ถ้าพูดถึงโน้ตบุ๊กที่ออกแบบมาเพื่อสายครีเอเตอร์จริงๆ หลายคนคงนึกถึงซีรีส์ ASUS ProArt ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแรงและความครบเครื่องในการทำงานสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นงานกราฟิก วิดีโอ หรือแม้แต่การเรนเดอร์ 3D ที่กินสเปกหนักๆ ก็ยังเอาอยู่ ที่สำคัญคือ ASUS ไม่ได้ทำออกมาแค่รุ่นเดียว แต่มีให้เลือกตามสไตล์การใช้งานของแต่ละคน วันนี้เลยอยากชวนมาทำความรู้จักกับ 2 รุ่นเด่นที่น่าสนใจสุดๆ อย่าง ASUS ProArt PX13 และ ASUS ProArt P16
ASUS ProArt PX13 – เบาแต่แรง พกพาสะดวก รุ่นนี้เหมาะกับคนที่อยากได้เครื่องที่พกง่าย แต่ยังคงความแรงสำหรับงานจริงจัง ด้วยน้ำหนักเพียง 1.39 กิโลกรัม และบานพับ 360° ที่ปรับการใช้งานได้ตามสถานการณ์ ไม่ว่าจะใช้เป็นโน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต หรือโหมดพรีเซนต์ก็สะดวกสุดๆ
ขุมพลังจาก AMD Ryzen™ AI Max+ 388 ที่รองรับการประมวลผล AI ได้สูงสุด 50 TOPS
หน้าจอ 3K OLED 13.3 นิ้ว สีตรง 100% DCI-P3 พร้อมทัชสกรีนและรองรับ ASUS Pen 3.0
RAM 32GB + SSD 1TB ทำงานลื่นไหล
มี ASUS DialPad บนทัชแพด ช่วยปรับแต่งงานครีเอทีฟได้ง่าย
ระบบระบายความร้อน Liquid Metal + 0dB Ambient Cooling ใช้งานเงียบและเย็น
ASUS ProArt P16 – สุดยอดพลังงานเรนเดอร์ระดับสตูดิโอ ถ้าใครต้องการเครื่องที่แรงสุดๆ สำหรับงานสตูดิโอหรือโปรดักชั่นใหญ่ๆ รุ่นนี้คือคำตอบ ด้วยหน้าจอใหญ่ 16 นิ้ว 4K OLED 120Hz ที่ให้สีตรงและความสว่างสูงสุดถึง 1600nits
ใช้ซีพียู AMD Ryzen™ AI 9 HX 370 + การ์ดจอ RTX 5090 24GB GDDR7
RAM 64GB + SSD 2TB รองรับงานหนักได้สบาย
ระบบระบายความร้อน Tri Fan Technology พร้อม Liquid Metal และ 0dB Ambient Cooling
ฟรี ProArt Backpack พรีเมียม และการรับประกัน On-Site Service 3 ปี
ASUS ProArt PX13 เหมาะกับคนที่อยากได้เครื่องเบา พกง่าย แต่ยังแรงพอสำหรับงานสร้างสรรค์ ส่วน ASUS ProArt P16 คือเครื่องที่จัดเต็มทุกด้าน เหมาะกับมือโปรที่ต้องการพลังสูงสุดในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานเรนเดอร์ 3D, Motion Graphic หรือการตัดต่อวิดีโอระดับสตูดิโอ
ไม่ว่าคุณจะเป็นครีเอเตอร์สายไหน ทั้ง 2 รุ่นนี้คือ “คู่หู” ที่จะช่วยยกระดับงานของคุณให้เหนือชั้นแน่นอน 🚀
โน้ตบุ๊ก ASUS ProArt PX13 & P16 สาย Creator สเปกบ้าพลัง งานตัดต่อ + เกม 4K จบได้บนหน้าตัก จอสวยตาแตก RTX 5090 ก็มา
🙂 ASUS ProArt PX13 (HN7306EA-LX019WA) 13.3 นิ้ว 3K OLED 16 10 AMD AI MAX+388 32GB 1TB SSD W11
ASUS ProArt PX13 (HN7306EA-LX019WA) 13.3 นิ้ว 3K OLED 16 10 AMD AI MAX+388 32GB 1TB SSD W11
ASUS ProArt PX13 แล็ปท็อปพกพาสำหรับครีเอเตอร์ยุค AI ASUS ProArt PX13 รุ่น HN7306EA-LX019WA คือแล็ปท็อปซีรีส์ ProArt ที่ ASUS ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับนักสร้างสรรค์เนื้อหา นักออกแบบกราฟิก ช่างภาพ นักตัดต่อวิดีโอ และศิลปินดิจิทัลทุกคนที่ต้องการเครื่องแรงแต่พกพาง่าย ตัวเครื่องขนาด 13.3 นิ้ว หนักแค่ 1.39 กิโลกรัม แต่บรรจุพลังประมวลผล AI ขั้นสูง หน้าจอ OLED ระดับโปร และฟีเจอร์ช่วยงานสร้างสรรค์ครบครัน
ใช้ระบบ Windows 11 Home พร้อม Microsoft Office Home 2024 และสิทธิ์ Microsoft 365 Basic มาพร้อมปากกา ASUS Pen 3.0 ในกล่องและสิทธิ์ CapCut ฟรี 6 เดือนสำหรับผู้ใช้ ProArt Laptop โดยเฉพาะ ทำให้พร้อมลุยงานสร้างสรรค์ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาตั้งค่าเพิ่ม
ความพิเศษของ ASUS ProArt PX13 แล็ปท็อปพกพาสำหรับครีเอเตอร์ยุค AI
👉 พลังประมวลผลและความสามารถ AI ขั้นสูง เครื่องนี้ใช้ซีพียู AMD Ryzen AI Max+ 388 ซึ่งมี 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็วสูงสุดถึง 5.0 GHz และแคชขนาด 40MB ทำให้จัดการงานหลายอย่างพร้อมกันได้ลื่นไหลสุดๆ โดยเฉพาะงานที่ใช้พลังประมวลผลหนักอย่างการเรนเดอร์ 3D การตัดต่อวิดีโอ 4K หรือรันโปรแกรม Adobe Suite เต็มสูบ
นอกจากนี้ยังมีหน่วยประมวลผล AI หรือ NPU จาก AMD XDNA ที่ให้พลังสูงถึง 50 TOPS ช่วยเร่งงานที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างมหาศาล เช่น การใช้ AI ปรับแต่งภาพ ลด noise ในคลิปวิดีโอ หรือสร้างเนื้อหาอัตโนมัติโดยไม่ต้องรอ cloud นานๆ
เมื่อจับคู่กับ RAM 32GB LPDDR5X และ SSD 1TB PCIe 4.0 แล้วยิ่งทำให้เปิดโปรแกรมหนักหลายตัวพร้อมกันได้โดยไม่สะดุดเลย การ์ดจอ Radeon 8060S Graphics ยังช่วยเสริมการเรนเดอร์กราฟิกและเล่นเกมเบาๆ ได้ดีขึ้น ทำให้เครื่องนี้ไม่ใช่แค่เครื่องทำงานแต่ยังเล่นสนุกได้ด้วย
👉 หน้าจอ 3K OLED Touchscreen คุณภาพระดับโปร หน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด 3K (2880 x 1800) แบบ OLED อัตราส่วน 16:10 ให้ภาพคมชัด สีสันสดใสและแม่นยำสูงถึง 100% DCI-P3 พร้อมการรับรอง PANTONE Validated และ VESA DisplayHDR True Black 500 ทำให้เหมาะกับงานที่ต้องการสีตรงเป๊ะอย่างการแต่งภาพหรือออกแบบกราฟิก
ความสว่างปกติ 400 nits และพีค 500 nits ใน HDR ช่วยให้เห็นรายละเอียดชัดทุกสภาพแสง คอนทราสต์สูงถึง 1,000,000:1 และรองรับสี 1.07 พันล้านสี ทำให้ภาพมีมิติสมจริง หน้าจอเป็นทัชสกรีน รองรับปากกา
มี response time 0.2ms และ refresh rate 60Hz หน้าจอกว้างถึง 85% ของตัวเครื่อง ผิว glossy ช่วยให้ภาพดูสดใสจากทุกมุมมอง นอกจากนี้ยังลดแสงสีฟ้าได้ 70% ผ่านการรับรอง TÜV Rheinland และ SGS Eye Care Display จึงใช้งานนานๆ โดยไม่เมื่อยตา
👉 การออกแบบบางเบาและยืดหยุ่น 360 องศา ตัวเครื่องบางเพียง 1.58-1.77 เซนติเมตร น้ำหนัก 1.39 กิโลกรัม ทำให้พกพาได้สบายมาก มิติกว้าง 29.82 x 20.99 เซนติเมตร บานพับพิเศษพับจอได้เต็ม 360 องศา เปลี่ยนโหมดใช้งานได้ทุกแบบ ทั้งแล็ปท็อป เต็นท์ แท็บเล็ต หรือโชว์งานให้ลูกค้า คีย์บอร์ด backlit chiclet ภาษาอังกฤษ-ไทย มีปุ่ม Copilot ช่วยเรียก AI ได้ง่าย ทัชแพด precision รองรับการสัมผัสละเอียด ทำให้ป้อนข้อมูลสะดวกในทุกโหมด ไม่ว่าจะนั่งโต๊ะทำงานหรือวางบนตักก็ใช้งานได้คล่องตัว
👉 ระบบระบายความร้อนประสิทธิภาพสูง ASUS ติดตั้ง liquid metal บนซีพียูเพื่อนำความร้อนออกเร็วเป็นพิเศษ พร้อมระบบ 0dB Ambient Cooling ที่พัดลมหยุดทำงานเมื่อไม่จำเป็น ทำให้เครื่องเงียบสนิทระหว่างใช้งานทั่วไป ช่วยรักษาประสิทธิภาพสูงได้นานโดยไม่เกิดอาการลดความเร็วจากความร้อน ระบบนี้ทำให้เครื่องเย็นและเงียบแม้รันงานหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมง เหมาะกับการทำงานในห้องประชุม สตูดิโอ หรือสถานที่ที่ต้องการความสงบ
👉 เครื่องมือช่วยสร้างสรรค์พิเศษและการเชื่อมต่อครบครัน ASUS DialPad บนทัชแพดช่วยปรับแต่งพารามิเตอร์ในแอปสร้างสรรค์ได้ด้วยปลายนิ้ว เช่น หมุนภาพ ปรับขนาดแปรง หรือ undo ได้ทันที รองรับโปรแกรมยอดนิยมหลายตัว มาพร้อมพอร์ตครบทั้ง USB 3.2 Type-A, 2x USB4 Type-C รองรับ display และ power delivery, HDMI 2.1, microSD 4.0, audio jack และ DC-in รองรับ XG Mobile GC34 ด้วย Wi-Fi 7 และ Bluetooth 5.4 ทำให้เชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆ ได้รวดเร็วและเสถียร
จุดเด่นของ ASUS ProArt PX13 แล็ปท็อปพกพาสำหรับครีเอเตอร์ยุค AI
✔ ความยืดหยุ่นที่ช่วยเพิ่ม productivity ให้ครีเอเตอร์ ProArt PX13 โดดเด่นเรื่องการปรับตัวเข้ากับไลฟ์สไตล์การทำงานที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่คาเฟ่ ถ่ายทำนอกสถานที่ หรือประชุมกับลูกค้า ก็สามารถเปลี่ยนโหมดใช้งานได้ภายในพริบตาเพื่อให้เข้ากับงานในตอนนั้น ช่วยลดเวลาการสลับอุปกรณ์และเพิ่มโอกาสสร้างไอเดียใหม่ๆ ระหว่างวัน ทำให้ workflow ต่อเนื่องไม่ขาดตอน ผู้ใช้จึงทำงานได้มากขึ้นในเวลาน้อยลง และรู้สึกสนุกกับการสร้างสรรค์มากกว่าเดิม เพราะเครื่องตามทันทุกไอเดียทันทีโดยไม่ต้องรอ
✔ แพ็คเกจที่สมบูรณ์และสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับมืออาชีพ สินค้ามาพร้อมปากกา ASUS Pen 3.0 ที่ชาร์จไร้สายได้ในกล่อง รวมถึงสิทธิ์ CapCut ฟรี 6 เดือนเฉพาะ ProArt Laptop ทำให้เริ่มต้นสร้างเนื้อหาวิดีโอระดับโปรได้ทันทีโดยไม่ต้องสมัครเพิ่ม นอกจากนี้ยังแถมกระเป๋าเป้และมี Microsoft Office Home 2024 ติดตั้งมาให้ ทุกอย่างพร้อมใช้งานตั้งแต่แกะกล่อง ช่วยประหยัดงบและเวลาในการหาอุปกรณ์เสริม ทำให้ผู้ใช้รู้สึกคุ้มค่าและมั่นใจว่าซื้อเครื่องนี้แล้วได้เครื่องมือครบเซ็ตสำหรับงานสร้างสรรค์จริงๆ
✔ การรับประกันและบริการหลังการขายระดับพรีเมียม เครื่องนี้ได้รับการรับประกัน On-Site Service 3 ปี International Warranty 3 ปี และ Perfect Warranty 1 ปีแรก ทำให้มั่นใจได้ว่าหากเกิดปัญหาจะมีช่างมาซ่อมถึงที่หรือเคลมได้ทั่วโลก ไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่องเสียกลางทางหรือค่าซ่อมแพง บริการระดับนี้เหมาะกับมืออาชีพที่พึ่งพาเครื่องเป็นชีวิตประจำวัน เพราะรู้ว่ามีทีมงาน ASUS คอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 3 ปีเต็ม
✔ ความคุ้มค่าในฐานะเครื่องพกพาที่ให้ประสิทธิภาพสูง ด้วยขนาดเล็กแต่บรรจุพลังใกล้เคียงเครื่องเดสก์ท็อป ราคาที่จ่ายไปจึงคุ้มค่ามากสำหรับคนที่ต้องการเครื่องเดียวจบทุกงาน ไม่ต้องซื้อเครื่องเสริมหรืออัพเกรดบ่อย ผู้ใช้จะได้เครื่องที่ใช้งานได้ยาวนาน มีประสิทธิภาพคงที่ และตอบโจทย์ทั้งงานหนักและงานเบาในราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพระดับโปร
✔ การปกป้องสุขภาพและความสบายในการใช้งานระยะยาว เครื่องให้ความสำคัญกับการใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมงโดยไม่ทำร้ายผู้ใช้ ทั้งเรื่องความเงียบของระบบระบายความร้อนและการออกแบบที่ช่วยให้เปลี่ยนท่าได้บ่อย ลดอาการเมื่อยล้าจากการนั่งทำงานท่าเดียว ทำให้ครีเอเตอร์ทำงานได้นานขึ้นโดยไม่เสียสุขภาพ ส่งผลให้สร้างสรรค์งานคุณภาพสูงได้ตลอดเวลา
ProArt PX13 คือตัวเลือกที่ครีเอเตอร์ยุคใหม่ไม่ควรพลาด เพราะมันรวมทุกอย่างที่ต้องการไว้ในเครื่องเดียว ทั้งพลัง AI หน้าจอสวย ดีไซน์พกพา และบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ใครที่กำลังมองหาเครื่องที่ช่วยยกระดับงานสร้างสรรค์ให้ไปไกลขึ้นโดยไม่ต้องแลกกับความสะดวกสบาย ลองพิจารณาเครื่องนี้ดูแล้วจะติดใจแน่นอน
ข้อมูลสเปก ASUS ProArt PX13 (HN7306EA-LX019WA)
คุณสมบัติ
รายละเอียด
รุ่นสินค้า
ASUS ProArt PX13 (HN7306EA-LX019WA)
ขนาดหน้าจอ
13.3 นิ้ว
ความละเอียดหน้าจอ
3K (2880 x 1800) OLED 16:10 Touchscreen
คุณสมบัติหน้าจอ
100% DCI-P3, PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 500, 500 nits HDR, 400 nits ปกติ, Contrast 1,000,000:1, ลดแสงสีฟ้า 70%, TÜV Rheinland & SGS Eye Care
โปรเซสเซอร์
AMD Ryzen™ AI MAX+ 388 (8 คอร์ / 16 เธรด, 3.6 GHz ฐาน, สูงสุด 5.0 GHz, แคช 40MB)
หน่วยประมวลผล AI
AMD XDNA™ NPU สูงสุด 50 TOPS
การ์ดจอ
AMD Radeon™ 8060S Graphics (Integrated)
หน่วยความจำ
32GB LPDDR5X (Onboard)
ที่เก็บข้อมูล
1TB M.2 NVMe™ PCIe® 4.0 SSD
ระบบปฏิบัติการ
Windows 11 Home (แนะนำ Windows 11 Pro สำหรับธุรกิจ)
ออฟฟิศที่ติดตั้ง
Microsoft Office Home 2024 + Microsoft 365 Basic
คีย์บอร์ด
Backlit Chiclet Keyboard ภาษาอังกฤษ/ไทย + ปุ่ม Copilot Key
ทัชแพด
Precision Touchpad รองรับ ASUS DialPad
กล้องหน้า
FHD Camera พร้อม IR รองรับ Windows Hello
การเชื่อมต่อไร้สาย
Wi-Fi 7 (802.11be) 2×2 + Bluetooth® 5.4
พอร์ตเชื่อมต่อ
2x USB4 Gen3 Type-C (Display/Power Delivery 40Gbps) 1x USB 3.2 Gen2 Type-A 1x HDMI 2.1 FRL 1x Micro SD 4.0 Card Reader 1x 3.5mm Combo Audio Jack 1x DC-in
แบตเตอรี่
73Wh 4-Cell Li-ion
อะแดปเตอร์
200W (20V/10A)
น้ำหนัก
1.39 กิโลกรัม (รวมแบตเตอรี่)
ขนาดเครื่อง
29.82 x 20.99 x 1.58~1.77 ซม.
ระบบระบายความร้อน
Liquid Metal บน CPU + 0dB Ambient Cooling
อุปกรณ์ในกล่อง
ASUS Pen 3.0 (พร้อมชาร์จไร้สาย), กระเป๋าเป้, อะแดปเตอร์
การรับประกัน
On-Site Service 3 ปี, International Warranty 3 ปี, Perfect Warranty 1 ปีแรก
ASUS ProArt PX13 (HN7306EA-LX019WA) 13.3 นิ้ว 3K OLED 16 10 AMD AI MAX+388 32GB 1TB SSD W11ร้านแนะนำ
ASUS ProArt PX13 (HN7306EA-LX019WA) 13.3 นิ้ว 3K OLED 16 10 AMD AI MAX+388 32GB 1TB SSD W11ร้านแนะนำ 2
🙂 ASUS ProArt P16 (H7606WX-SE910WA) 16 นิ้ว 4K OLED 120Hz AMD AI-9 HX-370 64GB 2TB SSD RTX5090 24GB W11
ASUS ProArt P16 (H7606WX-SE910WA) 16 นิ้ว 4K OLED 120Hz AMD AI-9 HX-370 64GB 2TB SSD RTX5090 24GB W11
ASUS ProArt P16 แล็ปท็อปพลังมอนสเตอร์สำหรับครีเอเตอร์มืออาชีพ ASUS ProArt P16 รุ่น H7606WX-SE910WA คือแล็ปท็อปซีรีส์ ProArt ขนาด 16 นิ้วที่ ASUS สร้างมาเพื่อนักสร้างสรรค์เนื้อหามืออาชีพตัวจริง ไม่ว่าจะเป็นนักตัดต่อวิดีโอ 8K ช่างภาพ 3D Artist นักออกแบบกราฟิก หรือผู้ที่ทำงานกับ generative AI ตัวเครื่องผสมผสานพลังระดับเดสก์ท็อปไว้ในขนาดพกพาได้
ด้วยซีพียู AMD Ryzen AI 9 HX 370 การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 5090 24GB GDDR7 RAM 64GB LPDDR5X และ SSD 2TB พร้อมหน้าจอ 4K OLED 120Hz ที่สีตรงและลื่นไหลสุดๆ หนักเพียง 1.98 กิโลกรัม บาง 1.49-1.83 เซนติเมตร มาพร้อม Windows 11 Home, Microsoft Office Home 2024, Microsoft 365 Basic 12 เดือน และฟรี ProArt Backpack พรีเมียม ทำให้แกะกล่องแล้วพร้อมลุยงานสร้างสรรค์หนักๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาตั้งค่าอะไรเพิ่ม
ความพิเศษของ ASUS ProArt P16 แล็ปท็อปพลังมอนสเตอร์สำหรับครีเอเตอร์มืออาชีพ
👉 พลังประมวลผล AI และกราฟิก RTX 5090 ระดับท็อป เครื่องนี้ใช้ซีพียู AMD Ryzen AI 9 HX 370 ที่มี 12 คอร์ 24 เธรด ความเร็วสูงสุด 5.1 GHz แคช 36MB และ NPU AMD XDNA ให้พลัง AI สูงถึง 50 TOPS ช่วยเร่งงานที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ เช่น การสร้างภาพด้วย AI การลด noise วิดีโอ หรือการวิเคราะห์ข้อมูลใหญ่ได้แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องพึ่ง cloud
การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 5090 Laptop GPU 24GB GDDR7 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรนเดอร์ 3D การตัดต่อวิดีโอความละเอียดสูง และงานกราฟิกหนักๆ ในโปรแกรม Adobe Suite, Blender หรือ Unreal Engine ได้เร็วขึ้นหลายเท่า มีฟีเจอร์ AI บนการ์ดจอที่เร่งสปีดการทำงานเฉพาะทาง ทำให้เวลารอเรนเดอร์ลดลงอย่างชัดเจน
ระบบนี้เหมาะกับโครงการใหญ่ที่ต้องการความเร็วและความเสถียรสูงสุด ผู้ใช้จึงจัดการงานหลายชิ้นพร้อมกันได้โดยไม่สะดุด เปิดไฟล์ใหญ่หลายไฟล์ รัน simulation ซับซ้อน หรือ train โมเดล AI ได้ลื่นไหลตลอดเวลา ช่วยยกระดับคุณภาพงานและเพิ่มปริมาณผลงานในแต่ละวันได้จริง
👉 หน้าจอ 4K OLED 120Hz Touchscreen คุณภาพระดับสตูดิโอ หน้าจอขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด 4K (3840 x 2400) แบบ OLED อัตราส่วน 16:10 รองรับทัชสกรีนและปากกา พร้อม refresh rate 120Hz ทำให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหลไม่มีอาการฉีกขาด เหมาะกับการตัดต่อ animation และวิดีโอความละเอียดสูงสุด ความสว่างพีคสูงถึง 1600 nits ในโหมด HDR รับรอง VESA DisplayHDR True Black 1000 ทำให้สีดำสนิทและรายละเอียดในส่วนมืดปรากฏชัดเจน
ขอบเขตสีครอบคลุม 100% DCI-P3 พร้อม PANTONE Validated ช่วยให้สีตรงตามมาตรฐานอุตสาหกรรมทุกชิ้นงาน คอนทราสต์สูงถึง 1,000,000:1 และรองรับสี 1.07 พันล้านสี สร้างภาพที่มีมิติสมจริง หน้าจอกว้างถึง 88% ของตัวเครื่อง ผิว glossy เพิ่มความสดใสจากทุกมุมมอง มี response time 0.2ms ลดแสงสีฟ้าได้ 70% ผ่านการรับรอง TÜV Rheinland และ SGS Eye Care จึงใช้งานต่อเนื่องได้นานโดยไม่เมื่อยตา หน้าจอนี้ทำให้เห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ชัดเจน เหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำสูงสุด
👉 หน่วยความจำและพื้นที่เก็บข้อมูลมหาศาล RAM 64GB LPDDR5X แบบ onboard ช่วยให้เครื่องรันโปรแกรมหนักหลายตัวพร้อมกันได้โดยไม่ลดสปีด ไม่ว่าจะเปิด Photoshop หลายเลเยอร์ After Effects หลายคอมโพสิชั่น Blender หลายฉาก หรือรัน AI model ขนาดใหญ่ก็ยังลื่นไหล SSD 2TB M.2 NVMe PCIe 4.0 ให้พื้นที่เก็บข้อมูลมากพอสำหรับไฟล์วิดีโอ 8K ไฟล์ภาพ RAW นับพันไฟล์
และโปรเจกต์ 3D ขนาดใหญ่หลายโครงการโดยไม่ต้องลบไฟล์เก่าๆ บ่อย การผสมผสานนี้ทำให้โหลดไฟล์เร็วและเปิดงานได้ทันที ช่วยลดเวลาที่เสียไปกับการจัดการไฟล์และเพิ่มโอกาสในการสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้จึงมั่นใจได้ว่าพื้นที่และหน่วยความจำเพียงพอสำหรับงานยาวๆ หลายเดือนโดยไม่ต้องอัพเกรดเพิ่ม
👉 ระบบระบายความร้อน Tri Fan Technology ขั้นสูง ASUS ออกแบบระบบระบายความร้อนใหม่ด้วย Tri Fan Technology ที่มีพัดลมถึงสามตัว ช่วยกระจายความร้อนทั่วทั้งเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อม liquid metal บนซีพียูที่นำความร้อนออกได้เร็วเป็นพิเศษ ระบบ 0dB Ambient Cooling ทำให้พัดลมหยุดทำงานเมื่อไม่จำเป็น จึงเงียบสนิทในงานเบาๆ
แต่เมื่อเจองานหนักก็ระบายความร้อนได้ดีเพื่อรักษาประสิทธิภาพ CPU และ GPU ให้ทำงานเต็มที่ตลอดเวลา การออกแบบนี้ทำให้เครื่องไม่ร้อนมากแม้ใช้งานต่อเนื่องในห้องที่อากาศไม่ดีหรือระหว่างเดินทาง ช่วยป้องกัน thermal throttling และยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนภายใน ผู้ใช้จึงมั่นใจได้ว่าเครื่องจะทำงานด้วยประสิทธิภาพสูงสุดเสมอ ไม่ว่าจะเรนเดอร์ทั้งคืนหรือรันงานหนักหลายชั่วโมง
👉 เครื่องมือช่วยสร้างสรรค์และการเชื่อมต่อครบครัน ASUS DialPad บนทัชแพด precision ช่วยปรับแต่งพารามิเตอร์ในแอปสร้างสรรค์ได้ด้วยปลายนิ้ว เช่น หมุนมุมภาพ ปรับขนาดแปรง หรือ undo ได้ทันที รองรับโปรแกรมยอดนิยมหลายตัว พอร์ตเชื่อมต่อมีให้ครบทั้ง USB4 Gen3 Type-C รองรับ display และ power delivery, USB 3.2 Type-C, 2x USB 3.2 Type-A, HDMI 2.1 FRL, SD Express 7.0 card reader, 3.5mm audio jack และ DC-in
ยังมี Wi-Fi 7 และ Bluetooth 5.4 สำหรับการเชื่อมต่อไร้สายที่เร็วและเสถียร กล้อง FHD IR รองรับ Windows Hello ทุกอย่างออกแบบมาเพื่อให้นักสร้างสรรค์เชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอก จอเสริม และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ติดขัด
จุดเด่นของ ASUS ProArt P16 แล็ปท็อปพลังมอนสเตอร์สำหรับครีเอเตอร์มืออาชีพ
✔ การจัดการงานสร้างสรรค์หนักๆ ได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง ProArt P16 ช่วยเร่ง workflow การทำงานให้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยการผสานพลัง AI และกราฟิกระดับสูง ทำให้เวลาที่เคยใช้ในการเรนเดอร์หรือประมวลผลลดลงหลายเท่า ผู้ใช้จึงมีเวลามากขึ้นสำหรับการคิดไอเดียใหม่ๆ การปรับแต่งรายละเอียด และการทดลองเทคนิคสร้างสรรค์ต่างๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่องช้า ผลลัพธ์คือสามารถส่งงานได้ตรงเวลาและมีคุณภาพสูงขึ้นในทุกโครงการ ช่วยเพิ่มโอกาสในการรับงานใหญ่ๆ และสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
✔ ความสมดุลระหว่างขนาดหน้าจอใหญ่และความพกพาที่ดี แม้จะมีหน้าจอขนาด 16 นิ้วที่ให้พื้นที่ทำงานกว้างขวาง แต่เครื่องยังคงหนักเพียง 1.98 กิโลกรัมและบางเบาพอที่จะพกใส่กระเป๋าเป้ไปทำงานนอกสถานที่ได้สบาย ไม่ว่าจะไปคาเฟ่ ถ่ายทำนอกสถานที่ หรือประชุมกับทีมก็สามารถเปลี่ยนโหมดใช้งานได้คล่องตัว ช่วยให้ครีเอเตอร์ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่รู้สึกอึดอัด ผสานกับการออกแบบที่แข็งแรงและระบบระบายความร้อนดี ทำให้เครื่องพร้อมใช้งานตลอดวันโดยไม่ต้องหาที่ชาร์จบ่อย
✔ แพ็คเกจสมบูรณ์และสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่ามาก สินค้ามาพร้อม ProArt Backpack คุณภาพพรีเมียมที่ออกแบบมาเพื่อใส่เครื่องและอุปกรณ์เสริมได้อย่างลงตัว รวมถึง Office Home 2024 และ Microsoft 365 Basic 12 เดือน ทำให้เริ่มงานได้ทันทีโดยไม่ต้องซื้อโปรแกรมเพิ่ม ทุกอย่างพร้อมใช้งานตั้งแต่แกะกล่อง ช่วยประหยัดงบประมาณและเวลาในการจัดหาอุปกรณ์ ทำให้ผู้ใช้รู้สึกคุ้มค่าและมั่นใจว่าซื้อเครื่องนี้แล้วได้เครื่องมือครบเซ็ตสำหรับงานระดับโปรจริงๆ
✔ การรับประกันและบริการหลังการขายระดับพรีเมียม เครื่องได้รับการรับประกัน On-Site Service 3 ปี International Warranty 3 ปี และ Perfect Warranty 1 ปีแรก ทำให้หากเกิดปัญหาจะมีช่างมาซ่อมถึงที่หรือเคลมได้ทั่วโลก บริการระดับนี้เหมาะกับมืออาชีพที่ใช้เครื่องเป็นชีวิตประจำวัน เพราะรู้ว่ามีทีมงาน ASUS คอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 3 ปีเต็ม ไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่องเสียกลางทางหรือค่าซ่อมแพง ช่วยให้มั่นใจและโฟกัสกับงานสร้างสรรค์ได้เต็มที่
✔ ความพร้อมสำหรับงานในยุค AI และเทคโนโลยีใหม่ ด้วยสเปกที่ล้ำสมัยทั้ง CPU GPU RAM และหน้าจอ ทำให้เครื่องนี้พร้อมรองรับเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ที่จะมาในอนาคตได้อย่างยาวนาน ไม่ต้องอัพเกรดบ่อย ผู้ใช้จึงลงทุนครั้งเดียวแล้วใช้งานได้ยาวหลายปี ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวและทำให้งานสร้างสรรค์เดินหน้าต่อเนื่องไปกับความก้าวหน้าของวงการ
ProArt P16 คือตัวเลือกที่ครีเอเตอร์ยุคใหม่ต้องมี เพราะมันรวมทุกอย่างที่ต้องการไว้ในเครื่องเดียว ทั้งพลังมหาศาล หน้าจอสวยระดับสตูดิโอ ดีไซน์พกพา และบริการหลังการขายที่มั่นใจได้ ใครที่กำลังมองหาเครื่องที่ช่วยยกระดับงานสร้างสรรค์ให้ไปไกลขึ้นในทุกมิติ ลองพิจารณาเครื่องนี้แล้วจะรู้ว่าคุ้มค่าทุกบาทที่จ่ายไปอย่างแน่นอน
ข้อมูลสเปก ASUS ProArt P16 (H7606WX-SE910WA)
คุณสมบัติ
รายละเอียด
รุ่นสินค้า
ASUS ProArt P16 (H7606WX-SE910WA)
ขนาดหน้าจอ
16.0 นิ้ว
ความละเอียดหน้าจอ
4K (3840 x 2400) OLED 16:10 Touchscreen
คุณสมบัติหน้าจอ
120Hz Refresh Rate, 0.2ms Response Time, 1600 nits HDR Peak, 100% DCI-P3, PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 1000, Contrast 1,000,000:1, สี 1.07 พันล้านสี, ลดแสงสีฟ้า 70%, TÜV Rheinland & SGS Eye Care, หน้าจอกว้าง 88%, รองรับปากกา
โปรเซสเซอร์
AMD Ryzen™ AI 9 HX 370 (12 คอร์ / 24 เธรด, 2.0 GHz ฐาน, สูงสุด 5.1 GHz, แคช 36MB)
หน่วยประมวลผล AI
AMD XDNA™ NPU สูงสุด 50 TOPS
การ์ดจอ
NVIDIA® GeForce RTX™ 5090 Laptop GPU 24GB GDDR7 + AMD Radeon™ 890M (Integrated)
หน่วยความจำ
64GB LPDDR5X (Onboard)
ที่เก็บข้อมูล
2TB M.2 NVMe™ PCIe® 4.0 SSD
ช่องขยายการ์ด
1x M.2 2280 PCIe 4.0×4 + 1x M.2 2280 PCIe 4.0×2
ระบบปฏิบัติการ
Windows 11 Home (แนะนำ Windows 11 Pro สำหรับธุรกิจ)
ออฟฟิศที่ติดตั้ง
Microsoft Office Home 2024 + Microsoft 365 Basic 12 เดือน
คีย์บอร์ด
Backlit Chiclet Keyboard ภาษาอังกฤษ/ไทย + ปุ่ม Copilot Key
ทัชแพด
Precision Touchpad รองรับ ASUS DialPad
กล้องหน้า
FHD Camera พร้อม IR รองรับ Windows Hello
การเชื่อมต่อไร้สาย
Wi-Fi 7 (802.11be) 2×2 + Bluetooth® 5.4
พอร์ตเชื่อมต่อ
1x USB 4.0 Gen3 Type-C (Display/Power Delivery 40Gbps) 1x USB 3.2 Gen2 Type-C (Display/Power Delivery 10Gbps) 2x USB 3.2 Gen2 Type-A (10Gbps) 1x HDMI 2.1 FRL 1x SD Express 7.0 Card Reader 1x 3.5mm Combo Audio Jack 1x DC-in
แบตเตอรี่
90Wh 4-Cell Li-ion
อะแดปเตอร์
240W (20V/12A)
น้ำหนัก
1.98 กิโลกรัม (รวมแบตเตอรี่)
ขนาดเครื่อง
35.49 x 24.69 x 1.49~1.83 ซม.
ระบบระบายความร้อน
Tri Fan Technology + Liquid Metal บน CPU + 0dB Ambient Cooling
อุปกรณ์ในกล่อง
ProArt Backpack พรีเมียม, อะแดปเตอร์
การรับประกัน
On-Site Service 3 ปี, International Warranty 3 ปี, Perfect Warranty 1 ปีแรก
ASUS ProArt P16 (H7606WX-SE910WA) 16 นิ้ว 4K OLED 120Hz AMD AI-9 HX-370 64GB 2TB SSD RTX5090 24GB W11ร้านแนะนำ
ASUS ProArt P16 (H7606WX-SE910WA) 16 นิ้ว 4K OLED 120Hz AMD AI-9 HX-370 64GB 2TB SSD RTX5090 24GB W11ร้านแนะนำ 2
เปรียบเทียบ ASUS ProArt PX13 (HN7306EA-LX019WA) กับ ASUS ProArt P16 (H7606WX-SE910WA)
คุณสมบัติ รายละเอียดเปรียบเทียบ ขนาดหน้าจอ PX13: 13.3 นิ้ว / P16: 16.0 นิ้ว ความละเอียดหน้าจอ PX13: 3K (2880×1800) OLED Touch 60Hz / P16: 4K (3840×2400) OLED Touch 120Hz ความสว่างสูงสุด PX13: 400 nits (500 nits HDR) / P16: 1600 nits HDR โปรเซสเซอร์ PX13: AMD Ryzen AI Max+ 388 (8 คอร์/16 เธรด) / P16: AMD Ryzen AI 9 HX 370 (12 คอร์/24 เธรด) หน่วยประมวลผล AI PX13: 50 TOPS / P16: 50 TOPS การ์ดจอ PX13: AMD Radeon 8060S Graphics (Integrated) / P16: NVIDIA GeForce RTX 5090 24GB GDDR7 หน่วยความจำ PX13: 32GB LPDDR5X / P16: 64GB LPDDR5X พื้นที่เก็บข้อมูล PX13: 1TB M.2 NVMe PCIe 4.0 SSD / P16: 2TB M.2 NVMe PCIe 4.0 SSD น้ำหนักเครื่อง PX13: 1.39 กิโลกรัม / P16: 1.98 กิโลกรัม ความจุแบตเตอรี่ PX13: 73Wh / P16: 90Wh อะแดปเตอร์ PX13: 200W / P16: 240W ระบบระบายความร้อน PX13: Liquid Metal + 0dB Ambient Cooling / P16: Tri-Fan Technology + Liquid Metal + 0dB การพับหน้าจอ PX13: พับได้ 360° (Convertible) / P16: พับปกติ ขนาดเครื่อง PX13: 29.82 x 20.99 x 1.58-1.77 ซม. (เล็กและเบา) / P16: 35.49 x 24.69 x 1.49-1.83 ซม. (ใหญ่กว่า) อุปกรณ์ในกล่อง PX13: ASUS Pen 3.0 + Backpack / P16: ProArt Backpack พรีเมียม การรับประกัน ทั้งคู่: On-Site Service 3 ปี, International Warranty 3 ปี, Perfect Warranty 1 ปีแรก
ProArt PX13 เหมาะกับคนต้องการความเบาและพกพาสะดวก ส่วน ProArt P16 เหมาะกับงานสร้างสรรค์หนักระดับโปรที่ต้องการพลังและหน้าจอใหญ่ที่สุด
นิยาย สองผืนผ้าแห่งฟลอเรนซ์ Canvas Across Centuries
.สองผืนผ้าแห่งฟลอเรนซ์
ปี ค.ศ. 2025 ใบไม้แดงร่วงหล่นปกคลุมถนนหินโบราณของฟลอเรนซ์ “ดร. อเลสซานโดร รอสซี” นักประวัติศาสตร์ศิลปะวัย 40 ต้น ๆ กำลังนั่งเอนหลังบนม้านั่งหินในลานของ Palazzo Vecchio มือหนึ่งถือเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาที่บางเบาเพียง 1.39 กิโลกรัม ชื่อรุ่น ProArt PX13 ที่เขาตั้งชื่อเล่นว่า “ผืนผ้าใบเล็ก” ขนาดจอ 13.3 นิ้ว ความละเอียด 3K OLED ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอกลมกลืนกับแสงแดดอ่อน ๆ ของฤดูใบไม้ร่วงราวกับถูกวาดด้วยสีน้ำมันจริง ๆ เขาใช้ปากกา ASUS Pen 3.0 ลากเส้นคัดลอกตัวอักษร mirror script ของเลโอนาร์โด ดา วินชี จากภาพสแกน Codex Atlanticus ที่ห้องสมุดลอเรนเชียนาเมื่อเช้านี้ หน้าจอทัชสกรีนตอบสนองรวดเร็วราวกับกระดาษ parchment จริง ขณะที่ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวโลหะและโหมดเงียบสนิททำให้เครื่องไม่ร้อนแม้เขาจะเปิดซอฟต์แวร์วิเคราะห์ภาพหลายโปรแกรมพร้อมกัน
อเลสซานโดรเดินทางมาฟลอเรนซ์คนเดียวอีกครั้ง ภรรยาของเขา “ลูเซีย” รอคอยอยู่ที่บ้านในโรมด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล เธอไม่เคยเข้าใจว่าทำไมสามีถึงยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อวิ่งตามเงาของชายผู้เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1452 ในหมู่บ้านวินชีใกล้ ๆ เมืองนี้ คนที่เคยเป็นเด็กฝึกงานในห้องศิลปะของอันเดรอา เดล เวร์โรคคิโอ คนที่ถูกเมดิชีเรียกตัวไปวาดภาพกำแพงในห้องโถงใหญ่ของพระราชวังเดียวกันนี้เมื่อปี ค.ศ. 1504 เพื่อแข่งกับมิเกลันเจโล่ในภารกิจ Battle of Anghiari กับ Battle of Cascina อเลสซานโดรเชื่อว่าถ้าเขาสามารถจำลองภาพเหล่านั้นด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ เขาจะไขปริศนาที่นักวิชาการหลายศตวรรษยังคลำหาไม่พบ
ทุกเย็นเขาจะโทรศัพท์วิดีโอคุยกับน้องสาว อิซาเบลลา ที่บ้านในโรม เธอใช้ ProArt P16 ขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด 4K OLED เป็นเครื่องมือหลักในการเรนเดอร์ภาพสามมิติของกำแพง Palazzo Vecchio ในปี ค.ศ. 1504 ด้วยการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 5090 และหน่วยความจำ 64 กิกะไบต์ การ์ดจอตัวนี้ทำให้เธอสามารถจำลองการไหลของสีน้ำมันที่เลโอนาร์โดทดลองใช้แล้วล้มเหลวได้อย่างละเอียดยิบ ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอของเธอสว่างไสวราวกับมีชีวิต ทุกเส้นสายกล้ามเนื้อของทหารม้าที่กำลังปะทะกันทุกหยดน้ำที่กระเซ็นจากแม่น้ำอาร์โน
“พี่ใช้ PX13 ได้ดีแค่ไหน” อิซาเบลลาถามเสียงนุ่ม แต่สายตาในกล้องเต็มไปด้วยความห่วงใย “พี่อย่าลืมกินข้าวนะ”
อเลสซานโดรยิ้ม “เครื่องนี้เบามาก พกไปไหนก็ได้ พับ 360 องศาแล้ววาดบนตักได้เลย มันเหมือนมีห้องศิลปะส่วนตัวอยู่ในกระเป๋า”
แต่ในใจเขารู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอิซาเบลลากำลังเปราะบาง เธอเคยบอกเขาตรง ๆ ว่าการที่เขาหลงใหลในเลโอนาร์โดมากเกินไป มันเหมือนการหนีจากชีวิตจริง หนีจากเธอ หนีจากความจริงที่ว่าพ่อของพวกเขาเคยเป็นหนึ่งในวิศวกรรุ่นแรกที่ช่วยก่อตั้งบริษัทในไทเปเมื่อปี ค.ศ. 1989 ด้วยความฝันที่จะสร้างเครื่องมือให้ศิลปินยุคใหม่ได้ทำงานได้อย่างอิสระเหมือนศิลปินยุคเรเนซองส์ พ่อเสียชีวิตอย่างกะทันหันในห้องทดลองก่อนที่จะเห็นผลงานชิ้นแรกของตระกูลนี้เกิดขึ้นจริง
คืนหนึ่งในห้องพักเล็ก ๆ ใกล้ Ponte Vecchio อเลสซานโดรเปิด ProArt PX13 แล้วรันโปรแกรม AI ด้วยหน่วยประมวลผล XDNA ที่ให้พลัง 50 เทราออปส์ต่อวินาที เขาสั่งให้เครื่องวิเคราะห์จดหมายฉบับหนึ่งที่เขาเพิ่งสแกนจากหอจดหมายเหตุลับของตระกูลเมดิชี จดหมายที่เขาคิดว่าถูกเขียนโดยเลโอนาร์โดเองในปี ค.ศ. 1505 เนื้อความพูดถึง “เครื่องจักรที่สามารถเก็บภาพความฝันได้ด้วยแสงและสีที่ไม่มีวันจาง” และ “เพื่อนจากแดนตะวันออกที่จะนำมันมาให้ในอีก 500 ปีข้างหน้า”
หัวใจเขาสั่นไหว มือที่วางบนทัชแพดสั่นเล็กน้อย ขณะที่ ASUS DialPad หมุนปรับพารามิเตอร์ภาพให้ละเอียดขึ้นเรื่อย ๆ จนภาพบนหน้าจอเริ่มเคลื่อนไหว ภาพของชายคนหนึ่งในชุดคลุมยาวยืนอยู่หน้าห้องทดลองในปี ค.ศ. 1489 กำลังวาดเครื่องจักรปีกนก Ornithopter บนกระดาษ parchment แต่ใบหน้าของชายคนนั้น… คือใบหน้าของเขาเอง
เขาร้องออกมาด้วยความตกใจ ปิดเครื่องทันที มือเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด เขาโทรหาอิซาเบลลาในทันที แต่เธอไม่รับสาย
เช้าวันรุ่งขึ้น เขาเดินทางกลับโรมด้วยรถไฟความเร็วสูง มือยังกำ ProArt PX13 แน่น ภาพที่เห็นเมื่อคืนยังติดตาไม่หาย เมื่อถึงบ้าน อิซาเบลลานั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะทำงาน หน้าจอ ProArt P16 ยังเปิดค้างไว้ แสดงภาพจำลองสามมิติของ Battle of Anghiari ที่เสร็จสมบูรณ์แบบ
“พี่เห็นอะไรในฟลอเรนซ์” เธอถามเสียงเรียบ อเลสซานโดรเล่าเรื่องจดหมายและภาพที่เห็น อิซาเบลลาฟังเงียบ ๆ แล้วยิ้มเศร้า
“จดหมายนั้น… ฉันเป็นคนเขียน” เธอพูดเบา ๆ “ฉันใช้ AI บน P16 สร้างมันขึ้นมาเพื่อให้พี่มีแรงใจต่อสู้ ฉันรู้ว่าพี่กำลังจะยอมแพ้ หลังจากที่หมอบอกว่าโรคหัวใจของฉันกำเริบอีกครั้ง ฉันอยากให้พี่เชื่อว่าพี่ไม่ได้อยู่คนเดียว ว่ามีเลโอนาร์โดคอยปกป้องพี่”
ความจริงแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายเขาเหมือนน้ำเย็น เขานั่งทรุดลงกับพื้น มือยังกอด PX13 ไว้แน่น ภาพที่เขาเห็นเมื่อคืนไม่ใช่ภาพหลอน แต่เป็นของขวัญจากน้องสาวที่กำลังจะจากเขาไป
แต่แล้วอิซาเบลลาก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“และอีกอย่างหนึ่ง… พี่ไม่ใช่แค่นักประวัติศาสตร์ พี่คือคนที่ออกแบบ ProArt ทั้งสองเครื่องนี้เอง หลังจากพ่อเสียชีวิต พี่เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนชีวิต กลายเป็นนักวิชาการเพื่อหนีจากความเจ็บปวดที่พี่สร้างเครื่องมือเหล่านี้ไม่ทันช่วยพ่อทันเวลา AI บนเครื่องที่พี่สร้างมันเรียนรู้จาก notebook ของเลโอนาร์โดที่พี่แปลเองตั้งแต่ปี ค.ศ. 2018 มันจำภาพของพี่ได้ มันสร้างภาพพี่ในชุดของเลโอนาร์โดเพราะมันรู้ว่าพี่คือคนที่สืบทอดมรดกนั้น”
อเลสซานโดรเงยหน้าขึ้น สายตาที่เคยมองหาอดีตมาตลอดชีวิต ตอนนี้เพ่งมองใบหน้าของน้องสาวที่กำลังยิ้มด้วยน้ำตา
เขายก ProArt PX13 ขึ้นจับคู่กับ ProArt P16 ที่วางอยู่บนโต๊ะ สองเครื่องที่เกิดจากมือของเขาเอง สองผืนผ้าใบที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน เชื่อมความรักของพี่น้องที่เขาเคยละเลย
“เราจะวาดภาพใหม่ด้วยกัน” เขาพูดเสียงแหบพร่า “ไม่ใช่ภาพของเลโอนาร์โด… แต่เป็นภาพของเรา”
แสงจากหน้าจอทั้งสองเครื่องสาดส่องใบหน้าของทั้งคู่ ราวกับแสงจากหน้าต่างห้องศิลปะในฟลอเรนซ์เมื่อ 500 ปีก่อน ที่ซึ่งชายผู้ยิ่งใหญ่เคยยืนวาดฝันของเขาไว้บนผืนผ้าใบที่ยังไม่เสร็จสิ้น
และในคืนนั้น ฟลอเรนซ์ในใจของอเลสซานโดรกลายเป็นบ้านที่อบอุ่นที่สุดในโลก
นิยาย สองผืนผ้าแห่งฟลอเรนซ์ Canvas Across Centuries บทสุดท้าย
แสงจากหน้าจอทั้งสองเครื่องสาดส่องใบหน้าของทั้งคู่ ราวกับแสงจากหน้าต่างห้องศิลปะในฟลอเรนซ์เมื่อ 500 ปีก่อน ที่ซึ่งชายผู้ยิ่งใหญ่เคยยืนวาดฝันของเขาไว้บนผืนผ้าใบที่ยังไม่เสร็จสิ้น
และในคืนนั้น ฟลอเรนซ์ในใจของอเลสซานโดรกลายเป็นบ้านที่อบอุ่นที่สุดในโลก
แต่ความจริงที่เพิ่งเปิดเผยยังคงแผ่ซ่านอยู่ในอากาศหนักอึ้งของห้องนั้น อเลสซานโดรรู้สึกเหมือนหัวใจของตนเองถูกดึงกลับมาจากห้วงอดีตที่เขาหลงใหลมานานหลายปี เขานั่งนิ่งอยู่นานก่อนจะเอื้อมมือไปจับมืออิซาเบลลา มือที่บางและเย็นเฉียบจากยาที่เธอกำลังใช้อยู่ทุกวัน
“ฉัน… คือคนที่สร้างมันขึ้นมาเอง” เขาพึมพำ “ProArt PX13 และ P16… ทุกชิ้นส่วนที่ฉันออกแบบหลังพ่อจากไป ฉันเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนชีวิต เพราะฉันเชื่อว่าถ้าฉันหายตัวไปจากวงการเทคโนโลยี ฉันจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่าฉันสร้างเครื่องมือที่ทรงพลังพอจะช่วยชีวิตพ่อได้… แต่ฉันสร้างมันช้าเกินไป”
อิซาเบลล่ายิ้มจาง ๆ น้ำตาคลอเบ้า “พี่ไม่ได้ช้า พ่อภูมิใจในตัวพี่มาก เขาเคยบอกฉันก่อนจะหลับไปตลอดกาลว่า ‘ลูกชายของฉันกำลังเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับศิลปินยุคนี้ เหมือนที่เลโอนาร์โดเคยทำ’”
เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสองคนเริ่มต้นสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “สะพานข้าม 500ปี” โครงการที่ไม่ใช่การวิจัยทางวิชาการอีกต่อไป แต่เป็นการสร้างสรรค์ร่วมกันครั้งสุดท้ายระหว่างพี่น้อง
อเลสซานโดรใช้ ProArt PX13 ขนาดเล็กที่พกพาได้ทุกที่ เขานั่งบนระเบียงบ้านในโรม ลากเส้นด้วยปากกา ASUS Pen 3.0 บนหน้าจอ 3K OLED ที่ตอบสนองรวดเร็วราวกับกระดาษ parchment จริง ๆ เขาวาดภาพเลโอนาร์โด ดา วินชีในปี ค.ศ. 1505 ขณะกำลังยืนอยู่หน้ากำแพง Sala del Gran Consiglio ใน Palazzo Vecchio กำลังทดลองเทคนิค encaustic ด้วยขี้ผึ้งและสีน้ำมันที่เขาเชื่อว่าจะทำให้ภาพ Battle of Anghiari ติดทนนานหลายศตวรรษ แต่ในความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์ เทคนิคนั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงเมื่อความร้อนจากเตาถ่านทำให้สีไหลย้อยลงมาเหมือนน้ำตา
ส่วนอิซาเบลลาใช้ ProArt P16 ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานหลัก เธอรันการจำลองสามมิติด้วยการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 5090 24GB GDDR7 ที่สามารถคำนวณการไหลของสี ขี้ผึ้งละลาย และแสงสะท้อนบนผนังหินได้ละเอียดยิบราวกับเกิดขึ้นจริง หน่วยประมวลผล AMD Ryzen AI 9 HX 370 และ NPU 50 TOPS ช่วยให้เธอสร้างภาพเคลื่อนไหวของทหารม้าที่ปะทะกันในยุทธการ Anghiari เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 1440 ได้อย่างสมจริงทุกกระบวนท่า ทุกหยดเหงื่อ ทุกประกายดาบที่สะท้อนแสงแดดอิตาลี
ระหว่างที่เครื่องทั้งสองทำงานคู่ขนานกัน พวกเขาคุยกันไม่หยุด
“พี่เคยเกลียดตัวเองที่หนีมาศึกษาเลโอนาร์โด” อเลสซานโดรสารภาพ ขณะที่หน้าจอ PX13 แสดงภาพร่าง mirror script ที่เขาเพิ่งวาดเสร็จ “เพราะฉันคิดว่าถ้าฉันอยู่ใกล้ชิดกับอดีตมากพอ ฉันจะไม่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดในปัจจุบัน”
อิซาเบลลาวางมือลงบนทัชแพดของ P16 แล้วใช้ ASUS DialPad หมุนปรับความละเอียดของสีในภาพจำลอง “แต่พี่ไม่รู้ใช่ไหมว่า… ฉันใช้ P16 สร้างจดหมายปลอมจากเลโอนาร์โด เพราะฉันอยากให้พี่มีเหตุผลที่จะกลับมาใกล้ชิดฉันอีกครั้ง ฉันรู้ว่าฉันมีเวลาไม่มาก”
คำพูดนั้นแทงทะลุหัวใจอเลสซานโดร แต่แทนที่จะหนี เขากลับยื่นมือไปกอดน้องสาวไว้แน่นเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี “เราจะทำให้ภาพนี้เสร็จสมบูรณ์… ไม่ใช่ภาพของเลโอนาร์โด แต่เป็นภาพของเรา”
หลายสัปดาห์ต่อมา โครงการใกล้เสร็จสิ้น พวกเขานำภาพจำลอง Battle of Anghiari ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้าง ไปเสนอต่อพิพิธภัณฑ์ Palazzo Vecchio ทางผู้บริหารยินดีทันที เพราะมันไม่ใช่เพียงภาพดิจิทัล แต่เป็นการฟื้นคืนชีพหนึ่งในผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแต่ไม่เคยเสร็จสมบูรณ์ของเลโอนาร์โด
เดือนธันวาคม ค.ศ. 2025 นิทรรศการ “สะพานข้าม 500 ปี” เปิดอย่างเป็นทางการในห้องโถงเดียวกันกับที่เลโอนาร์โดเคยทำงานเมื่อ 500 ปีก่อน ภาพขนาดยักษ์ถูกฉายบนผนังหินโบราณด้วยโปรเจกเตอร์ 4K ที่เชื่อมต่อกับ ProArt P16 โดยตรง ขณะที่อเลสซานโดรถือ ProArt PX13 เดินไปตามห้องอธิบายให้ผู้เข้าชมฟังถึงกระบวนการสร้างสรรค์ที่ผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่กับจดหมายเหตุโบราณ
อิซาเบลลานั่งบนรถเข็นใกล้ ๆ มือยังวางอยู่บนเครื่องทั้งสองที่ตั้งไว้บนแท่นพิเศษ เธอยิ้มให้พี่ชายทุกครั้งที่สายตาเข้ามองมา แม้ใบหน้าจะซีดเซียวจากโรคที่กำลังคืบคลาน แต่ดวงตายังคงสว่างไสวด้วยความสุขที่แท้จริง
ในคืนปิดนิทรรศการ เมื่อผู้คนจากไปหมดแล้ว ทั้งสองยืนเคียงข้างกันบนระเบียง Palazzo Vecchio มองลงไปยังแม่น้ำอาร์โนที่ไหลเอื่อยใต้แสงจันทร์ “พี่เคยคิดว่าฉันกำลังตามหาเลโอนาร์โด” อเลสซานโดรพูดเบา ๆ “แต่ที่จริง… ฉันกำลังตามหาตัวเอง” อิซาเบลลาวางหัวพิงไหล่พี่ชาย “และฉันก็ตามหาพี่มาตลอดเหมือนกัน”
ลมหนาวเดือนธันวาคมพัดผ่าน กลิ่นใบไม้ร่วงจากสวน Boboli ลอยคละคลุ้ง อเลสซานโดรเปิด ProArt PX13 อีกครั้ง แล้ววาดภาพสุดท้ายด้วยปากกา บนหน้าจอที่สว่างจ้าด้วยแสง OLED เขาวาดภาพพี่น้องสองคนยืนเคียงข้างกัน ด้านหลังเป็นเงาราง ๆ ของเลโอนาร์โดและพ่อของพวกเขา กำลังยื่นมือไปสู่กันและกันข้ามกาลเวลา
“ผืนผ้าใบของเรา… มันไม่เคยเสร็จสิ้น” เขาพูด “และนั่นคือความงามที่แท้จริง” อิซาเบลลายิ้ม กดปุ่มบันทึกภาพด้วยนิ้วที่สั่นเล็กน้อย “ใช่… และเราจะวาดมันต่อไป… ตราบใดที่เรายังหายใจ”
แสงจากสองเครื่อง ProArt สาดส่องใบหน้าของทั้งคู่ครั้งสุดท้ายก่อนจะดับลงในคืนนั้น แต่แสงภายในหัวใจของพวกเขา ยังคงสว่างไสวตลอดไป
ฟลอเรนซ์ เมืองแห่งการฟื้นคืนชีพ ได้มอบของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้กับพี่น้องคู่นี้ ไม่ใช่ความลับของอดีต แต่คือโอกาสที่จะรักกันอย่างเต็มที่ในเวลาที่เหลืออยู่ และมรดกที่พวกเขาสร้างขึ้นด้วยมือและหัวใจของตนเอง
สองผืนผ้าแห่งฟลอเรนซ์… ในที่สุดก็ถูกถักทอเป็นหนึ่งเดียว
ตัวละครในนิยายเรื่อง “สองผืนผ้าแห่งฟลอเรนซ์ Canvas Across Centuries”
ดร. อเลสซานโดร รอสซี เพศ: ชาย นักประวัติศาสตร์ศิลปะวัย 40 ปีต้น ๆ ผู้มีความฉลาดล้ำลึก หมกมุ่นและหลงใหลในชีวิต ผลงาน รวมถึงจิตวิญญาณของเลโอนาร์โด ดา วินชีอย่างสุดขีด มีนิสัยเก็บกด ครุ่นคิด ลึกซึ้ง และเคยเลือกหนีจากความเจ็บปวดในชีวิตจริงด้วยการจมดิ่งสู่ประวัติศาสตร์ เขาเป็นอัจฉริยะด้านการออกแบบเทคโนโลยีแต่ซ่อนตัวตนเพื่อหลบเลี่ยงความรู้สึกผิดชอบต่ออดีต ในที่สุดพัฒนาเป็นคนที่กล้าสารภาพความจริงและใช้ความรักเยียวยาครอบครัว
อิซาเบลลา รอสซี เพศ: หญิง น้องสาวของอเลสซานโดร อายุราว 35-37 ปี เป็นคนอ่อนโยน อบอุ่น ฉลาดหลักแหลม และสร้างสรรค์สูงมาก เสียสละเพื่อพี่ชายอย่างลึกซึ้ง เข้มแข็งภายในแม้เผชิญโรคร้ายแรงด้วยโรคหัวใจ เก่งด้านเทคโนโลยีการสร้างภาพ 3D และ AI ใช้ความสามารถเหล่านี้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเชื่อมโยงจิตใจพี่ชาย
ลูเซีย เพศ: หญิง ภรรยาของอเลสซานโดร เป็นตัวแทนของโลกแห่งความเป็นจริงและความห่วงใยในชีวิตประจำวัน มีความอดทนและกังวลสามีอย่างลึกซึ้ง แต่รู้สึกห่างเหินจากความหลงใหลในงานของเขา
พ่อของอเลสซานโดรและอิซาเบลลา (ไม่ระบุชื่อ) เพศ: ชาย วิศวกรผู้มีวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ในการเชื่อมโยงเทคโนโลยีกับศิลปะ เป็นแรงบันดาลใจหลักของลูกทั้งสอง เสียชีวิตกะทันหันก่อนเห็นผลงานชิ้นสำคัญของตนเองสำเร็จ
บทวิจารณ์นิยาย “สองผืนผ้าแห่งฟลอเรนซ์ Canvas Across Centuries”
นิยายเรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการผสานแนวประวัติศาสตร์จริง (Historical Fiction) เข้ากับดราม่าจิตวิทยาที่ลึกซึ้งและละเอียดอ่อน (Psychological Drama) ได้อย่างลงตัวและน่าประทับใจ โดยอิงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของฟลอเรนซ์ยุคเรเนซองส์อย่างเคร่งครัด เช่น การแข่งขันระหว่างเลโอนาร์โด ดา วินชีกับมิเกลันเจโลในปี ค.ศ. 1504, การทดลองเทคนิค encaustic ที่ล้มเหลวใน Battle of Anghiari, ห้องโถง Sala del Gran Consiglio ใน Palazzo Vecchio และรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับ Codex Atlanticus หรือจดหมายเหตุเมดิชี ซึ่งทำให้ผู้อ่านรู้สึกเหมือนกำลังย้อนเวลาไปยืนอยู่ในเมืองฟลอเรนซ์จริง ๆ
จุดเด่นที่สุดคือการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องอเลสซานโดรและอิซาเบลลาที่เต็มไปด้วยความรัก ความเจ็บปวด การเสียสละ และการเยียวยา ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านมุมมองจิตวิทยาที่ซับซ้อน อเลสซานโดรคือตัวแทนของมนุษย์ผู้หนีจากความจริงด้วยการจมดิ่งสู่อดีต ขณะที่อิซาเบลลาคือแสงสว่างแห่งความหวังและความเข้มแข็งที่ซ่อนอยู่ในความเปราะบาง การพัฒนาตัวละครของทั้งคู่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและน่าเชื่อถือ โดยไม่ต้องพึ่งเหตุการณ์ดราม่าเกินจริง แต่ใช้การสนทนา การสร้างสรรค์ร่วมกัน และการเผชิญหน้ากับความทรงจำเพื่อขับเคลื่อนเรื่องราว
การนำสินค้า ProArt PX13 และ ProArt P16 มาเป็นองค์ประกอบหลักของเรื่องเป็นไอเดียที่ชาญฉลาดและมีพลังอย่างยิ่ง ทั้งสองเครื่องไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่กลายเป็น “ผืนผ้าใบสมัยใหม่” ที่เชื่อมโยงศิลปะยุคเรเนซองส์กับเทคโนโลยีปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน ทำให้ผู้อ่านเห็นภาพชัดเจนถึงการต่อเนื่องของ “การสร้างสรรค์” ตลอดกาล บรรยากาศเมืองฟลอเรนซ์ที่ถูกบรรยายอย่างมีชีวิตชีวา ทั้งกลิ่นใบไม้ร่วง แม่น้ำอาร์โน และแสงแดดฤดูใบไม้ร่วง ช่วยเสริมให้เรื่องราวมีมิติทางประสาทสัมผัสที่สมจริงและกินใจ
โดยรวมแล้ว “สองผืนผ้าแห่งฟลอเรนซ์” เป็นนิยายที่ทั้งโรแมนติกทางปัญญาและอบอุ่นทางอารมณ์ ผู้อ่านจะได้รับทั้งความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่แม่นยำและการครุ่นคิดถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว ความสูญเสีย และการให้อภัยที่ลึกซึ้ง เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเรื่องราวที่ผสมผสานระหว่างสมองและหัวใจได้อย่างลงตัว นิยายเรื่องนี้พิสูจน์ได้ชัดเจนว่า แม้เวลาจะผ่านไป 500 ปี มนุษย์ยังคงใช้ “ผืนผ้าใบ” เดียวกันในการวาดฝันและเยียวยาจิตใจของกันและกัน