เวลาเลือกของกินของใช้ในบ้าน หลายคนก็อยากได้ของที่ทั้งอร่อย ใช้ง่าย และคุ้มค่าใช่ไหม วันนี้เลยอยากมาพูดถึงสินค้าหลากหลายที่ตอบโจทย์ทั้งสายกินเล่น กินจริง และสายดูแลบ้าน รับรองว่ามีครบทุกอารมณ์ ตั้งแต่กาแฟหอมกรุ่น ขนมหวานอร่อยๆ น้ำพริกแซ่บๆ ไปจนถึงน้ำยาถูพื้นกลิ่นหอมสดชื่น
เริ่มจาก โคฟี่ กาแฟโอเลี้ยงสำเร็จรูป 720 มล. ที่คัดสรรเมล็ดกาแฟแท้ คั่วบดอย่างพิถีพิถัน ได้รสเข้มข้นแบบกาแฟไทยแท้ๆ หอมกรุ่น เติมพลังให้สดชื่นทั้งวัน
ต่อด้วย คุณแป้ง พายไต้หวันไส้สับปะรด (แพ็ก 5 ชิ้น) ขนาดพอดีคำ รสหวานอมเปรี้ยวกำลังดี กินคู่กับกาแฟคือเข้ากันสุดๆ
สายแซ่บต้องลอง OTOP ป้าแว่น น้ำพริกปลาทู 60 ก. (แพ็ก 3 กระปุก) เนื้อปลาทูแน่นๆ ผสมเครื่องปรุงรสจัดจ้าน เปิดกระปุกพร้อมกินได้เลย ไม่ต้องอุ่นเวฟ
และสำหรับคนรักความสะอาดบ้าน มี สปาคลีน น้ำยาถูพื้น ชมพู แกลลอน 5200 มล. กลิ่น Romantic Rose หอมสดชื่น ช่วยขจัดคราบสกปรกได้หมดจด แห้งไว ไม่เหนียวเท้า
จะเห็นว่าของพวกนี้ตอบโจทย์หลายแบบเลย ทั้งเติมพลังตอนเช้า กินเล่นระหว่างวัน เพิ่มรสชาติแซ่บๆ ให้มื้ออาหาร หรือดูแลบ้านให้สะอาดหอมสดชื่น เรียกว่ามีครบทั้ง “กินอร่อย ใช้สบาย” ในชีวิตประจำวัน ใครกำลังมองหาของดีๆ ที่ทั้งอร่อยและใช้ได้จริง ลองดูครับ แล้วจะรู้ว่าความสุขเล็กๆ อยู่ใกล้ตัวเรานี่เอง ✨
อยู่บ้านให้รอด 1 วัน ด้วยของ 4 อย่างนี้ ใครคิดว่าไม่เวิร์ก เช้า กาแฟ / บ่าย ขนม / เย็น น้ำพริก / กลางคืน…ถูบ้าน ซื้อครั้งเดียว ได้ทั้งอิ่ม ทั้งสะอาด ทั้งตาสว่าง
เปรียบเทียบ กาแฟโบราณ + พายไต้หวัน + น้ำพริก OTOP + น้ำยาถูพื้น ของดีที่ไม่ได้เกิดมาพร้อมกัน แต่ดันเข้ากันเฉย
| ชื่อสินค้า | จุดเด่นหลักและความแตกต่างจากตัวอื่น |
|---|---|
| โคฟี่ กาแฟโอเลี้ยงสำเร็จรูป 720 มล. (1 ขวด) | เครื่องดื่มพร้อมดื่มเย็น ๆ ชื่นใจเข้มข้นแบบไทยแท้ ไม่มีสีสังเคราะห์ ขวดใหญ่ดื่มได้หลายแก้ว เน้นสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ต่างจากตัวอื่นตรงเป็นเครื่องดื่มเดียวที่ให้พลังงานเร็ว |
| คุณแป้ง พายไต้หวันไส้สับปะรด/สตรอเบอร์รี่ (แพ็ก 5 ชิ้น) | ขนมอบกรอบหอมเนย ไส้ผลไม้กวนแน่น หวานอมเปรี้ยว ขนาดพอดีคำ พกง่าย แพ็กเล็กเหมาะอาหารว่าง ต่างจากตัวอื่นตรงเป็นของหวานแบบพกพา กินเพลิน ไม่ต้องปรุงเพิ่ม |
| OTOP ป้าแว่น น้ำพริกปลาทู 60 ก. (แพ็ก 3 กระปุก) | กับข้าวเผ็ดแซ่บแบบโฮมเมด เนื้อปลาแน่นคัดก้าง พริกคั่วหอม รสจัดจ้านเหมือนแม่ทำ กระปุกเล็กเปิดกินโดยทันที ต่างจากตัวอื่นตรงเป็นเครื่องจิ้มเค็มเผ็ด เจริญอาหาร เข้ากับข้าวสวยหรือผัก |
| SPACLEAN น้ำยาถูพื้นกลิ่น Romantic Rose 5200 มล. | ของใช้ในบ้าน แกลลอนใหญ่คุ้มสุด ขจัดคราบ ดักฝุ่น แห้งไวไม่เหนียว หอมกุหลาบฟุ้ง ต่างจากตัวอื่นตรงไม่ใช่อาหาร แต่เน้นความสะอาดบ้าน เหมาะใช้งานประจำวันยาวนาน |
นิยาย ธาตุแห่งการบริโภคอันแสนหอมหวาน
ในอาณาจักรเอเลเมนเทีย ดินแดนที่ธาตุทั้ง 6 ครองโลกอย่างสมดุลมาตลอดกาล ดินให้กำเนิดพืชพันธุ์ น้ำหล่อเลี้ยงชีวิต ลมพัดพาความเปลี่ยนแปลง ไฟจุดประกายความอบอุ่น แสงส่องสว่างจิตใจ และความมืดปกป้องความลับยามค่ำคืน แต่ในยุคสมัยใหม่นี้ สมดุลเริ่มเอียงเฉไปทางที่แปลกประหลาด ทุกสิ่งในอาณาจักรเริ่มถูกแปลงเป็น “สินค้า” มีป้ายราคาติดไว้ข้าง ๆ ต้นไม้มีบาร์โค้ดรากไม้ แม่น้ำขายเป็นขวดบรรจุ ลมถูกอัดใส่กระป๋อง และไฟขายเป็นเทียนหอมราคาแพง แม้แต่แสงอาทิตย์ยังมีแพ็กเกจ “แสงพรีเมียม” ให้ซื้อเพิ่มถ้าอยากสว่างกว่าปกติ ชาวเอเลเมนเทียต่างหัวเราะชอบใจกับความเจริญนี้ เพราะใคร ๆ ก็บอกว่า “การซื้อคือความสุข การมีคือความสำเร็จ”
“เอลลิส” เด็กหนุ่มธาตุดินธรรมดา อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อตลาดล่าง เขาเป็นคนเดียวที่ยังรู้สึกแปลก ๆ กับโลกใหม่นี้ พ่อแม่ของเขาขายผักธาตุดินในตลาดทุกวัน ผักกาดหอมที่เคยขึ้นเองตามฤดู ตอนนี้ต้องติดป้าย “ออร์แกนิกแท้ 100% ราคาพิเศษ” ถึงจะมีคนซื้อ เอลลิสชอบเดินเตาะแตะไปตามซอกตลาด มองดูชาวบ้านต่อแถวยาวเพื่อซื้อ “น้ำธาตุลมรสใหม่” ที่โฆษณาว่าพัดแล้วสดชื่นกว่าลมธรรมดาถึงสามเท่า เขามักหัวเราะในใจว่า “ลมก็ลม จะสดชื่นไปกว่าลมที่พัดฟรี ๆ ได้ยังไง”
วันหนึ่ง ขณะที่เอลลิสกำลังขุดดินหาหัวมันเผาธาตุไฟเพื่อนำไปขาย ทันใดนั้นพื้นดินก็สั่นสะเทือน รอยแยกเล็ก ๆ ปรากฏขึ้น และจากรอยแยกนั้น มีของสิ่งหนึ่งกลิ้งออกมา ขวดแก้วขนาดใหญ่ สีน้ำตาลเข้ม ปิดฝาแน่น ด้านข้างมีตัวหนังสือแปลกประหลาด เขาอ่านออกว่า “โคฟี่ กาแฟโอเลี้ยงสำเร็จรูป 720 มล.” เอลลิสขมวดคิ้ว นี่มันอะไรกัน เขาเปิดฝา ดมกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟไทยโบราณที่ผสมความหวานเย็น กลิ่นนั้นพุ่งเข้าจมูกเหมือนลมธาตุพัดแรง เขาลองจิบคำหนึ่ง รสชาติเข้มข้น หอมหวาน ชื่นใจราวกับน้ำธาตุผสมไฟ พลังงานในตัวเขาพลุ่งพล่านทันที ดินรอบตัวเริ่มสั่นไหวเบา ๆ ราวกับตื่นขึ้น เขารู้สึกตัวเบา มีแรงมหาศาล
“นี่มัน… เวทมนตร์ชัด ๆ!” เขาอุทาน แล้วรีบซ่อนขวดไว้ในกระเป๋า
ไม่กี่วันต่อมา ขณะเดินตลาด เขาเห็นกล่องเล็ก ๆ วางกองอยู่มุมหนึ่ง กล่องนั้นเปิดออก มีพายไต้หวันห่อแยกชิ้น สีทองกรอบหอมเนย ด้านในมีไส้สองแบบ สับปะรดกวนหวานอมเปรี้ยว และสตรอเบอร์รี่สดชื่น เขาหยิบชิ้นหนึ่งกัด รสชาติกรอบนอกนุ่มใน ไส้แน่นเปี่ยมพลังดินและไฟที่อบอุ่น ราวกับกัดกินภูเขาธาตุไฟที่ละลายในปาก พลังในตัวเขาเพิ่มขึ้นอีกขั้น ดินรอบเท้าเริ่มงอกเป็นเถาวัลย์เล็ก ๆ โดยไม่ต้องร่ายคาถา ชาวบ้านที่เห็นต่างตะลึง “เด็กนี่มีพลังธาตุสูงขึ้นได้ไงวะ หรือซื้อแพ็กเสริมมา?”
ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน เอลลิสกลายเป็นที่จับตามอง เขาเริ่มสงสัยว่าของพวกนี้มาจากไหน และทำไมถึงมีพลังธาตุเข้มข้นขนาดนี้ วันหนึ่งเขาพบกระปุกสามใบซ่อนอยู่ในโพรงไม้เก่า ป้ายเขียนว่า “OTOP ป้าแว่น น้ำพริกปลาทู แพ็ก 3 กระปุก” เขาเปิดกระปุกหนึ่ง ตักน้ำพริกสีแดงเข้มขึ้นมา กลิ่นพริกคั่ว หอมแดง กระเทียม และเนื้อปลาทูเน้น ๆ พุ่งเข้าจมูกเหมือนไฟธาตุลุกโชน เขาตักกินคู่กับข้าวเหนียวที่พกมา รสเผ็ดแซ่บจัดจ้าน พลังไฟในตัวเขาระเบิดออกมา เปลวเพลิงเล็ก ๆ ลอยรอบตัว ชาวบ้านที่เห็นกรี๊ดลั่น “เด็กนี้เป็นอัจฉริยะธาตุไฟชัด ๆ! ต้องไปสมัครเป็นพ่อมดหลวงแน่!”
เอลลิสเริ่มมั่นใจ เขารวบรวมของวิเศษทั้งสี่ชิ้น โคฟี่ที่ให้ความชุ่มฉ่ำเข้มข้น พายคุณแป้งที่ให้ความกรอบอบอุ่น น้ำพริกป้าแว่นที่จุดไฟในจิตใจ และชิ้นสุดท้ายที่เขาพบในแม่น้ำตื้น ๆ แกลลอนใหญ่สีชมพู ป้ายเขียน “SPACLEAN น้ำยาถูพื้นกลิ่น Romantic Rose 5200 มล.” เขาเทลงน้ำเล็กน้อย กลิ่นกุหลาบโรแมนติกฟุ้งกระจาย น้ำธาตุรอบตัวสะอาดใส ดักจับฝุ่นละอองและความสกปรกทั้งปวง พลังน้ำและลมในตัวเขาพลุ่งพล่าน ทำให้เขาสามารถลอยตัวได้เบา ๆ และทำความสะอาดธาตุรอบตัวให้บริสุทธิ์
ด้วยของวิเศษทั้งสี่ เอลลิสกลายเป็นวีรบุรุษของหมู่บ้าน เขาเริ่มออกผจญภัยไปทั่วอาณาจักร ช่วยชาวบ้านที่ถูกปีศาจความมืดรบกวน ปีศาจพวกนี้ดูแปลก ๆ มันไม่ทำลาย แต่กลับพยายามขายของให้ทุกคน “ซื้อน้ำธาตุความมืดสิ ขวดละหมื่นเหรียญ รับรองชีวิตมืดมิดแต่รวย!” เอลลิสหัวเราะเยาะ เขาใช้โคฟี่ดับกระหายระหว่างเดินทาง กินพายคุณแป้งเพิ่มแรง ตักน้ำพริกป้าแว่นจุดพลังไฟต่อสู้ และเท SPACLEAN ทำความสะอาดพื้นดินที่ปีศาจเหยียบย่ำจนสกปรก เขาชนะทุกครั้ง ชาวบ้านยกย่องเขาเป็น “ผู้กล้าธาตุแห่งรสชาติ”
ชื่อเสียงของเขาขึ้นถึงราชวังแสง “จักรพรรดิแสง” ผู้ปกครองสูงสุด เชิญเขามาเข้าเฝ้า จักรพรรดิยิ้มกว้าง “เจ้าเก่งมาก เอลลิส เจ้าช่วยอาณาจักรจากความมืดที่กำลังแพร่กระจาย เราต้องการคนอย่างเจ้าในการต่อสู้ครั้งใหญ่” เอลลิสดีใจมาก เขาได้รับตำแหน่งพ่อมดหลวง ได้บ้านใหญ่ ได้เงินเดือนสูง และได้สิทธิซื้อสินค้าธาตุพิเศษในราคาพนักงาน เขารู้สึกว่าชีวิตสมบูรณ์แบบ การต่อสู้กับปีศาจความมืดกลายเป็นงานประจำวัน เขาใช้ของวิเศษทั้งสี่ช่วยรบทุกครั้ง และทุกครั้งที่ชนะ ชาวบ้านก็ยิ่งซื้อของมากขึ้นเพื่อเลียนแบบเขา “อยากเก่งเหมือนเอลลิส ต้องซื้อโคฟี่ดื่มทุกวัน!” “พายคุณแป้งกินแล้วพลังขึ้นจริง ๆ!” ตลาดเฟื่องฟู ทุกคนยิ้มแย้ม มีความสุขกับการซื้อการขาย
แต่แล้ววันหนึ่ง ขณะที่เอลลิสกำลังต่อสู้กับปีศาจตัวใหญ่ที่สุด มันพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงคุ้นเคย “เจ้าไม่เคยสงสัยบ้างหรือ เอลลิส ว่าของวิเศษทั้งสี่มาจากไหน?” เอลลิสชะงัก เขานึกย้อนไปถึงรอยแยกในดิน ถึงของที่ปรากฏขึ้นทีละชิ้น ราวกับมีคนส่งมาให้เขาโดยเฉพาะ ปีศาจหัวเราะ “ของพวกนี้… มาจากโลกอื่น โลกที่การบริโภคคือธาตุหลัก เราไม่ได้บุกอาณาจักรนี้เพื่อทำลาย แต่เพื่อเปิดตลาดใหม่ต่างหาก!” เอลลิสตะลึง ของวิเศษที่เขาใช้มาตลอด ไม่ใช่โบราณวัตถุศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นสินค้าธรรมดาจากโลกมนุษย์ที่ถูกส่งมาผ่านประตูมิติ เพื่อให้ชาวเอเลเมนเทียติดใจ แล้วยอมเปิดประตูการค้าขายเต็มรูปแบบ เขาคือเครื่องมือโฆษณาชิ้นใหญ่ โดยไม่รู้ตัว
เอลลิสรู้สึกเหมือนโลกถล่ม เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นวีรบุรุษที่ปกป้องสมดุลธาตุ แต่จริง ๆ แล้วเขากำลังช่วยให้ความไม่สมดุลแพร่กระจาย การซื้อขายที่ทุกคนหัวเราะชอบใจ คือสิ่งที่กำลังกลืนกินธาตุแท้ ๆ ไปทีละน้อย เขาหันหลังกลับไปที่ราชวังแสง ด้วยความสงสัยใหม่
เมื่อเข้าเฝ้าจักรพรรดิแสงอีกครั้ง เอลลิสถามตรง ๆ “ฝ่าบาทบอกว่าเรากำลังต่อสู้กับความมืด แต่ทำไมข้าไม่เคยเห็นฝ่าบาทต่อสู้ด้วยตัวเองเลย?” จักรพรรดิยิ้มกว้างกว่าที่เคย “เพราะเราไม่จำเป็นต้องต่อสู้ไงล่ะ เจ้าเอลลิส เจ้าทำได้ดีมาก การที่เจ้าใช้สินค้าพวกนั้น ทำให้ทุกคนอยากได้ อยากซื้อ และนั่นคือชัยชนะที่แท้จริง” แล้วจักรพรรดิก็เปลี่ยนร่าง ชุดแสงสว่างกลายเป็นชุดสีดำสนิท เขาคือราชาความมืดนั่นเอง ผู้ที่แฝงตัวเป็นผู้ปกครองแสงมานาน เพื่อหลอกให้ทุกคนยอมรับการบริโภคโดยไม่สงสัย “เราไม่ได้ต้องการทำลายธาตุอื่น เราต้องการให้ทุกธาตุกลายเป็นสินค้า ให้ทุกคนติดการซื้อ จนลืมไปว่าธาตุแท้คืออะไร”
เอลลิสยืนนิ่ง ความจริงทั้งหมดเปิดเผย ของวิเศษทั้งสี่ไม่ใช่เครื่องมือของวีรบุรุษ แต่เป็นเหยื่อล่อที่ราชาความมืดส่งมาให้เขาโดยเฉพาะ เพื่อให้เขากลายเป็นพรีเซนเตอร์โดยไม่รู้ตัว เขาหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะขมขื่นปนตลก “ข้าคิดว่าตัวเองกำลังช่วยโลก แต่จริง ๆ แล้วข้ากำลังช่วยขายของให้ท่าน” ราชาความมืดหัวเราะตาม “ใช่แล้ว และเจ้าก็ทำได้ดีมาก ตลาดกำลังบูม ชาวบ้านทุกคนมีความสุขกับการซื้อของใหม่ ๆ”
แต่เอลลิสไม่ยอมแพ้ เขาหยิบขวดโคฟี่ขึ้นดื่มอึกใหญ่ รสชาติที่เคยชื่นใจตอนนี้ขมปร่า เขากินพายคุณแป้งที่เคยกรอบหอม ตอนนี้รู้สึกเลี่ยน น้ำพริกป้าแว่นที่เคยเผ็ดแซ่บ ตอนนี้เผ็ดจนแสบท้อง และเท SPACLEAN ลงพื้น กลิ่นโรแมนติกโรสที่เคยหอมหวาน ตอนนี้ฉุนจนแสบจมูก เขารู้แล้วว่าพลังที่แท้จริงไม่ใช่จากสินค้า แต่จากตัวเขาเอง จากธาตุที่แท้จริงที่ยังหลงเหลืออยู่ในใจ
เขาร่ายคาถาธาตุดินแท้ เรียกเถาวัลย์โอบมัดราชาความมืด ใช้น้ำจากแม่น้ำจริง ลมจากท้องฟ้า ไฟจากหัวใจ และแสงจากดวงตาตัวเอง เขาชนะ ไม่ใช่ด้วยการซื้อ แต่ด้วยการปฏิเสธการซื้อ ราชาความมืดถูกผนึก ประตูมิติปิดลง สินค้าทั้งหมดค่อย ๆ สลายกลายเป็นฝุ่น
ชาวเอเลเมนเทียตื่นจากภวังค์ พวกเขากลับมาปลูกผักเอง ดื่มน้ำจากลำธาร พัดลมจากธรรมชาติ และจุดไฟจากไม้จริง การค้าขายยังมีอยู่ แต่ไม่ใช่ทุกอย่างอีกต่อไป เอลลิสเดินกลับหมู่บ้านตลาดล่าง ด้วยรอยยิ้มขม ๆ เขารู้ว่าสังคมอาจกลับไปติดการบริโภคอีกในวันหนึ่ง แต่ตอนนี้ เขาเลือกที่จะหัวเราะกับความโง่เขลาของตัวเอง และของทุกคน ที่เคยคิดว่าความสุขซื้อได้ด้วยเงิน
และในค่ำคืนนั้น เอลลิสนั่งมองดวงดาว คิดในใจว่า “บางที ความสุขที่แท้จริง มันไม่ได้อยู่ในขวด กระปุก หรือแกลลอนหรอก แต่มันอยู่ในรสชาติของชีวิตที่เราเลือกเองต่างหาก” แล้วเขาก็หัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะที่แฝงความเศร้า แต่ก็เต็มไปด้วยความหวัง
นิยาย ธาตุแห่งการบริโภคอันแสนหอมหวาน บทสุดท้าย
หลายฤดูผ่านไปนับตั้งแต่คืนที่เอลลิสผนึกราชาความมืดและปิดประตูมิติลงอย่างเด็ดขาด อาณาจักรเอเลเมนเทียกลับมาสงบสุขอีกครั้ง ดินแดนที่เคยเต็มไปด้วยป้ายโฆษณาและบาร์โค้ด ตอนนี้เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี ลำธารใสสะอาด และชาวบ้านที่ยิ้มแย้มด้วยการปลูกผักเอง ดื่มน้ำจากแหล่งธรรมชาติ และจุดไฟจากกิ่งไม้แห้ง ไม่มีใครพูดถึง “โคฟี่” “พายคุณแป้ง” “น้ำพริกป้าแว่น” หรือ “SPACLEAN” อีกเลย ของวิเศษทั้งสี่สลายกลายเป็นฝุ่นธาตุไปพร้อมกับประตูมิติ ชาวบ้านต่างยกย่องเอลลิสเป็นวีรบุรุษผู้คืนสมดุลให้ธาตุทั้งหก เขาได้รับบ้านไม้หลังใหญ่ริมลำธาร ได้รับการเคารพจากทุกคน และที่สำคัญ ได้รับอิสระที่จะใช้ชีวิตตามใจตัวเอง
เอลลิสเลือกที่จะไม่รับตำแหน่งพ่อมดหลวง เขากลับมาที่หมู่บ้านตลาดล่าง ใช้ชีวิตเรียบง่าย ขุดดินปลูกมันเผาธาตุไฟ กินข้าวเหนียวกับน้ำพริกที่ทำเองจากพริกสดและปลาทูย่าง และถูพื้นบ้านด้วยน้ำเปล่าผสมสมุนไพรหอม ๆ ที่เก็บจากป่า เขาหัวเราะทุกครั้งที่นึกถึงตัวเองในอดีต เด็กหนุ่มที่เคยตื่นเต้นกับขวดกาแฟสำเร็จรูป จนกลายเป็นพรีเซนเตอร์โดยไม่รู้ตัว “ข้าโง่จริง ๆ” เขาพึมพำกับตัวเองบ่อย ๆ แล้วก็หัวเราะดังลั่น จนชาวบ้านแถวนั้นชินเสียแล้ว
แต่ความสงบสุขนั้นไม่ได้ยั่งยืนอย่างที่เอลลิสหวัง
วันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังนั่งตากแดดธาตุแสงอยู่หน้าบ้าน เขาสังเกตเห็นเด็ก ๆ ในหมู่บ้านวิ่งเล่นกันอย่างตื่นเต้น พวกมันถือขวดใบเล็ก ๆ ที่ทำจากดินเหนียว ปิดฝาไม้ก๊อก ด้านข้างขีดเขียนตัวหนังสือหยาบ ๆ ว่า “โคฟี่บ้าน ๆ รสชาติเข้มข้น ชื่นใจสุด ๆ ราคา 5 เหรียญธาตุดิน” เด็กคนหนึ่งวิ่งมาหาเขา ยื่นขวดให้ “พี่เอลลิส ลองชิมสิ! เราต้มใบชาธาตุน้ำผสมน้ำตาลธาตุไฟ ใส่ขวดแบบที่พี่เคยเล่าให้ฟัง หอมชื่นใจเหมือนของจริงเลย!”
เอลลิสรับขวดมาดม กลิ่นหอมกรุ่นแต่จาง ๆ รสชาติหวานฝืด ไม่เข้มข้นเท่าของเก่า แต่เด็ก ๆ มองเขาด้วยตาเป็นประกาย รอคำชม เขายิ้มกว้าง ดื่มอึกหนึ่ง แล้วอุทานว่า “อร่อยมาก! ชื่นใจสุด ๆ ไปเลย” เด็ก ๆ ดีใจกรี๊ดลั่น แล้ววิ่งไปบอกเพื่อนว่าวีรบุรุษชอบของพวกเขา ตลาดเล็ก ๆ ในหมู่บ้านเริ่มคึกคักขึ้น มีแผงขาย “พายธาตุดิน” ที่อบจากแป้งข้าวเจ้าผสมผลไม้กวนบ้าน ๆ มี “น้ำพริกปลาทูสูตรโบราณ” ที่ใส่กระปุกใบน้อย และแม้แต่ “น้ำถูพื้นกลิ่นดอกไม้ป่า” ที่เทจากแกลลอนดินเผา
เอลลิสหัวเราะในใจ “มันเริ่มอีกแล้วสินะ” แต่เขาไม่ได้ห้าม เขาเดินไปดูตลาดใหม่นี้ ชาวบ้านยิ้มแย้ม ขายของกันอย่างสนุกสนาน “ซื้อสิ ซื้อไปกินที่บ้าน อร่อยเหมือนของวิเศษเลย!” “ไม่ซื้อไม่ได้นะ เดี๋ยวพลาด!” เสียงโฆษณาเล็ก ๆ ดังขึ้นรอบตัว เขานึกถึงคำพูดของราชาความมืด “การซื้อคือความสุข การมีคือความสำเร็จ” และอดหัวเราะไม่ได้ เพราะมันจริงอย่างน่าขำ
ไม่นาน ตลาดเล็กกลายเป็นตลาดใหญ่ ชาวบ้านเริ่มคิดค้นของใหม่ ๆ “น้ำธาตุลมอัดกระป๋อง พัดสดชื่นสามเท่า!” “เทียนหอมธาตุไฟ กลิ่นโรแมนติกสุด ๆ!” แม้แต่เด็ก ๆ ก็เริ่มติดป้ายราคาบนผักที่ปลูกเอง “ผักกาดหอมออร์แกนิกแท้ ราคาพิเศษ!” เอลลิสเดินผ่านแผงหนึ่ง เห็นป้าแก่คนหนึ่งขายน้ำพริกปลาทูสูตรบ้าน ๆ ป้ายเขียนว่า “OTOP ป้าใหม่ น้ำพริกปลาทูแท้ ๆ แพ็ก 3 กระปุก” เขาหยุดยืน หัวเราะจนน้ำตาไหล “มันวนกลับมาแล้วจริง ๆ”
เขาลองถามชาวบ้าน “ทำไมถึงขายของแบบนี้ล่ะ ในเมื่อเรามีธาตุแท้ ๆ ใช้ฟรี ๆ ได้?” ชาวบ้านยิ้มตอบ “ก็สนุกดีนี่ ซื้อไปกินแล้วรู้สึกพิเศษ รู้สึกมีอะไรเพิ่มขึ้นไง” “ถ้าไม่ซื้อ เดี๋ยวเพื่อนมี เราก็ต้องมีบ้าง” เอลลิสฟังแล้วพยักหน้า เขาเข้าใจดี เพราะเขาเองก็เคยรู้สึกแบบนั้น
คืนหนึ่ง เขานั่งมองตลาดที่คึกคักจากเนินเขา ดวงไฟธาตุเล็ก ๆ สว่างไสว ชาวบ้านหัวเราะกันสนุกสนาน เขาคิดถึงราชาความมืดที่ถูกผนึกไป คิดถึงประตูมิติที่ปิดตาย และคิดถึงตัวเองที่เคยคิดว่าชนะขาด “ข้าชนะศึก แต่แพ้สังคมสินะ” เขาพึมพำ แล้วหัวเราะดังลั่นอีกครั้ง เสียงหัวเราะที่ดังก้องไปทั่วเนินเขา ชาวบ้านบางคนหันมามอง ยิ้มตาม เพราะพวกเขาคิดว่าวีรบุรุษกำลังมีความสุข
แต่ในใจเอลลิส เขารู้ว่ามันไม่ใช่ชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ มันคือวงจรของชีวิตที่ไม่มีวันจบ ธาตุทั้งหกยังคงสมดุล ดินยังให้กำเนิด น้ำยังหล่อเลี้ยง ลมยังพัดพา ไฟยังอบอุ่น แสงยังสว่าง และความมืดยังปกป้องความลับ การบริโภคไม่ได้หายไป มันแค่เปลี่ยนรูปแบบ จากสินค้ามิติอื่น กลายเป็นสินค้าที่ชาวเอเลเมนเทียสร้างขึ้นเอง ด้วยมือตัวเอง ด้วยความอยากตัวเอง
เช้าวันต่อมา เอลลิสตื่นขึ้น เขาเดินไปตลาด ซื้อโคฟี่บ้าน ๆ ขวดหนึ่ง พายธาตุดินชิ้นหนึ่ง น้ำพริกป้าใหม่กระปุกหนึ่ง และน้ำถูพื้นกลิ่นดอกไม้ป่าแกลลอนเล็ก เขากลับบ้าน ดื่มกาแฟที่หอมจาง ๆ กินพายที่กรอบน้อยกว่าเดิม ตักน้ำพริกที่เผ็ดกำลังดี และเทน้ำถูพื้นจนบ้านหอมฟุ้ง เขายิ้มกว้าง “อร่อยดีเหมือนกันแฮะ” แล้วหัวเราะเบา ๆ
เขายอมรับแล้วว่าความสุขไม่ได้อยู่ที่การปฏิเสธทุกอย่าง หรือการยอมรับทุกอย่าง แต่มันอยู่ตรงกลาง ระหว่างการใช้ธาตุแท้กับการปรุงแต่งเล็กน้อย ระหว่างการมีกับการไม่มี ระหว่างการซื้อกับการทำเอง สังคมอาจวนกลับไปมาแบบนี้ตลอดกาล แต่เขาจะเลือกหัวเราะกับมันทุกครั้ง เพราะชีวิตที่ขำไม่ออก มันน่าเบื่อเกินไป
และในอาณาจักรเอเลเมนเทีย ตลาดยังคงคึกคัก ชาวบ้านยังคงซื้อขายกันอย่างสนุกสนาน วีรบุรุษเอลลิสยังคงนั่งมองดวงดาวทุกคืน หัวเราะกับความโง่เขลาของตัวเองและของทุกคน แล้วบอกตัวเองเบา ๆ ว่า “พรุ่งนี้ คงมีของใหม่ให้ลองอีกแน่ ๆ” ก่อนจะหลับไปด้วยรอยยิ้ม
เพราะในโลกที่ธาตุทั้งหกหมุนเวียน ความสุขที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่การชนะหรือแพ้ แต่อยู่ที่การได้หัวเราะกับมันทุกวันต่างหาก

