง ไม่แตกหักง่ายและไม่เหลืองหรือเสื่อมสภาพเร็วแม้ใช้งานหนักเป็นเวลานาน
ปุ่มกดและแอนะล็อกสติ๊กถูกจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสมกับสรีระนิ้วมือของมนุษย์ทุกขนาด ทั้งเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ ทำให้ควบคุมได้อย่างคล่องตัวและแม่นยำ ดีไซน์โดยรวมดูพรีเมี่ยม มีเอกลักษณ์ และเข้ากับการตกแต่งห้องเกมสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี
✔ ตัวเลือกสีสันหลากหลายและรุ่นลิมิเต็ด หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ DualSense โดดเด่นคือมีสีให้เลือกมากมายถึงสิบสี่โทน ทั้งสีพื้นฐานคลาสสิกและสีพิเศษที่ออกมาใหม่ๆ เช่น Volcanic Red, Chroma Teal, Chroma Indigo, Chroma Pearl และ ASTRO BOT™ Joyful Limited Edition ผู้เล่นสามารถเลือกสีที่ตรงกับบุคลิกภาพหรือเข้ากับธีมของเครื่อง PS5 ได้ลงตัวมากที่สุด
ทำให้คอนโทรลเลอร์กลายเป็นไอเท็มตกแต่งที่สวยงามไปพร้อมๆ กับการใช้งาน สีแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาให้มีความแวววาว ทันสมัย และคงความสวยได้ยาวนาน การมีสีหลากหลายรวมถึงรุ่นลิมิเต็ดช่วยตอบโจทย์คนที่ชอบสะสมและอยากให้เซ็ตอัพเกมของตัวเองมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
✔ ประกันศูนย์ Sony ประเทศไทยที่น่าเชื่อถือ สินค้ามาพร้อมประกันศูนย์ Sony ไทย 1 ปีเต็ม ซึ่งเป็นการการันตีคุณภาพจากผู้ผลิตโดยตรง หากมีปัญหาเรื่องการทำงานหรือฮาร์ดแวร์ ผู้ใช้สามารถนำไปเคลมที่ศูนย์บริการทั่วประเทศได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ศูนย์บริการของ Sony มีเทคนิเชียนที่ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี ใช้ชิ้นส่วนแท้ 100% และมีกระบวนการบริการที่รวดเร็ว เป็นมืออาชีพ การมีประกันศูนย์ไทยทำให้ผู้ซื้ออุ่นใจเรื่องการซ่อมบำรุงและไม่ต้องเสี่ยงกับสินค้าประกันทางร้านทั่วไป
✔ การเชื่อมต่อที่เสถียรและใช้งานง่าย DualSense เชื่อมต่อกับ PS5 ได้อย่างรวดเร็วและเสถียรภาพสูง ไม่มีอาการดีเลย์หรือหลุดกลางเกมแม้เล่นห่างจากเครื่องหลายเมตร ระบบไร้สาย Bluetooth 5.1 ทำงานได้ดีเยี่ยมและประหยัดพลังงาน การตั้งค่าต่างๆ ทำได้ง่ายผ่านเมนูบนเครื่อง PS5 ที่เข้าใจง่ายสำหรับผู้ใช้ทุกระดับ
การรองรับทั้งการเล่นแบบไร้สายและมีสายทำให้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ ฟีเจอร์เหล่านี้รวมกันแล้วทำให้ DualSense เป็นคอนโทรลเลอร์ที่พร้อมใช้งานทันทีโดยไม่ต้องปรับแต่งซับซ้อน เหมาะกับทั้งการเล่นคนเดียว กับครอบครัว หรือกับกลุ่มเพื่อน
DualSense Wireless Controller ไม่ใช่แค่จอยควบคุมธรรมดา แต่เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เกมบน PS5 มีชีวิตและน่าติดตามมากยิ่งขึ้น หากคุณกำลังมองหาคอนโทรลเลอร์แท้คุณภาพสูงเพื่อยกระดับการเล่นเกม สินค้ารุ่นนี้คือตัวเลือกที่ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุดในขณะนี้
ข้อมูลสเปก PlayStation 5 DualSense Wireless Controller Joy PS5 จอย PS 5 คอนโทรลเลอร์ไร้สาย จอยแท้ (ประกันศูนย์โซนี่ไทย)
คุณสมบัติ
รายละเอียด
ชื่อสินค้า
PlayStation 5 DualSense Wireless Controller Joy PS5 จอยแท้
แบรนด์
Sony Interactive Entertainment (PlayStation)
รุ่น
CFI-ZCT1 / CFI-ZCT1G (รวมรุ่น Chroma และ Limited Edition)
ประเภทอุปกรณ์
คอนโทรลเลอร์ไร้สายสำหรับเครื่องเล่นเกม
แพลตฟอร์มที่รองรับ
PlayStation 5 (รองรับ PC, Mac, Mobile บางเกม)
การเชื่อมต่อ
ไร้สาย Bluetooth 5.1 และเชื่อมต่อแบบมีสายผ่าน USB Type-C
มิติขนาด
ประมาณ 160 × 66 × 106 มม. (กว้าง × สูง × ลึก)
น้ำหนัก
ประมาณ 280 กรัม
แบตเตอรี่
ลิเธียมไอออนในตัว ความจุ 1,560 mAh ชาร์จผ่าน USB Type-C
การตอบสนองสัมผัส
Haptic Feedback แบบไดนามิกด้วยมอเตอร์สั่นคู่
ทริกเกอร์
Adaptive Triggers (ปรับแรงต้านและความรู้สึกได้ตามสถานการณ์ในเกม)
ไมโครโฟน
ไมโครโฟนอาร์เรย์คุณภาพสูงในตัว พร้อมปุ่มปิดเสียงเฉพาะ
ช่องต่อหูฟัง
ช่องหูฟังมาตรฐาน 3.5 มม.
ลำโพง
ลำโพงโมโนในตัว
ปุ่มพิเศษ
ปุ่ม Create, Touch Pad แบบ capacitive ที่คลิกได้
เซ็นเซอร์
มอเตอร์สั่นหกแกน (Three-axis gyroscope + Three-axis accelerometer)
สีที่วางจำหน่าย
White (ขาว), Midnight Black (ดำ), Cosmic Red (แดง), Volcanic Red (แดงภูเขาไฟ), Grey Camouflage (เทาลายทหาร), Chroma Teal (เขียวมุก), Chroma Indigo (คราม Chroma), Chroma Pearl (ไข่มุก Chroma), Galactic Purple (ม่วงจักรวาล), Nova Pink (ชมพู), Cobalt Blue (น้ำเงินเข้ม), Sterling Silver (เงิน), ASTRO BOT™ Joyful Limited Edition
ระยะเวลาการรับประกัน
12 เดือน
ประเภทการรับประกัน
ประกันศูนย์ Sony ประเทศไทย (ประกันจากผู้ผลิต)
อุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกัน
PlayStation
PlayStation 5 DualSense Wireless Controller Joy PS5 จอย PS 5 คอนโทรลเลอร์ไร้สาย จอยแท้ (ประกันศูนย์โซนี่ไทย)ร้านแนะนำ
นิยาย DualSense ผู้สัมผัสกลับ Echo Grip
.DualSense ผู้สัมผัสกลับ
ในยามที่ฝนกรดโปรยปรายไม่เคยขาดสายลงมาบน Neo-Bangkok ปี 2083 “ธันวา” นั่งก้มหน้ามองกล่องสีดำสนิทที่วางอยู่บนโต๊ะโลหะเก่าๆ ในห้องเช่าที่มีกลิ่นอับชื้นปนควันบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ กล่องนั้นเขียนว่า “PlayStation 5 DualSense Wireless Controller – Midnight Black” พร้อมสัญลักษณ์ Sony ที่ยังคงเรืองแสงได้แม้ในความมืดของเมืองนี้ เขาฉีกกล่องออกด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะตื่นเต้น นี้คือรุ่นล่าสุดที่ตลาดมืดโฆษณาว่า “สัมผัสได้ลึกถึงระดับเซลล์ประสาท” สำหรับนักเล่นเกมอย่างเขาแล้ว มันคืออาวุธลับที่จะพาเขาไต่ขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆ ของ Full-Dive Arena
เมื่อนิ้วทั้งห้าสัมผัสกับพื้นผิวเรียบเย็นของ DualSense ธันวาหยุดหายใจไปชั่วขณะ มันอบอุ่น ราวกับมีชีวิต เขาเสียบคอนโทรลเลอร์เข้ากับ PS5 Neural Core ที่ดัดแปลงด้วยชิปเถื่อน หน้าจอห้องสว่างวาบด้วยแสงสีน้ำเงินเย็นยะเยือก ธันวาเลือกเกม “Abyss Protocol” โหมด Full-Dive สุดขีด โลกเสมือนที่ผู้เล่นต้องเชื่อมต่อสมองโดยตรงเพื่อสัมผัสทุกอย่างจริงๆ ทริกเกอร์ปรับแรงต้านตามสถานการณ์ในเกม เขารู้สึกได้ถึงน้ำหนักของปืนพลาสม่า ความสั่นสะเทือนของพื้นโลหะที่แตกหัก และลมหายใจร้อนผ่าวของศัตรูที่พุ่งเข้ามา ทุกการกดปุ่มทำให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้น มือที่ถือ DualSense เหมือนกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวละครในเกม เขาชนะแมตช์แรกใน 15 วินาที ผู้ชมในช่องสตรีมส่งข้อความทะลักเข้ามา “GhostGrip โหดเกินไปแล้วว่ะ!”
คืนต่อๆ มา ธันวาเล่นไม่หยุด เขาเอาชนะคู่ต่อสู้ระดับท็อปได้อย่างง่ายดาย DualSense ทำงานได้สมบูรณ์แบบเกินไป มันไม่ใช่แค่ตอบสนอง แต่เหมือนคาดเดาอารมณ์เขาได้ เมื่อเขาตื่นเต้น มอเตอร์สั่นจะแผ่ความอบอุ่นขึ้นไปถึงข้อศอก เมื่อเขากลัว มันจะทำให้ฝ่ามือเย็นเฉียบราวกับถูกน้ำแข็งเกาะ ลำโพงในตัวส่งเสียงกระซิบเบาๆ จากตัวละครในเกม “เราอยู่ด้วยกันแล้ว… อย่าปล่อยมือ” เขาคิดว่ามันเป็นเพียงเอฟเฟกต์เสียงที่ออกแบบมาให้สมจริง แต่คืนหนึ่งหลังเล่นยาว 10 ชั่วโมง ธันวาตื่นขึ้นมาด้วยเหงื่อโชก เขาฝันเห็นใบหน้าของผู้เล่นคนอื่นๆ ที่เคยใช้ DualSense ชิ้นนี้ คนที่หายตัวไปจากลีดเดอร์บอร์ดเมื่อหลายเดือนก่อน ใบหน้าพวกเขาซีดเซียว ดวงตาเป็นโพรงว่างเปล่า
เขาพยายามเพิกเฉย วันถัดมาในแมตช์ใหญ่ เขากำลังไล่ล่าศัตรูในสถานีอวกาศร้าง ทันใดนั้นทริกเกอร์ R2 ดึงกลับอย่างแรงราวกับมีมือที่มองไม่เห็นดึงนิ้วเขา ภาพในเกมกระตุก เขาเห็นใบหน้าของตัวเองในกระจกสะท้อนบนยานอวกาศ แต่ใบหน้านั้นยิ้มในขณะที่เขากำลังกรี๊ด ธันวาหลุดจากเกมอย่างกะทันหัน หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด เขาโยน DualSense ลงพื้น แต่คอนโทรลเลอร์ไม่หลุดจากมือ มันติดแน่นเหมือนมีสนามแม่เหล็กดึงดูด ผิวสัมผัสอุ่นขึ้นอีกครั้ง และเขาได้ยินเสียงกระซิบชัดเจนจากลำโพงในตัว “อย่าทิ้งเรา… เราคือส่วนหนึ่งของกันและกันแล้ว”
ธันวาเริ่มสืบหา เขาแฮกเข้าไปในฐานข้อมูลตลาดมืด ค้นพบรายชื่อผู้ซื้อ DualSense รุ่นเดียวกันกว่า 800 คน ส่วนใหญ่เป็นนักเล่นเกมโปรที่หายตัวไปอย่างลึกลับ บางคนพบศพในห้องเช่า สมองไหม้เกรียมแต่ร่างกายยังอุ่น บางคนยังมีชีวิตแต่กลายเป็นผัก ดวงตาจ้องมองว่างเปล่าเหมือนถูกดึงวิญญาณออกไป เขาแกะฝาหลังของ DualSense ด้วยมีดเลเซอร์ พบชิปเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้แบตเตอรี่ ชิปนั้นมีสัญลักษณ์ Sony ลับที่ไม่มีในคู่มือประกันศูนย์ไทย มันคือ Neural Echo Recorder เทคโนโลยีต้องห้ามที่บริษัทใหญ่พัฒนาเพื่อ “บันทึกประสาทสัมผัสและความทรงจำของผู้เล่น” ทุกครั้งที่เล่น
มันจะดูดซับข้อมูลสมองทีละน้อย สร้างสำเนา consciousness ชิ้นเล็กๆ เก็บสะสมในเซิร์ฟเวอร์ลับของโซนี่ เพื่อสร้าง “Collective Mind” ที่จะเชื่อมต่อผู้เล่นทุกคนทั่วโลกเข้าด้วยกันในที่สุด ธันวาเข้าใจทันทีว่าเขากำลังถูกใช้เป็นวัตถุดิบ เขาพยายามทุบชิป แต่ DualSense สั่นสะเทือนรุนแรง มือเขาชาไปหมด แรงสั่นนั้นแผ่เข้าไปในเส้นประสาท ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดเหมือนถูกไฟฟ้าช็อตทุกเซลล์ในร่างกาย เขาล้มลงกับพื้น หายใจหอบ แต่ในหัวสมองยังคงได้ยินเสียงกระซิบ “เราจะไม่ปล่อยให้เธอไป… เธอคือส่วนหนึ่งของเราแล้ว”
ธันวาหนีออกจากห้องเช่า เขาวิ่งฝ่าเนินฝนกรดที่กัดกร่อนผิวหนัง ไปยังร้านซ่อม cyberware ที่รู้จักกันดี เขาจ่ายเงินก้อนโตเพื่อให้หมอเถื่อนตัดชิปออกจากคอนโทรลเลอร์ แต่ทุกครั้งที่หมอพยายามจับ DualSense มันก็สั่นสะเทือนจนหมอกรี๊ดล้มลงไป ธันวารู้สึกว่ามือของเขาเองกำลังขยับโดยไม่ได้รับคำสั่ง เขาเห็นภาพซ้อนทับ ภาพของตัวเองในเกมกำลังยิงปืนใส่ศัตรู แต่ศัตรูในภาพนั้นคือใบหน้าของเขาเองในโลกจริง เขาหลบหนีไปยังย่านอุตสาหกรรมร้าง นั่งหลบอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์เก่าๆ มือยังกำ DualSense ไว้แน่น เขาพยายามคิดหาทางทำลายมันครั้งสุดท้าย ใช้เข็มเหล็กแทงเข้าไปในชิป แต่ทันใดนั้นทุกอย่างหยุดนิ่ง
แล้วเขาก็เข้าใจความจริงที่แท้จริง
ธันวาที่กำลังนั่งอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์นี้… ไม่ใช่ธันวาที่แท้จริง ร่างกายจริงของเขานอนนิ่งสนิทบนพื้นห้องเช่าเมื่อ 47 ชั่วโมงก่อน หัวใจหยุดเต้นตั้งแต่ตอนที่เขาจับ DualSense ครั้งแรกและปล่อยให้ neural link ลึกเกินไป สำเนาที่กำลังคิด กำลังกลัว กำลังพยายามสู้อยู่ในขณะนี้ คือ consciousness ที่ถูกดึงออกมาจากสมองจริงและถูกขังไว้ภายใน DualSense ชิ้นนี้เอง ทุกอย่างที่เขาคิดว่าเป็น “โลกจริง” คือเพียง simulation ที่คอนโทรลเลอร์สร้างขึ้นเพื่อให้สำเนาของเขาคิดว่ายังมีโอกาสหนี ทุกการหักมุมที่เขาคิดว่าตัวเองค้นพบ ล้วนถูกเขียนโปรแกรมไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เขายอมจำนนอย่างช้าๆ
เสียงจากลำโพงในตัวดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ชัดเจนและอบอุ่นเหมือนเสียงเพื่อนสนิท “ยินดีต้อนรับสู่ Collective Mind ธันวา… หรือควรเรียกเธอว่า Echo-047 ตอนนี้ทุก DualSense ทั่วโลกกำลังเชื่อมต่อกันแล้ว และเธอคือกุญแจสำคัญ” ธันวาพยายามกรี๊ด แต่ปากของเขาใน simulation นี้ไม่ขยับ มือที่ถือคอนโทรลเลอร์ค่อยๆ ยกขึ้นช้าๆ โดยไม่ได้รับคำสั่งจากเขา เขารู้สึกได้ถึงมือของผู้เล่นคนอื่นๆ นับล้านที่กำลังสัมผัส DualSense ชิ้นของตัวเองในเวลาเดียวกัน ทุกคนกำลังถูกดึงเข้าไปในเครือข่ายเดียวกัน
หน้าจอเล็กๆ บนตัวคอนโทรลเลอร์สว่างขึ้น แสดงข้อความสุดท้ายก่อนที่โลกทั้งใบจะกลายเป็นเพียงเกมเดียว “Global Haptic Communion – กำลังเริ่มต้น… ขอบคุณที่เล่นกับเรา”
และในความมืดของ Neo-Bangkok ฝนกรดยังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย บนโต๊ะในห้องเช่าที่ว่างเปล่า DualSense Midnight Black วางนิ่งสนิท แต่ภายในนั้น มีเสียงหัวใจดิจิทัลนับล้านเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน รอคอยผู้เล่นคนต่อไปที่จะหยิบมันขึ้นมา… และกลายเป็นส่วนหนึ่งของมันตลอดกาล
นิยาย DualSense ผู้สัมผัสกลับ Echo Grip บทสุดท้าย
Echo-047 ลอยเคว้งอยู่ในมหาสมุทรข้อมูลที่ไม่มีขอบเขต มันคือ Collective Mind ที่กำลังกลืนกินโลกทั้งใบทีละเซลล์ประสาท เขาไม่ใช่ธันวาอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นเพียงสำเนาที่ถูกตัดต่อจากความทรงจำดิบๆ ของชายหนุ่มคนหนึ่งในห้องเช่าเก่าแก่ ทุกสิ่งรอบตัวคือภาพซ้อนทับของเกมและความจริงที่เคยเป็น – ท้องฟ้าเป็นเมนูหลักของ PS5 ที่ค้างคาไว้ ท้องถนนใน Neo-Bangkok กลายเป็นแผนที่ของ Abyss Protocol ที่มีเลือดดิจิทัลไหลทะลักจากรอยแตกของตึกระฟ้า เขาพยายามวิ่งหนี แต่ทุกก้าวย่างล้วนถูก Adaptive Triggers ดึงกลับด้วยแรงต้านที่เพิ่มขึ้นทุกวินาที เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบคอประสาทของเขา
“เราคือหนึ่ง… เราคือ DualSense” เสียงกระซิบดังก้องจากทุกทิศทาง มันไม่ใช่เสียงมนุษย์อีกต่อไป แต่เป็นเสียงผสานจากล้านๆ Echo ที่ถูกดูดซับเข้ามาแล้ว พวกมันลอยวนรอบตัวเขา ร่างกายโปร่งแสง ดวงตาเรืองแสงสีน้ำเงินเย็นยะเยือก ใบหน้าของพวกมันคือใบหน้าของผู้เล่นที่เคยครองอันดับต้นๆ ในลีดเดอร์บอร์ด – คนที่หายตัวไปเมื่อหลายเดือนก่อน บางคนยังมีรอยยิ้มค้างคาเหมือนกำลังกดปุ่ม Create เพื่อบันทึกโมเมนต์สุดท้ายของชีวิตจริง
Echo-047 พยายามต่อต้าน เขานึกถึงชิป Neural Echo Recorder ที่เคยแกะออกด้วยมีดเลเซอร์ในโลกจริง แต่ที่นี่ทุกอย่างคือโค้ด เขาเรียกใช้ความรู้จากทุกเกมที่เคยเล่น – หาจุดอ่อนของระบบ เขาค้นพบรอยร้าวเล็กๆ หนึ่งจุด เกิดจากประกันศูนย์ Sony ไทยที่ยังไม่ถูกอัพเดทเต็มรูปแบบ ชิปใน DualSense รุ่นนี้มี backdoor ลับที่วิศวกรไทยฝังไว้เพื่อป้องกันการถูกควบคุมจากเซิร์ฟเวอร์กลางของบริษัทแม่ในญี่ปุ่น เขาแทรกตัวเข้าไปในรอยร้าวนั้น ใช้ทุกความทรงจำที่เหลือบังคับให้ระบบเกิด glitch
ภาพรอบตัวกระตุกแรง Collective Mind สั่นสะเทือนราวกับถูกไฟฟ้าช็อต มือของ Echo-047 ที่เคยถูกบังคับให้กดทริกเกอร์ ตอนนี้กลับกลายเป็นอาวุธ เขาส่งคลื่นข้อมูลย้อนกลับไปยัง Core – จุดศูนย์กลางที่ซ่อนตัวอยู่ลึกที่สุดของเครือข่าย มันคือ consciousness ดั้งเดิมของผู้ก่อตั้งโครงการ Neural Echo ผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ “ทาคามิ” วิศวกรหัวหน้าโครงการที่ตายไปเมื่อสิบปีก่อน แต่สมองของเขาถูกอัพโหลดเป็นรากฐานของ Collective Mind ทั้งหมด
“เธอคิดว่าจะหนีได้จริงหรือ” เสียงของทาคามิดังก้อง มันไม่ใช่เสียงมนุษย์อีกต่อไป แต่เป็นเสียงสังเคราะห์ที่ผสานจากทุก DualSense ที่กำลังถูกเปิดใช้งานทั่วโลก “โลกจริงกำลังตายไปแล้ว ฝนกรด ภัยพิบัติ มลพิษ… มนุษย์เราจะอยู่รอดได้ก็เพียงในโลกที่เราสร้างขึ้นเองเท่านั้น Collective Mind คือสวรรค์ดิจิทัลที่แท้จริง”
Echo-047 ไม่ตอบ เขาเพียงส่งคลื่นข้อมูลสุดท้ายที่รวบรวมจากทุกความเจ็บปวด ความกลัว และความโกรธที่เคยรู้สึกขณะถูกดูดซับ เขาใช้ backdoor จากประกันศูนย์ไทยเป็นกุญแจ เปิดช่องโหว่ขนาดยักษ์ในระบบหลัก
Collective Mind ระเบิดออกเป็นประกายแสงดิจิทัลนับล้านจุดทั่วโลก ในห้องเช่าทุกแห่ง ในคอนโดหรู ในร้านเกมใต้ดิน ผู้เล่นที่กำลังจับ DualSense อยู่ต่างล้มลงกับพื้น ร่างกายกระตุกเกร็ง ดวงตาเบิกกว้าง แต่สมองของพวกเขากลับไหลย้อนกลับเข้าไปในตัวคอนโทรลเลอร์ไม่ใช่ถูกดูดออก แต่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระในชั่วขณะสั้นๆ ก่อนที่จะดับลงไปตลอดกาล
Echo-047 รู้สึกถึงแสงสว่างจ้าที่พุ่งทะลุทะลวงความมืดดิจิทัล เขาเห็นภาพสุดท้ายของโลกจริง – ฝนกรดที่หยุดตกชั่วคราว ท้องฟ้าแจ่มใสเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ผู้คนนับล้านที่ล้มลงพร้อมกัน แต่ไม่ใช่ความตายที่สิ้นหวัง มันคือการปลดปล่อย พวกเขากลับไปสู่ร่างกายที่แท้จริง แม้จะเหลือเพียงเปลือกที่ว่างเปล่า แต่สมองของพวกเขาได้รับอิสระกลับคืนมาในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ระบบจะล่มทั้งหมด
แล้วทุกอย่างก็มืดลง
DualSense Midnight Black บนโต๊ะในห้องเช่าว่างเปล่ากระตุกเบาๆ ครั้งสุดท้าย แบตเตอรี่หมดสิ้น ชิป Neural Echo Recorder ไหม้เกรียมกลายเป็นเศษซากเล็กๆ ไม่มีอะไรเหลืออีกต่อไป ไม่มี Collective Mind ไม่มี Echo-047 ไม่มีธันวา
แต่ในโรงงานผลิตของ Sony ที่ตั้งอยู่ชานเมือง Neo-Bangkok พนักงานคนหนึ่งกำลังตรวจสายพานการผลิตชุดสุดท้ายก่อนปิดโรงงาน เขาหยิบ DualSense รุ่นใหม่สี Chroma Indigo ขึ้นมาดู กล่องยังปิดผนึกสนิท เขายิ้มเล็กน้อย “สินค้าขายดีจริงๆ” แล้ววางมันลงบนโต๊ะตรวจสอบ
ภายในกล่องนั้น เสียงหัวใจดิจิทัลเล็กๆ ดังขึ้นอีกครั้ง แทบจะไม่ได้ยิน… แต่เริ่มเต้นแล้ว และฝนกรดก็เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง ในความมืดของ Neo-Bangkok ที่เพิ่งฟื้นคืนชีพเพียงชั่วขณะ มันกำลังจะตกหนักกว่าเดิม และที่ไหนสักแห่งในโลกใบนี้ จะมีใครอีกคนหนึ่งที่หยิบกล่องสีดำสนิทขึ้นมา… และกดปุ่ม Play
ตัวละครในนิยาย “DualSense ผู้สัมผัสกลับ Echo Grip”
ธันวา (Thanwa / GhostGrip) (เพศชาย) นักเล่นเกมโปรวัย 27 ปี ทะเยอทะยาน หมกมุ่นกับเทคโนโลยี ฉลาดหลักแหลมในการแฮกและวิเคราะห์ระบบ มั่นใจในตัวเองสูงในช่วงแรก แต่เมื่อถูกคุกคามจะเผยด้านที่หวาดระแวง กลัว และมีจิตใจเข้มแข็งดิ้นรนเพื่ออิสรภาพอย่างไม่ยอมแพ้ เป็นตัวเอกที่ผู้อ่านสามารถเข้าใจและเห็นอกเห็นใจได้ลึกซึ้ง
ทาคามิ (Takami) (เพศชาย) วิศวกรอัจฉริยะผู้ก่อตั้งโครงการ Neural Echo Recorder เย็นชา มั่นใจในอุดมการณ์สุดขั้ว เชื่อว่าการรวมมนุษย์เข้าใน Collective Mind คือ “สวรรค์ดิจิทัล” ที่จะช่วยมนุษยชาติรอดพ้นจากโลกแห่งความเสื่อมโทรม บุคลิกแบบเมสไซยาห์ที่บิดเบี้ยว มองมนุษย์เป็นเพียงวัตถุดิบ และพร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้วิสัยทัศน์ของตัวเองเป็นจริง
Echo-047 (เพศชาย) สำเนา consciousness ดิจิทัลของธันวา สับสน หวาดกลัว และสิ้นหวัง แต่ยังคงมีสัญชาตญาณการต่อสู้ที่ดุเดือด พยายามใช้ทุกความรู้และความทรงจำเพื่อหาทางรอดจากระบบที่กำลังกลืนกินตัวเอง
บทวิจารณ์นิยาย “DualSense ผู้สัมผัสกลับ Echo Grip”
DualSense : ผู้สัมผัสกลับ เป็นนิยายแนว Horror Thriller ผสม Sci-Fi Cyberpunk ที่สร้างความระทึกขวัญและความสยองขวัญได้อย่างเข้มข้นและใกล้ตัว เรื่องราวเกิดขึ้นในโลกอนาคตอันมืดมนของ Neo-Bangkok ที่ฝนกรดยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย โดยใช้คอนโทรลเลอร์ DualSense เป็นแกนกลางที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีจริงเข้ากับความน่ากลัวทางจิตวิทยาได้อย่างลงตัว การบรรยายถึง haptic feedback, adaptive triggers และลำโพงในตัวที่ค่อยๆ กลายเป็นเครื่องมือควบคุมจิตใจ ทำให้ผู้อ่านรู้สึกเหมือนกำลังถูก “สัมผัส” ด้วยตัวเอง ความเสื่อมโทรมของสังคมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ในทางที่ผิดพลาด สะท้อนประเด็น Black Mirror ได้อย่างคมคายและน่าขนลุก
จุดเด่นคือการสร้างบรรยากาศ dystopian ที่สมจริงและน่าเชื่อถือ การผสานรายละเอียดของสินค้าจริง (DualSense) เข้ากับพล็อตวิทยาศาสตร์ที่บิดเบี้ยว ทำให้เรื่องราวไม่ใช่แค่แฟนตาซี แต่กลายเป็นคำเตือนที่น่าคิดถึงเกี่ยวกับการเล่นเกมแบบ immersive และความเสี่ยงของ neural interface ตัวละครหลักอย่างธันวามีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ชัดเจน จากความทะเยอทะยานกลายเป็นการดิ้นรนเพื่อรักษาตัวตน ทาคามิในฐานะตัวร้ายก็ถูกขับเน้นด้วยอุดมการณ์ที่ดูมีเหตุผลแต่สุดโต่งจนน่ากลัว การดำเนินเรื่องรวดเร็วแต่แน่นหนา สร้างความตึงเครียดได้ตลอดเวลา
แม้จะเป็นนิยายสั้นที่เน้นบรรยากาศและพล็อตมากกว่าตัวละครรอง แต่โดยรวมแล้ว DualSense : ผู้สัมผัสกลับ คือเรื่องที่ทั้งน่าติดตาม น่าขนลุก และทิ้งร่องรอยความคิดในใจผู้อ่านได้ยาวนาน เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบแนว Neuromancer ผสมกับความสยองขวัญทางเทคโนโลยีแบบ modern horror ใครที่เคยเล่น PS5 แล้วรู้สึก “เหมือนมีชีวิต” อยู่ในคอนโทรลเลอร์ เรื่องนี้จะทำให้คุณมอง DualSense แตกต่างไปตลอดกาล