นิยาย จวบระพีอัสดง ความรักระหว่างฟ้ากับดิน มีจริงหรือเป็นแค่ความฝัน นิยายเล่มนี้ทำผมตั้งคำถามกับคำว่า “ความเท่าเทียม” ทั้งชีวิต

นิยาย จวบระพีอัสดง ความรักระหว่างฟ้ากับดิน มีจริงหรือเป็นแค่ความฝัน

นิยายที่ทั้งอบอุ่น กินใจ และมีบรรยากาศพีเรียดเข้มข้น นิยาย จวบระพีอัสดง ของ Jacaranda K. จากสำนักพิมพ์ shine publishing คือเล่มที่ต้องลอง

เรื่องนี้เล่าถึง ระพี ดิเรกโยธิน ลูกชายที่เกิดจากบ่าวในเรือนเจ้าคุณ ผู้ซึ่งเติบโตมาพร้อมความรู้สึกว่าความอยุติธรรมคือสิ่งที่ครอบงำโลก เขาได้พบกับ นรินทร์ บ่าวหนุ่มที่มีใจรักหนังสือเหมือนกัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความต่างทางชนชั้นและกระแสการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในยุคอภิวัฒน์สยาม

ภาษาของเรื่องนี้สละสลวย อ่านง่าย แต่ก็เข้มข้นสุดๆ ดราม่ากินใจจนบางช่วงอ่านแล้วน้ำตาซึม ความสัมพันธ์ของตัวละครหลักถูกถ่ายทอดออกมาอย่างลึกซึ้ง ทำให้เราอินไปกับทุกสถานการณ์ที่พวกเขาต้องเผชิญ

จวบระพีอัสดง ไม่ใช่แค่นิยายรัก แต่ยังสะท้อนความจริงของสังคมไทยในยุคเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีชั้นเชิง ทั้งเรื่องชนชั้น ความไม่เท่าเทียม และความหวังท่ามกลางความพังพินาศ

ใครที่ชอบนิยายพีเรียดดราม่า ภาษาสวยๆ และเล่มพรีเมียมที่จัดเต็มทั้งปกใหม่และของแถมพิเศษจาก shine publishing ต้องรีบไปตำเก็บไว้เลยครับ 📚 เพราะนี่คือหนึ่งในนิยายที่อ่านแล้วจะอยากหยิบกลับมาอ่านซ้ำได้บ่อยๆจริงๆ


นิยาย จวบระพีอัสดง ถ้าชนชั้นคือบาดแผล ความรักของคนเราไม่เท่ากันจริงไหม? นิยายที่ไม่ปลอบใจคุณ แต่อ่านแล้วเจ็บกว่า คือ ”ชนชั้น”


🙂 นายอินทร์ หนังสือ จวบระพีอัสดง
sg 11134201 81zwk miprgsqtd53c92

นายอินทร์ หนังสือ จวบระพีอัสดง

จวบระพีอัสดง: นิยายรักที่ข้ามเส้นแบ่งชนชั้นในยุคเปลี่ยนผ่านสยาม
นิยายเรื่องนี้เล่าเรื่องความรักที่เกิดขึ้นท่ามกลางความแตกต่างทางชนชั้น เพศ หน้าที่สังคม และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ของประเทศ เป็นงานที่ผสมผสานความสัมพันธ์ส่วนตัวเข้ากับบริบทประวัติศาสตร์ได้อย่างลงตัว ทำให้คนอ่านรู้สึกถึงทั้งความหวาน ความขม และความหน่วงของยุคสมัย

จวบระพีอัสดง เป็นนิยายพีเรียดเขียนโดย Jacaranda K. จัดพิมพ์โดย shine publishing เล่มนี้มีทั้งหมด 380 หน้า ขนาดกะทัดรัด 13 x 17 x 2.14 เซนติเมตร น้ำหนักเบา ๆ แค่ 0.353 กิโลกรัม พกพาสะดวก บาร์โค้ด 9786161886073

เรื่องราวเกิดในยุคที่สังคมไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบใหม่ ตัวเอกคือ ระพี ดิเรกโยธิน บุตรชายที่เกิดจากบ่าวในเรือนเจ้าคุณ ทำให้สถานะของเขาในบ้านไม่เท่าเทียมกับลูกคนอื่น เขาเติบโตมาด้วยความเชื่อว่าชีวิตนี้เต็มไปด้วยความอยุติธรรม คนเราไม่มีวันเท่ากัน จนกระทั่งเขาได้สนิทกับ นรินทร์ (หรือนิ่ม) บ่าวหนุ่มในเรือนเดียวกัน ทั้งคู่มีจุดร่วมคือความชอบอ่านหนังสือ ความสัมพันธ์ค่อย ๆ พัฒนาเป็นความผูกพันลึกซึ้ง ขณะเดียวกันกระแสการอภิวัฒน์สยามก็กำลังก่อตัว ความขัดแย้งทางชนชั้นที่ระพีเคยเชื่อมั่นเริ่มสั่นคลอน เมื่อสงครามและการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองพรากทุกอย่างไป ความต่างระหว่างฟ้ากับดินก็ค่อย ๆ เลือนหาย เหลือเพียงความผูกพันที่เกิดขึ้นท่ามกลางซากปรักหักพัง

ความพิเศษของ จวบระพีอัสดง นิยายรักที่ข้ามเส้นแบ่งชนชั้นในยุคเปลี่ยนผ่านสยาม

นิยายเรื่องนี้ตั้งอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ประชาธิปไตย เนื้อหาสะท้อนความขัดแย้งทางชนชั้นอย่างเข้มข้น ตัวละครหลักอย่างระพีเติบโตมาในฐานะลูกที่สถานะต่ำกว่าในเรือนเบื้องสูง เขามองโลกในแง่ร้าย เชื่อมั่นในความไม่เท่าเทียมอย่างสุดโต่ง ส่วนนรินทร์ บ่าวหนุ่มที่ถ่อมตัวแต่ฉลาดหลักแหลม กลายเป็นคนที่ทำให้ระพีเริ่มตั้งคำถามกับความเชื่อเดิม ๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาช้า ๆ จากมิตรภาพสู่ความรักที่ลึกซึ้ง ท่ามกลางข้อจำกัดทางสังคมที่เข้มงวด ทั้งเรื่องเพศ หน้าที่ และสถานะ

เนื้อเรื่องผสมผสานเหตุการณ์ประวัติศาสตร์จริง เช่น การอภิวัฒน์สยาม เข้ากับชีวิตส่วนตัวของตัวละครได้อย่างแนบเนียน ทำให้คนอ่านรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปอยู่ในยุคนั้นจริง ๆ มีทั้งความตึงเครียดจากความขัดแย้งภายนอกและความอ่อนโยนจากความสัมพันธ์ภายใน ทุกเหตุการณ์ค่อย ๆ สะสมจนนำไปสู่จุดเปลี่ยนใหญ่ที่ทำให้ตัวละครเติบโตและมองโลกเปลี่ยนไป โดยเฉพาะตอนที่สงครามและการเมืองเข้ามาพรากทุกสิ่ง ความต่างที่เคยเป็นกำแพงสูงก็เริ่มพังทลายลง

จุดเด่นของ จวบระพีอัสดง นิยายรักที่ข้ามเส้นแบ่งชนชั้นในยุคเปลี่ยนผ่านสยาม

สิ่งที่ทำให้ จวบระพีอัสดง โดดเด่นในฐานะหนังสือเล่มคือการออกแบบรูปเล่มที่สวยงามระดับพรีเมียม โดยเฉพาะฉบับปกใหม่จาก shine publishing ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดูหรูหราและประณีตมากขึ้น ตัวเล่มมีสัมผัสดี กระดาษคุณภาพสูง สีสันปกที่เลือกใช้โทนอบอุ่นแต่ลึกล้ำ สะท้อนบรรยากาศของเรื่องได้อย่างลงตัว ทำให้แค่ถือเล่มก็รู้สึกพิเศษแล้ว

นอกจากนี้ พิมพ์ครั้งที่ 1 มาพร้อมของแถมที่ทำออกมาได้ดีมาก ทั้งโปสการ์ด การ์ดลายพิเศษ หรือไอเทมอื่น ๆ ที่ออกแบบให้เข้ากับธีมเรื่องโดยตรง ทุกชิ้นมีรายละเอียดละเอียดอ่อน เก็บสะสมได้สบายใจ คนที่ชอบของพรีเมียมจะรู้สึกคุ้มค่าทันทีที่แกะกล่อง

ขนาดเล่มที่กะทัดรัดและน้ำหนักเบายังช่วยให้อ่านได้นาน ๆ โดยไม่เมื่อยมือ เหมาะทั้งอ่านบนเตียง อ่านตอนเดินทาง หรือวางโชว์บนชั้นหนังสือก็ดูดี รูปเล่มโดยรวมให้ความรู้สึก “เลิศ” อย่างที่หลายคนพูดกัน สมกับการรอคอยฉบับใหม่นี้จริง ๆ สำหรับนักสะสมนิยายพีเรียดหรือคนที่ชอบหนังสือที่ทั้งอ่านสนุกและสวยงาม จวบระพีอัสดง ฉบับนี้ตอบโจทย์ได้ครบ

จวบระพีอัสดง ไม่ใช่แค่นิยายรักธรรมดา แต่เป็นเรื่องราวที่พาคนอ่านย้อนไปสัมผัสยุคสมัยที่ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนแปลง ทั้งสังคม การเมือง และหัวใจของมนุษย์ ถ้าชอบนิยายที่ทั้งสวยงาม ลึกซึ้ง และมีรูปเล่มที่น่าหยิบมาอ่านซ้ำ ๆ เรื่องนี้คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาดเลย

นายอินทร์ หนังสือ จวบระพีอัสดงร้านแนะนำ

นายอินทร์ หนังสือ จวบระพีอัสดงร้านแนะนำ 2


นิยาย จวบระพีล่มสลาย

AP1GczPJf6YtBl3yvYjt KZTJqRYQ 24QtnkwJTRGvIqpIXCOdkQz kvn DU2Vah2GHYokJE3iYYwptSKvm0EQLIq6mUixuIHE81rY1Rzj FnitGnvb5bhmfGrmexZ8NmNKa6wog55DYaYiGQli8Rr voBJv=w461 h658 s no
.จวบระพีล่มสลาย

ในจักรวรรดิที่เคยรุ่งเรืองชื่อเอเทเรีย วันนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังและกฎเหล็กของสภาองค์กรสูงสุด โลกหลังสงครามนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ถูกแบ่งเป็นเขตแดนต้องห้ามและเมืองหลวงที่ปกครองด้วยเครื่องจักรกลที่เรียกว่า “ผู้พิทักษ์” มนุษย์ที่รอดชีวิตถูกฝังชิปควบคุมจิตใจตั้งแต่เกิด ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกตัดทอนให้เหลือเพียงการเชื่อฟังและการอยู่รอด ใครก็ตามที่แสดงอารมณ์เกินกำหนดจะถูกส่งไปยังเหมืองร้างเพื่อ “ปรับทัศนคติ” ไม่มีใครกลับออกมา

“ลีรา” เป็นเด็กสาวกำพร้าที่เติบโตในเขตชานเมืองรกร้าง เธอทำงานเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแลกอาหารกระป๋องหมดอายุ ชีวิตของเธอไม่มีสีสัน จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะรื้อซากห้องสมุดใต้ดินที่ถูกทิ้งร้าง เธอพบหนังสือเล่มหนึ่งที่ปกแข็งสีน้ำเงินเข้มจาง ๆ ตัวหนังสือปั๊มทองคำจางจนแทบมองไม่เห็น ชื่อหนังสือคือ “จวบระพีอัสดง” เขียนโดยนักเขียนที่ไม่มีใครรู้จักในยุคนี้

ลีราซ่อนมันไว้ใต้เสื้อผ้าขาดวิ่น กลางคืนนั้น ในเพิงพักที่สร้างจากแผ่นโลหะ เธอเปิดอ่านด้วยแสงไฟจากหลอดไฟที่ขโมยมา ตัวอักษรสละสลวยพาเธอหลุดไปสู่อีกโลกหนึ่ง โลกที่ยังมีเจ้าคุณ มีบ่าว มีความรักที่ข้ามเส้นแบ่งชนชั้น ระพี บุตรชายที่เกิดจากบ่าว และนรินทร์ บ่าวหนุ่มที่สนิทสนมกันผ่านหนังสือเล่มเดียวกัน ความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ ทำให้ลีรารู้สึกถึงบางอย่างที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน ความหวัง ความอบอุ่น และความโหยหาการเป็นอิสระ

ทุกคืน ลีราอ่านหนังสือเล่มนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับมันเป็นยาเสพติด เธอเริ่มฝันถึงระพีและนรินทร์ ฝันว่าตัวเองเดินเคียงข้างพวกเขาในเรือนใหญ่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นดอกไม้ ไม่มีผู้พิทักษ์ ไม่มีชิปควบคุม เธอเริ่มพูดกับตัวเองเบา ๆ ว่าถ้าโลกนี้เคยมีคนที่กล้าท้าทายความอยุติธรรมได้ ทำไมเธอจะทำไม่ได้

วันหนึ่ง ขณะที่ลีราแอบอ่านหนังสือในมุมมืดของโรงงานรีไซเคิล เธอสังเกตเห็นตัวอักษรบางบรรทัดเรืองแสงอ่อน ๆ เมื่อสัมผัส เธอรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ วิ่งผ่านนิ้ว หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่แค่กระดาษธรรมดา มันมีพลังบางอย่างซ่อนอยู่ พลังที่ทำให้คนอ่านเริ่ม “รู้สึก” มากขึ้น ชิปควบคุมในสมองของเธอเริ่มส่งสัญญาณเตือน แต่ลีราไม่สนใจ เธอเริ่มรวบรวมคนที่เหลือรอดในเขตชานเมือง บอกพวกเขาถึงหนังสือเล่มนี้ บอกว่ามันคือกุญแจที่จะปลดปล่อยทุกคนจากสภาองค์กรสูงสุด

กลุ่มเล็ก ๆ ค่อย ๆ ก่อตัว พวกเขาเรียกตัวเองว่า “ผู้สืบทอดแสง” เพราะในหนังสือ ระพีเคยถูกเรียกว่าแสงระพี ส่วนนรินทร์คือแสงที่กำลังจะดับสู่อัสดง ลีรากลายเป็นผู้นำโดยไม่รู้ตัว เธออ่านข้อความจากหนังสือให้ทุกคนฟัง คำพูดของระพีที่ว่า “คนเราไม่มีวันเท่ากัน แต่เราสามารถเลือกที่จะยืนเคียงข้างกันได้” กลายเป็นคำขวัญ พวกเขาเริ่มวางแผนก่อกบฏเล็ก ๆ ตัดสายไฟฟ้าของผู้พิทักษ์ในย่านของตัวเอง ขโมยอาหารมาแบ่งปัน และที่สำคัญที่สุด คือแอบคัดลอกข้อความจากหนังสือเพื่อส่งต่อ

ทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้สวย ลีราเชื่อว่าหนังสือเล่มนี้ถูกส่งมาจากอดีตเพื่อช่วยพวกเขา มันทำให้คนที่เคยเย็นชากลับมารู้สึกถึงความเป็นมนุษย์อีกครั้ง เพื่อนร่วมกลุ่มคนหนึ่งที่เคยฆ่าคนเพื่ออาหาร เริ่มร้องไห้เมื่อได้ยินเรื่องความรักของระพีและนรินทร์ อีกคนที่เคยทรยศเพื่อนเพื่อแลกความปลอดภัย เริ่มปกป้องคนอื่นอย่างไม่หวังสิ่งตอบแทน ลีรารู้สึกว่าพวกเขากำลังจะชนะ

แต่แล้วคืนหนึ่ง หลังจากที่กลุ่มของลีราบุกเข้าไปในคลังข้อมูลลับของสภาองค์กรสูงสุดเพื่อขโมยแผนที่เขตแดนต้องห้าม ลีรานั่งอ่านหนังสืออีกครั้งเพื่อหาแรงใจ ทันใดนั้น ตัวอักษรเริ่มเปลี่ยนไป คำพูดของระพีที่เคยอบอุ่น กลายเป็นเย็นเยียบ “โลกนี้ไม่มีทางเปลี่ยนได้ เพราะความอยุติธรรมคือกฎธรรมชาติ” ลีราตกใจ แต่คิดว่าเธออ่านผิด คืนต่อมา ตัวอักษรเปลี่ยนมากขึ้น เรื่องราวที่เธออ่านซ้ำเป็นร้อยครั้ง เริ่มมีตอนใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ตอนที่ระพีทรยศนรินทร์ ส่งเขาไปตายเพื่อรักษาสถานะของตัวเอง

ลีราเริ่มสงสัย เธอค้นพบว่าทุกครั้งที่เธออ่านและส่งต่อข้อความให้คนอื่น ชิปควบคุมในสมองของคนในกลุ่มเริ่มทำงานผิดปกติ ไม่ใช่ในแบบที่ปลดปล่อย แต่ในแบบที่ทำให้พวกเขาค่อย ๆ สูญเสียการควบคุมตัวเอง คำขวัญที่เคยสร้างแรงบันดาลใจ กลายเป็นคำสั่งที่ทำให้คนในกลุ่มเริ่มฆ่ากันเองเพื่อ “พิสูจน์ความภักดี” ลีราพยายามเตือนทุกคน แต่ไม่มีใครเชื่อ พวกเขาบอกว่าเธอถูกผู้พิทักษ์ล้างสมอง

สุดท้าย ลีราต้องหนีออกจากกลุ่มที่ตัวเองสร้างขึ้น เธอวิ่งกลับไปยังห้องสมุดใต้ดินที่พบหนังสือเล่มนั้น ด้วยความหวังว่าจะทำลายมันทิ้ง แต่เมื่อเธอเปิดหน้าสุดท้าย ตัวอักษรเรืองแสงเจิดจ้า และปรากฏข้อความใหม่ที่เขียนตรงถึงเธอ

“เจ้าไม่เคยเป็นผู้ปลดปล่อย เจ้าเป็นเพียงเครื่องมือชิ้นสุดท้าย”

ลีรารู้สึกถึงความหนาวเย็นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ชิปในสมองของเธอเริ่มทำงานหนักจนปวดระเบิด เธอเห็นภาพในหัว ภาพที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน เธอคือลูกหลานโดยตรงของผู้เขียนหนังสือ Jacaranda K. ซึ่งแท้จริงแล้วคือหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งสภาองค์กรสูงสุดในอดีต ผู้เขียนได้ฝังพลังต้องสาปไว้ในหนังสือทุกเล่มที่ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ลับ พลังที่ดูเหมือนจะปลุกความรู้สึกดี ๆ แต่จริง ๆ แล้วค่อย ๆ บิดเบือนจิตใจให้คนอ่านกลายเป็นเครื่องมือในการรักษาระเบียบของระบอบเผด็จการ

ทุกครั้งที่มีคนพยายามก่อกบฏโดยใช้หนังสือเล่มนี้เป็นแรงบันดาลใจ พวกเขาจะค่อย ๆ ทำลายตัวเองจากภายใน และเมื่อการกบฏล้มเหลว สภาจะใช้เหตุการณ์นั้นเป็นข้ออ้างในการเข้มงวดกฎเกณฑ์มากขึ้น วงจรนี้เกิดซ้ำมานับศตวรรษ

ลีราคุกเข่าลงหน้าหนังสือ น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมโลกนี้ถึงไม่มีวันเปลี่ยน เพราะทุกความหวังที่เคยเกิดขึ้น ล้วนถูกออกแบบมาให้กลายเป็นความสิ้นหวังในที่สุด เธอพยายามฉีกหนังสือทิ้ง แต่กระดาษไม่ขาด ราวกับมันมีชีวิต

แสงจากตัวอักษรสว่างขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเปลวเพลิงสีน้ำเงินที่กลืนร่างของลีราเข้าไป เธอได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ของระพีในหัว “ความรักที่ข้ามเส้นแบ่ง คือความตายที่สวยงามที่สุด”

และในเมืองหลวง สภาองค์กรสูงสุดได้รับรายงานว่าการกบฏเล็ก ๆ ในเขตชานเมืองสิ้นสุดลงแล้ว โดยไม่ต้องส่งผู้พิทักษ์ไปแม้แต่คนเดียว พวกเขายิ้มอย่างพึงพอใจ และสั่งพิมพ์หนังสือ “จวบระพีอัสดง” ชุดใหม่ เพื่อรอผู้ที่จะค้นพบมันในวันข้างหน้า

โลกยังคงหมุนต่อไป ในความมืดที่ไม่มีวันจบสิ้น

นิยาย จวบระพีล่มสลาย บทสุดท้าย

เปลวเพลิงสีน้ำเงินกลืนกินร่างของลีราในพริบตา ความเจ็บปวดแผ่ซ่านราวกับไฟฟ้าช็อตสมองของเธอครั้งสุดท้าย ชิปควบคุมที่ฝังลึกส่งเสียงกรีดร้องในหัว แต่แล้วทุกอย่างก็เงียบสงัด ไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีเสียงผู้พิทักษ์ ไม่มีกลิ่นโลหะสนิมของเมืองร้าง มีเพียงความมืดที่อบอุ่นราวกับถูกโอบกอดด้วยผ้าคลุมไหมเก่า

ลีราเปิดตาขึ้นช้า ๆ เธอไม่ได้อยู่ในห้องสมุดใต้ดินอีกต่อไป แต่ยืนอยู่กลางสวนที่มีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้าน กลิ่นดอกมะลิและการะเวกลอยคละคลุ้ง อากาศเย็นชื้นราวกับยามค่ำในฤดูฝน เรือนไม้สักหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ประตูบานเฟี้ยมเปิดแง้ม แสงเทียนเล็ดลอดออกมา เธอรู้ทันทีว่านี่คือโลกในหนังสือ โลกของระพีและนรินทร์ ที่เธอฝันถึงทุกคืน

“เจ้ามาถึงแล้ว” เสียงนุ่มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง ลีราหันขวับ ระพีในชุดโจงกระเบนสีครามยืนอยู่ที่นั่น ใบหน้าหล่อเหลาแต่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ดวงตาที่เคยสว่างในเรื่องราว วันนี้กลับหมองหม่นราวกับถูกขังมานานแสนนาน “ข้าเฝ้ารอเจ้าอยู่”

ลีราถอยหลังก้าวหนึ่ง มือสั่นเทา “นี่…ไม่ใช่ความจริง ข้าโดนคำสาปกลืนเข้าไป”

ระพียิ้มเศร้า “ถูกต้อง นี่คือโลกที่ถูกขังไว้ในหน้ากระดาษ โลกที่ Jacaranda K. สร้างขึ้นเพื่อเป็นกรงขังเรา…และเป็นกับดักให้คนอย่างเจ้า”

จากในเรือน เด็กหนุ่มอีกคนเดินออกมา นรินทร์ หรือนิ่ม ในชุดบ่าวผ้าซิ่นสีเข้ม ใบหน้าอ่อนโยนแต่แฝงความขมขื่น เขาก้มศีรษะให้ลีราเล็กน้อย “ยินดีต้อนรับสู่ความจริงที่ไม่มีใครอยากรู้”

ทั้งสามนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ ระพีเริ่มเล่าเรื่องที่ไม่เคยปรากฏในหนังสือเล่มใด เรื่องราวจริงของพวกเขาในยุคสยามที่กำลังเปลี่ยนผ่าน เขาและนรินทร์รักกันจริง ข้ามเส้นแบ่งชนชั้นจริง แต่เมื่อการอภิวัฒน์ปะทุ ระพีกลัวเสียสถานะ กลัวเสียทุกอย่าง เขาทรยศนรินทร์ ส่งข้อมูลให้ทางการเพื่อแลกกับความปลอดภัย นรินทร์ถูกจับ ถูกทรมาน และตายอย่างโดดเดี่ยว

Jacaranda K. คือบุตรสาวของระพีในภายหลัง เธอเติบโตมาด้วยความผิดบาปที่พ่อส่งต่อมา เมื่อโลกล่มสลายสู่สงครามนิวเคลียร์และสภาองค์กรสูงสุดขึ้นครองอำนาจ Jacaranda ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง ได้ฝังวิญญาณของบิดาและนรินทร์ไว้ในหนังสือที่เธอเขียน เปลี่ยนเรื่องราวให้ดูสวยงาม เพื่อล่อให้คนในยุคใหม่ที่สิ้นหวังมาอ่าน เมื่อคนอ่านเริ่ม “รู้สึก” และก่อกบฏ วิญญาณของระพีที่ยังคงความเห็นแก่ตัวจะบิดเบือนความรู้สึกนั้น ให้กลายเป็นความคลั่งและการทำลายล้างตัวเอง วงจรนี้ดำเนินมานับศตวรรษ เพื่อรักษาอำนาจของสภาไว้

“เจ้าเป็นลูกหลานสายตรงคนสุดท้าย” นรินทร์พูดเสียงเบา “เลือดของเจ้ามีพลังที่จะเปิดประตูนี้ได้ และก็มีพลังที่จะปิดมันตลอดกาล”

ลีราฟังจนจบ น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว “แล้วข้าต้องทำอะไร”

ระพีมองเธอตรง ๆ “มีสองทาง ทางแรก เจ้ายอมรับเรื่องราวที่ถูกบิดเบือน กลายเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือ ช่วยเราล่อเหยื่อคนต่อไป โลกข้างนอกจะคงอยู่อย่างนี้ตลอดไป ไม่มีใครก่อกบฏอีก เพราะทุกความหวังจะถูกกลืนกิน”

“ทางที่สองล่ะ”

นรินทร์ยื่นมือมาแตะมือเธอ มือที่เย็นแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นที่เธอโหยหามาตลอด “เจ้าต้องเขียนตอนจบใหม่ ด้วยเลือดและชีวิตของเจ้า เปลี่ยนเรื่องราวให้ความรักชนะจริง ๆ ไม่ใช่แค่คำสวยหรู แต่ต้องยอมรับความผิดพลาดและไถ่บาป เมื่อตอนจบเปลี่ยน คำสาปจะแตก หนังสือทุกเล่มในโลกจริงจะเผาไหม้เอง วิญญาณของเราจะได้พักผ่อน…และคนข้างนอกจะเริ่มรู้สึกจริง ๆ โดยไม่ถูกบิดเบือนอีก”

ลีรานิ่งไปนาน เธอนึกถึงเพื่อนในกลุ่มที่ฆ่ากันตาย นึกถึงเด็กกำพร้าที่เธอเคยแบ่งอาหารด้วย นึกถึงโลกที่เย็นชาและปราศจากความหวัง เธอยิ้มทั้งน้ำตา “ข้าเลือกทางที่สอง”

ระพีหลับตาลง ใบหน้าแสดงความโล่งใจครั้งแรก “ข้าขอโทษนรินทร์ ข้าขอโทษเจ้าทุกคน”
นรินทร์กอดไหล่ระพี “ข้าอภัยให้เจ้าตั้งนานแล้ว”

ลีราดึงมีดเล็กที่ติดตัวมาจากโลกจริงกรีดฝ่ามือ เลือดหยดลงบนพื้นดิน สวนรอบตัวเริ่มสั่นไหว ตัวอักษรสีทองลอยขึ้นจากพื้นราวกับฝูงหิ่งห้อย เธอเริ่มเขียนในอากาศ ด้วยเลือดและความทรงจำ คำพูดใหม่ไหลออกจากใจ

“ในวันนั้น ระพีเลือกที่จะยืนเคียงข้างนรินทร์ ไม่ว่าฟ้าจะถล่มหรือแผ่นดินจะแตก เขาทิ้งสถานะ ทิ้งทุกอย่าง เพื่อปกป้องคนที่รัก และเมื่อสงครามพรากทุกสิ่ง ความรักของทั้งคู่กลายเป็นแสงสว่างที่นำทางคนรุ่นหลังให้กล้าฝันถึงโลกที่เท่าเทียม”

ทุกคำที่เขียน โลกในหนังสือสว่างขึ้น ระพีและนรินทร์ยิ้มให้กันครั้งสุดท้าย ร่างของทั้งคู่เริ่มจางหาย กลายเป็นแสงที่โอบล้อมลีรา

“ขอบใจเจ้า” ระพีกระซิบ “เจ้าให้ข้าได้ไถ่บาป”

ลีรารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ความเจ็บปวดจากคำสาป มันคือความอบอุ่นของการจากลา ร่างของเธอเริ่มแตกสลายเป็นฝุ่นแสง แต่ก่อนจะหายไปหมด เธอเห็นภาพสุดท้าย ภาพของโลกข้างนอก

ในเมืองหลวง สภาองค์กรสูงสุดกำลังประชุมอย่างสงบ ทันใดนั้น หนังสือ “จวบระพีอัสดง” ทุกเล่มในคลังลับเริ่มสั่น เปลวเพลิงสีน้ำเงินลุกโชนขึ้นจากตัวอักษร กลืนกินเล่มแล้วเล่มเล่า เสียงกรีดร้องดังลั่นเมื่อสมาชิกสภาบางคนที่เคยอ่านหนังสือในวัยเด็กเริ่มรู้สึกถึงความผิดบาปที่ถูกกดไว้ ความกลัว และความโกรธที่แท้จริง

ในเขตชานเมือง เด็กชายกำพร้าคนหนึ่งที่เคยเห็นลีราหายตัวไป เดินผ่านมาเจอซากห้องสมุดที่ไหม้เกรียม เขาเห็นเศษกระดาษที่เหลือเพียงคำสุดท้าย “ความรักที่แท้จริงคือการเสียสละ” เด็กชายหยิบมันขึ้นมา อ่านเบา ๆ และครั้งแรกในชีวิต เขารู้สึกถึงน้ำตาที่ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

ทั่วทั้งเอเทเรีย ผู้คนเริ่มร้องไห้โดยไม่มีเหตุผล เริ่มโกรธโดยไม่ถูกสั่ง เริ่มฝันถึงสิ่งที่ไม่เคยมี ชิปควบคุมในสมองเริ่มส่งสัญญาณผิดปกติ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การบิดเบือน มันคือการแตกสลาย

สภาพยายามส่งผู้พิทักษ์ออกไปปราบปราม แต่คราวนี้ ผู้คนไม่กลัวอีกต่อไป พวกเขายืนขึ้นพร้อมกัน โดยไม่มีผู้นำ โดยไม่มีคำขวัญ มีเพียงความรู้สึกที่แท้จริงที่ถูกปลดปล่อย

และในความมืดที่เคยไม่มีที่สิ้นสุด แสงเล็ก ๆ เริ่มก่อตัวขึ้นทีละดวง ราวกับดวงดาวที่หายไปนานกำลังกลับมา
ลีราเห็นภาพนั้นก่อนที่ทุกอย่างจะดับลง เธอยิ้มในแสงที่อบอุ่น
โลกยังไม่สมบูรณ์ ยังเต็มไปด้วยซากปรักหักพังและบาดแผลเก่า แต่ครั้งนี้ ความหวังไม่ได้ถูกออกแบบมาให้กลายเป็นความสิ้นหวังอีกต่อไป
มันเป็นความหวังที่เกิดจากความเสียสละที่แท้จริง
และนั่นคือตอนจบที่ไม่มีใครเคยเขียนมาก่อน


ช้อปสินค้าแบรนด์ดัง พร้อมดีลพิเศษทุกวัน สินค้าแบรนด์แท้ 100% ช้อปสินค้าแบรนด์ดัง พร้อมดีลพิเศษทุกวัน สินค้าแบรนด์แท้ 100%