นาฬิกาข้อมือเรือนเล็กๆ เรือนหนึ่ง Adidas Retro Pop One หน้าปัดดิจิทัลสีสันจัดจ้านแบบยุค 80s สายผ้านุ่มเบา ใส่แล้วรู้สึกเหมือนเวลาเดินช้าลงนิดหน่อย เหมือนหยุดโลกไว้ชั่วครู่ แต่สำหรับนานา มันไม่ใช่แค่นาฬิกาแฟชั่นธรรมดา มันคือกุญแจที่เปิดประตูสู่ความทรงจำที่เธอพยายามลืม ประตูสู่ความจริงที่บิดเบี้ยว จนแยกไม่ออกว่าอะไรคือฝัน อะไรคือเรื่องจริง
ในกรุงเทพฯ ที่ฝนตกไม่ขาดสาย หญิงสาวคนหนึ่งซื้อนาฬิกาเรือนนี้โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังเชิญชวนบางอย่างเข้ามาในชีวิต บางอย่างที่ทำให้เธอเริ่มสงสัยทุกอย่างรอบตัว ตั้งแต่เสียงกระซิบข้างหู เดจาวูที่เกิดซ้ำๆ ไปจนถึงเงาที่ตามเธอไม่เคยหาย เมื่อเวลาเริ่มถอยหลัง และความทรงจำเริ่มแตกสลาย เธอจะหนีจากวงจรนี้ได้ไหม หรือนี่คือสิ่งที่เธอสร้างขึ้นมาเอง
นิยาย เวลาที่หายไป Retro Pop One : Lost Time

ในกรุงเทพฯ ที่ฝนตกพรำไม่ขาดสาย “แพร” นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในห้องแถวเก่าแก่ย่านบางลำพู เธอเป็นนักเขียนนิยายอิสระวัย 28 ปี ชีวิตเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความเหงาที่แทรกซึมเข้ามาทุกคืน เธอเลื่อนดูโฆษณาออนไลน์ไปเรื่อยเปื่อย จนสายตาหยุดอยู่ที่รูปนาฬิกาข้อมือเรือนหนึ่ง Adidas AOST22540 Retro Pop One หน้าปัดดิจิทัลสีสันสดใสแบบยุคเก่า สไตล์ป๊อปอาร์ตที่ดูสนุกสนานผิดกับอารมณ์ของเธอ ขนาดหน้าปัดแค่ 31 มิลลิเมตร ตัวเรือนสังเคราะห์น้ำหนักเบา สายผ้าที่นุ่มสบาย กันน้ำได้ 30 เมตร ราคาไม่แพงเกินไป เธอคลิกซื้อโดยไม่คิดมาก อยากได้อะไรที่ทำให้วันเวลาดูมีสีสันขึ้นบ้าง
นาฬิกามาถึงในกล่องเดิมสีดำเรียบหรู พร้อมใบรับประกันจากบริษัทนำเข้าอย่างเป็นทางการ แพรแกะออก ใส่ลงข้อมือทันที สายผ้าซับผิวเบาๆ หน้าปัดอะคริลิกใสสะท้อนแสงไฟในห้อง ตัวเลขดิจิทัลสีแดงสดขึ้นชัดเจน เธอยิ้มให้ตัวเองในกระจก นาฬิกาเรือนนี้เหมือนพาเธอกลับไปยุคที่ชีวิตยังไร้เดียงสา
คืนนั้น แพรนั่งเขียนนิยายต่อ เรื่องราวเกี่ยวกับนักสืบที่ตามล่าฆาตกรต่อเนื่อง แต่จู่ๆ หน้าปัดนาฬิกาก็กระพริบแปลกๆ ตัวเลขเปลี่ยนจาก 23:47 เป็น 23:46 แล้วกลับไป 23:47 อีกครั้ง เธอขมวดคิ้ว คิดว่าแบตเตอรี่ใกล้หมดหรือเปล่า แต่เครื่องควอตซ์ใหม่เอี่ยมไม่น่ามีปัญหา เธอส่ายหน้า เขียนงานต่อ
วันต่อมา ขณะเดินตลาดนัดใกล้บ้าน แพรรู้สึกเหมือนเคยมาที่นี่มาก่อนทุกซอกทุกมุม เธอเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้าบูธขายของเก่า สวมเสื้อสีเหลืองสด เดินตรงมาหาเธอพร้อมรอยยิ้ม แต่เมื่อหันกลับไปอีกที คนนั้นหายไปแล้ว แพรยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา เวลา 14:32 แต่ตัวเลขกระพริบซ้ำสองรอบเหมือนย้ำเตือนอะไรบางอย่าง เธอเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ
คืนนั้น แพรฝันร้าย เธอเห็นตัวเองยืนอยู่ในห้องมืด ผู้หญิงเสื้อเหลืองคนเดิมยื่นนาฬิกาเรือนนี้ให้ แล้วพูดเบาๆ ว่า “เวลาของเธอใกล้หมดแล้ว” แพรตื่นขึ้นมาหอบหายใจ หน้าปัดนาฬิกาแสดง 03:14 ชัดเจน เธอเปิดคอมพิวเตอร์ ค้นหารุ่นนาฬิกานี้ในอินเทอร์เน็ต เจอโพสต์เก่าๆ ในฟอรัมคนรักนาฬิกา มีคนเคยโพสต์ว่านาฬิกาเรือนนี้เคยเป็นของหญิงสาวคนหนึ่งที่หายตัวไปเมื่อสามปีก่อน ชื่อ “นานา” อายุใกล้เคียงกับแพร นานาหายตัวไปหลังจากใส่นาฬิกาเรือนนี้ไปงานปาร์ตี้คืนหนึ่ง ไม่เคยพบศพ
แพรรู้สึกหนาวสะท้าน เธอเริ่มสืบเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไปที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน ขอดูสำนวนคดีเก่า ตำรวจบอกว่าคดีปิดไปแล้ว ไม่มีเบาะแส นานาเป็นนักออกแบบกราฟิก ชอบแต่งตัวสไตล์เรโทร ภาพถ่ายที่ตำรวจให้ดูทำเอาแพรชะงัก นานาหน้าตาคล้ายเธอมาก คล้ายจนน่ากลัว แพรกลับบ้านด้วยความสับสน ยิ่งใส่นาฬิกาเรือนนี้ เธอยิ่งรู้สึกเหมือนมีใครจ้องมองจากด้านหลังตลอดเวลา
หลายวันต่อมา เหตุการณ์แปลกๆ เพิ่มขึ้น แพรเริ่มได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ ข้างหู เวลาที่เธอมองนาฬิกา ตัวเลขจะเปลี่ยนไปแสดงวันที่ในอดีต วันที่นานาหายตัวไปพอดี 19:45 น. ของวันที่ 15 มีนาคม สามปีก่อน เธอเริ่มบันทึกทุกอย่างลงสมุด จดเวลาที่หน้าปัดกระพริบ จดสถานที่ที่เห็นผู้หญิงเสื้อเหลือง เธอไปตามรอยสถานที่ในสำนวนคดี ไปบ้านเก่าของนานา ไปไนต์คลับที่เธอไปคืนสุดท้าย
ที่ไนต์คลับร้างแห่งหนึ่ง แพรพบกล่องเก่าในห้องเก็บของ เปิดออกมาเจอนาฬิกาอีกเรือนหนึ่ง รุ่นเดียวกัน แต่หน้าปัดแตก สายผ้าขาดวิ่น ข้างในมีกระดาษแผ่นเล็กเขียนด้วยลายมือสั่นเทา “อย่าเชื่อสิ่งที่เห็น เวลาโกหกได้” แพรตัวสั่น เธอเริ่มเชื่อว่านาฬิกาเรือนที่เธอใส่อยู่มีอะไรผิดปกติ มันเหมือนกำลังดึงเธอเข้าไปในเหตุการณ์ของนานา ดึงเธอให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคดีที่ไม่มีวันจบ
แพรตัดสินใจถอดนาฬิกาออก วางไว้บนโต๊ะ แต่คืนนั้น เธอฝันเห็นนานาชัดเจนกว่าที่เคย นานายืนอยู่ในห้องของแพรเอง มือยกขึ้นชี้ข้อมือที่ว่างเปล่า แล้วพูดว่า “เธอคือฉัน” แพรตื่นขึ้นมา เหงื่อท่วมตัว เธอคว้านาฬิกากลับมาใส่ทันที ราวกับกลัวว่าจะหายไปเหมือนนานา
การสืบสวนของแพรเข้มข้นขึ้น เธอติดต่อเพื่อนเก่าของนานา ได้ความว่านานาเคยมีแฟนหนุ่มชื่อ “ต้น” เป็นนักสะสมนาฬิกา ต้นบอกว่านานาชอบนาฬิกาเรโทรมาก โดยเฉพาะรุ่น Retro Pop One เพราะมันทำให้เธอรู้สึกเหมือนหยุดเวลาได้ ต้นเลิกกับนานาก่อนเธอหายตัวไม่นาน และเขายืนยันว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้อง แพรเริ่มสงสัยต้น เธอแอบตามเขาหลายวัน พบว่าเขาชอบไปร้านขายนาฬิกามือสอง และเคยขายนาฬิกาหลายเรือน รวมถึงรุ่นเดียวกับที่แพรใส่
คืนหนึ่ง แพรแอบเข้าไปในบ้านของต้น เธอพบห้องลับใต้ดิน เต็มไปด้วยนาฬิกาเรโทรหลายสิบเรือน บนผนังมีรูปถ่ายของผู้หญิงหลายคน หน้าตาคล้ายกันหมด รวมทั้งรูปของนานา และรูปของแพรเองที่เพิ่งถ่ายเมื่อสัปดาห์ก่อน แพรตกใจจนทำนาฬิกาหล่นลงพื้น หน้าปัดกระพริบรัวเร็ว ตัวเลขวิ่งถอยหลังอย่างบ้าคลั่ง เธอวิ่งหนีออกจากบ้านนั้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
แพรกลับถึงห้อง ตัวสั่นเทา เธอมองนาฬิกาบนข้อมือ ตัวเลขหยุดนิ่งที่ 00:00 เธอเริ่มเข้าใจแล้ว ต้นคือฆาตกร เขาสะสมผู้หญิงที่หน้าตาคล้ายกัน สะสมนาฬิกาเรโทรที่พวกเธอใส่ เขากำลังตามล่าเธอเป็นรายต่อไป นาฬิกาเรือนนี้ไม่ใช่แค่เครื่องบอกเวลา มันคือสัญลักษณ์ของเหยื่อแต่ละคน แพรโทรแจ้งตำรวจทันที บอกทุกอย่างที่พบ ตำรวจบุกบ้านต้น จับตัวเขาได้พร้อมหลักฐานชิ้นสำคัญ
แต่เมื่อตำรวจสอบปากคำต้น เขายืนยันว่าเขาไม่เคยฆ่าใคร เขาแค่สะสมนาฬิกาและรูปผู้หญิงที่หน้าตาคล้ายแฟนเก่าที่เขายังรัก นานาหายตัวไปเอง เพราะเธอป่วยทางจิต ต้นบอกว่าเขาเคยขายนาฬิกาเรือนนั้นให้ร้านออนไลน์จริง แต่เขาไม่ได้ตามล่าใคร
แพรนั่งฟังคำสารภาพของต้นด้วยความสับสน หน้าปัดนาฬิกากลับมาแสดงเวลาเดิมอีกครั้ง เธอเริ่มสงสัยตัวเอง ทุกอย่างที่เธอเห็น ทุกเดจาวู ทุกเสียงกระซิบ มันเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า เธอเปิดสมุดบันทึกที่จดไว้ ตัวหนังสือลายมือตัวเอง แต่บางหน้าเขียนวันที่ที่ยังมาไม่ถึง บางหน้าเขียนว่า “เธอคือฉัน” ด้วยลายมือที่ไม่คุ้นเคย
แพรรื้อฟังการสนทนาที่บันทึกในโทรศัพท์ เสียงของเพื่อนเก่านานาพูดชัดเจนว่า “นานาไม่มีแฟนชื่อต้น เธออยู่ตัวคนเดียวมาตลอด” แพรตัวแข็งทื่อ เธอไม่มีหลักฐานใดๆ ที่เชื่อมโยงต้นกับการฆาตกรรม มีแต่ความทรงจำของเธอเองที่บอกว่าเธอเคยไปบ้านเขา เคยเห็นห้องลับ แต่ตำรวจไปตรวจแล้วไม่พบอะไรเลย
แพรรู้ความจริงแล้วในคืนนั้น ขณะนั่งมองนาฬิกาเรือนเดิม หน้าปัดดิจิทัลสีสันสดใสที่เคยทำให้เธอยิ้มได้ เธอคือคนที่ป่วย ทุกอย่างเกิดจากจิตใต้สำนึกของเธอเอง นานาคือตัวเธอในอดีต ชื่อจริงของเธอคือนานา เธอเคยหายตัวไปจากชีวิตตัวเองสามปีก่อน เพราะอาการหลุดจำตัวตน เธอเปลี่ยนชื่อเป็นแพร สร้างชีวิตใหม่ แต่ความทรงจำเก่ากลับคืนมาเมื่อใส่นาฬิกาเรือนนี้ นาฬิกาที่เธอซื้อเองจากร้านมือสอง นาฬิกาที่เคยเป็นของเธอเอง
หน้าปัดกระพริบครั้งสุดท้าย แสดงเวลา 00:00 อีกครั้ง เวลาที่ทุกอย่างรีเซ็ต แพร หรือนานา ยิ้มให้ตัวเองในกระจก นาฬิกาเรือนนี้ไม่ได้บอกเวลา มันบอกความจริงที่เธอพยายามหนีมาตลอด และตอนนี้ เธอพร้อมยอมรับมันแล้ว
นิยาย เวลาที่หายไป Retro Pop One : Lost Time บทสุดท้าย
หลังจากคืนนั้นที่ทุกอย่างเปิดเผย นานาหรือแพร หรือใครก็ตามที่เธอเคยเป็น นั่งนิ่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานหลายชั่วโมง หน้าปัดนาฬิกาเรือนนั้นยังคงกระพริบเบาๆ บนข้อมือเธอ ตัวเลขสีแดงสดสะท้อนแสงไฟในห้องเช่าเก่า เธอรู้แล้วว่าความจริงคืออะไร ความทรงจำที่แตกสลาย อาการหลุดจำตัวตนที่ทำให้เธอหนีจากชีวิตเดิม สร้างชื่อใหม่ สร้างเรื่องราวใหม่ เพื่อปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวดที่ไม่อยากเผชิญ เธอยกมือขึ้นมองนาฬิกาอีกครั้ง มันไม่ใช่คำสาป ไม่ใช่เครื่องมือของฆาตกร มันเป็นแค่กระจกสะท้อนสิ่งที่เธอซ่อนไว้
เช้าวันต่อมา นานาตัดสินใจครั้งใหญ่ เธอถอดนาฬิกาออก วางมันลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาจิตแพทย์ที่เคยรักษาเธอเมื่อสามปีก่อน หมอคนเดิมที่เธอหนีไปโดยไม่บอกลา เสียงหมอในสายยังคงนุ่มนวลเหมือนเดิม “นานา… เธอกลับมาแล้วเหรอ” เธอไม่ตอบคำถามนั้น เพียงนัดหมายเซสชั่นแรกในรอบหลายปี
การรักษาเริ่มต้นอย่างช้าๆ นานาเล่าทุกอย่างให้หมอฟัง เรื่องเดจาวู เรื่องเสียงกระซิบ เรื่องต้นที่เธอคิดว่าเป็นฆาตกร เรื่องห้องลับที่ตำรวจบอกว่าไม่มีอยู่จริง หมอพยักหน้าอย่างเข้าใจ “มันคือกลไกป้องกันตัวเองของจิตใจเธอ” หมออธิบาย “เมื่อความเจ็บปวดมากเกินไป จิตใต้สำนึกจะสร้างเรื่องราวขึ้นมา เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความจริงที่น่ากลัวกว่า” ความจริงนั้นคืออะไร นานายังไม่พร้อมรู้ แต่เธอเริ่มยอมให้ตัวเองค่อยๆ ขุดมันขึ้นมา
หลายสัปดาห์ผ่านไป นานาเริ่มเปลี่ยนแปลง เธอเลิกเก็บตัว เริ่มติดต่อเพื่อนเก่าที่เคยรู้จักในชื่อนานา เพื่อนคนหนึ่งส่งข้อความมา “ดีใจที่เธอกลับมา เราเป็นห่วงมากตอนที่เธอหายไปแบบนั้น” เธอออกไปเดินตลาดนัดบ่อยขึ้น อากาศสดชื่นช่วยให้หัวใจเบาขึ้น เธอเริ่มทำงานออกแบบกราฟิกฟรีแลนซ์อีกครั้ง สีสันในงานของเธอกลับมาสดใสเหมือนเดิม เธอเก็บนาฬิกา Retro Pop One ไว้ในกล่องเล็กๆ ลึกสุดลิ้นชัก ไม่กล้ามองมันอีก
ชีวิตดูเหมือนจะเข้าที่เข้าทาง หกเดือนผ่านไป นานามีรอยยิ้มที่แท้จริงบนใบหน้า เธอมีเพื่อนใหม่คนหนึ่ง ชื่อมิว นักเขียนนิยายเหมือนกัน ทั้งคู่ชอบนั่งคุยกันในร้านกาแฟย่านบางลำพู มิวนิสัยร่าเริง ชอบเล่าเรื่องแปลกๆ ให้ฟัง “เคยได้ยินเรื่องนาฬิกาที่ทำให้คนหลงตัวเองไหม” มิวถามพร้อมหัวเราะ นานาชะงักนิดหน่อย แต่ยิ้มตอบ “เคยสิ แต่สุดท้ายมันก็แค่เรื่องแต่ง”
คืนหนึ่ง หลังจากกลับจากเจอมิว นานานั่งหน้าคอมพิวเตอร์ตามนิสัยเก่า เธอเปิดไฟล์นิยายที่ค้างไว้เมื่อหลายเดือนก่อน เรื่องเกี่ยวกับนักสืบหญิงที่ตามล่าฆาตกรสะสมนาฬิกา เธออ่านไปเรื่อยๆ แล้วรู้สึกขนลุก เพราะเนื้อเรื่องคล้ายกับสิ่งที่เธอเคย “เจอ” มากเกินไป เธอพิมพ์ต่อโดยไม่รู้ตัว บทใหม่ไหลออกมาอย่างลื่นไหล ผู้หญิงในนิยายเริ่มสงสัยตัวเอง เริ่มสงสัยว่าฆาตกรอาจไม่มีอยู่จริง เริ่มสงสัยว่าทุกอย่างอาจเป็นภาพลวงตของจิตใจ เธอเขียนจนดึก นิยายจบลงด้วยผู้หญิงที่นั่งยิ้มหน้ากระจก ยอมรับความจริง และพร้อมเริ่มต้นใหม่
นานาปิดคอมพิวเตอร์ ถอนหายใจยาว เธอรู้สึกโล่งอกอย่างประหลาด เธอตีพิมพ์นิยายเรื่องนั้นในชื่อ “เวลาที่หายไป” ภายใต้นามปากกาใหม่ หนังสือขายดีอย่างรวดเร็ว ผู้อ่านหลายคนส่งข้อความมาบอกว่าอ่านแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเคยผ่านเหตุการณ์แบบนั้น นานายิ้มทุกครั้งที่อ่าน เธอรู้ว่ามันคือการเยียวยา การถ่ายทอดความเจ็บปวดออกมาเป็นตัวหนังสือ ทำให้มันไม่สามารถทำร้ายเธอได้อีก
ปีหนึ่งผ่านไป นานายืนอยู่ในงานเปิดตัวหนังสือของตัวเอง ผู้คนยิ้มให้เธอ ชมว่าเรื่องราวชวนขนลุกแต่ลึกซึ้ง เธอขอบคุณทุกคนอย่างจริงใจ ชีวิตตอนนี้สมบูรณ์แบบ มีงานที่รัก มีเพื่อน มีความสงบในใจ เธอไม่ใส่นาฬิกาใดๆ อีกเลย ข้อมือว่างเปล่าแต่รู้สึกเบา
วันหนึ่ง ขณะเดินกลับจากงาน เธอผ่านร้านขายนาฬิกามือสองร้านเล็กๆ ที่เคยเห็นบ่อยๆ เธอหยุดมองโดยไม่รู้ตัว ในตู้กระจก มีนาฬิกาเรือนหนึ่งวางเด่นอยู่ Adidas AOST22540 Retro Pop One หน้าปัดดิจิทัลสีสันสดใส สายผ้านุ่มนวล ดูใหม่เอี่ยมเหมือนเพิ่งออกจากกล่อง เธอใจเต้นแรงนิดหน่อย แต่แล้วก็ยิ้มให้ตัวเอง เธอเดินผ่านไปโดยไม่หันกลับ
คืนนั้น นานานั่งอยู่ในห้อง เปิดลิ้นชักเพื่อหาของอย่างอื่น เธอเห็นกล่องเล็กๆ ที่เก็บนาฬิกาเรือนเก่า เธอหยิบมันออกมา เปิดดู ภายในว่างเปล่า ไม่มีนาฬิกาเหลืออยู่แม้แต่ชิ้นส่วน เธอขมวดคิ้ว ความทรงจำพร่าเลือน เธอจำได้ว่าเคยทุบมันทิ้ง แต่… หรือเธอแค่คิดไปเอง
เสียงเคาะประตูดังขึ้น นานาเดินไปเปิด เป็นพัสดุส่งถึงชื่อเธอ กล่องสีดำเรียบหรู มีโลโก้ Adidas เธอแกะออกด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย ข้างในคือนาฬิกา Retro Pop One เรือนใหม่ พร้อมใบรับประกัน และโน้ตแผ่นเล็กเขียนด้วยลายมือที่คุ้นเคยจนน่ากลัว “ถึงตัวฉันในอนาคต ขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้จบสวยงาม แต่เวลาของเราไม่เคยหยุดจริงๆ นะ — จากตัวฉันในอดีต”
นานานั่งลงช้าๆ มองนาฬิกาเรือนนั้น หน้าปัดกระพริบเบาๆ ตัวเลขขึ้น 00:00 เธอไม่ได้ตกใจ ไม่ได้กลัว เธอแค่ยกมันขึ้น ใส่ลงบนข้อมืออย่างช้าๆ สายผ้าซับผิวคุ้นเคย ตัวเลขเปลี่ยนเป็นเวลาจริง เธอเปิดคอมพิวเตอร์ เปิดไฟล์ใหม่ แล้วเริ่มพิมพ์
ชื่อเรื่อง: “เวลาที่หายไป”
ประโยคแรก: “ในกรุงเทพฯ ที่ฝนตกพรำไม่ขาดสาย หญิงสาวคนหนึ่งชื่อนานานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในห้องแถวเก่าแก่ย่านบางลำพู…”
เธอยิ้มให้ตัวเองในกระจก หน้าปัดสะท้อนแสงสีแดงสด ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่ เช่นเดียวกับที่เคยเป็นมา และจะเป็นไปอีกไม่รู้กี่ครั้ง
เพราะบางครั้ง ความจริงที่สมบูรณ์แบบที่สุด คือการยอมรับว่าบางสิ่งไม่มีวันจบจริงๆ
ตัวละครหลักในนิยาย “Retro Pop One: เวลาที่หายไป”
นานา (หรือแพร ในช่วงที่เปลี่ยนชื่อ) (เพศหญิง)
วัย 20 ปลายๆ นักออกแบบกราฟิกและนักเขียนนิยายอิสระ เก็บตัว เหงา ชอบสไตล์เรโทรและสีสันสดใส มีความเปราะบางทางจิตใจสูง สับสนระหว่างความจริงกับภาพลวงตา ฉลาดแต่ขาดความมั่นใจในตัวตน ชอบขุดคุ้ยความลับและสืบสวนด้วยตัวเอง จนบางครั้งกลายเป็นการทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว มีด้านที่สร้างสรรค์และเยียวยาตัวเองผ่านการเขียน
ต้น (เพศชาย)
นักสะสมนาฬิกาเรโทร อดีตแฟนของนานา (ในความทรงจำที่บิดเบี้ยว) ดูน่ากลัวและลึกลับในสายตาตัวเอก แต่จริงๆ แล้วเป็นตัวละครที่เกิดจากจินตนาการของเธอ ไม่ได้มีตัวตนจริงในเหตุการณ์หลัก มีด้านหมกมุ่นที่สะท้อนความกลัวของนานาเอง
มิว (เพศหญิง)
เพื่อนใหม่ของนานา นักเขียนนิยายเหมือนกัน ร่าเริง พูดเก่ง ชอบเล่าเรื่องแปลกๆ เป็นตัวละครที่ช่วยนำพาความสดใสและความปกติเข้ามาในชีวิตนานาหลังการรักษา ทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนความหวังและการเริ่มต้นใหม่
จิตแพทย์ ไม่ระบุชื่อชัดเจน เพศ: ชาย
ใจเย็น เข้าใจผู้ป่วยดี มีความเป็นมืออาชีพสูง เป็นคนที่คอยนำทางนานาให้เผชิญหน้ากับความจริง เป็นตัวละครที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยและมั่นคงในโลกที่สับสนของเธอ
ตัวละครรองอื่นๆ
ผู้หญิงเสื้อเหลือง: ภาพลวงตาที่เกิดจากจิตใต้สำนึกของนานา ไม่มีตัวตนจริง เป็นสัญลักษณ์ของความกลัวและความทรงจำที่หายไป
เพื่อนเก่าของนานา: ปรากฏสั้นๆ ผ่านการติดต่อ เป็นคนที่แสดงความห่วงใยและช่วยยืนยันอดีต
บทสรุปของนิยาย
นานา (หรือแพร) ค่อยๆ เผชิญหน้ากับความจริงว่าทุกเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เธอเจอ การสืบสวน การเห็นภาพลวงตา ความสงสัยในตัวต้น ล้วนเกิดจากอาการป่วยทางจิตของตัวเธอเอง เธอเคยหลุดจำตัวตนเมื่อสามปีก่อน หนีจากชีวิตเดิมและสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมา นาฬิกา Adidas Retro Pop One เป็นเพียงตัวกระตุ้นที่ดึงความทรงจำเก่ากลับมา เธอเข้ารับการรักษา กลับมาใช้ชีวิตปกติ เขียนนิยายจากประสบการณ์จริงจนประสบความสำเร็จ และดูเหมือนจะเยียวยาตัวเองได้สมบูรณ์
แต่ตอนจบเผยให้เห็นวงจรที่ไม่มีวันจบจริงๆ เมื่อนาฬิกาเรือนใหม่กลับมาหาเธอพร้อมโน้ตจาก “ตัวเธอในอดีต” เธอใส่นาฬิกาเรือนนั้นอีกครั้ง เปิดไฟล์ใหม่ และเริ่มเขียนนิยายเรื่องเดิมซ้ำ เรื่องราวของหญิงสาวที่ซื้อนาฬิกาเรโทรและพบว่าตัวเองกำลังวนลูปของความทรงจำที่แตกสลาย นิยายจบลงด้วยการที่เธอยอมรับวงจรนี้อย่างสงบ และเริ่มต้นใหม่เช่นเคย สื่อถึงว่า บางความจริงที่สมบูรณ์แบบที่สุด คือการยอมรับว่าบางสิ่งในจิตใจไม่มีวันหลุดพ้นอย่างแท้จริง
Adidas Retro Pop One AOST22540 นาฬิกาเรโทรป๊อปที่ใส่แล้ว mood ดีทั้งวัน
Adidas AOST22540 Retro Pop One นาฬิกาเรโทรป๊อปที่ใส่แล้วยิ้มตาม
นาฬิกาข้อมือที่พากลับไปยุค 80-90 ด้วยหน้าปัดดิจิทัลสีสันจัดจ้าน แต่ยังดูทันสมัยและใส่สบายในทุกวันนี้ Adidas AOST22540 Retro Pop One คือเรือนนั้นเลย มาจากคอลเลกชันที่ Adidas หยิบความสนุกแบบป๊อปอาร์ตมาผสมกับสไตล์สปอร์ตแฟชั่นที่แบรนด์ถนัด ตัวเล็กกระทัดรัด สายผ้านุ่มๆ ใส่แล้วไม่หนักข้อมือ เหมาะมากสำหรับคนที่เบื่อนาฬิกาหน้าตาจริงจัง อยากได้อะไรที่ใส่แล้ว mood ดี มีสีสัน ให้ลุคดูสดใสขึ้นทันที ไม่ว่าจะแต่งตัวทำงานหรือวันชิลๆ เรือนนี้พร้อมเป็นไอเท็มเด่นที่ทำให้คนมองแล้วต้องถาม “ซื้อที่ไหน” แน่นอน
สเปก Adidas AOST22540 Retro Pop One
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
|---|---|
| แบรนด์ | Adidas |
| รุ่น | AOST22540 Retro Pop One |
| ประเภท | นาฬิกาข้อมือผู้หญิง |
| หน้าปัด | ดิจิทัล, วัสดุ Acrylic |
| ขนาดหน้าปัด | 31 มิลลิเมตร |
| ตัวเรือน | Synthetic (สังเคราะห์) |
| สายนาฬิกา | Fabric (ผ้า) |
| ระบบเครื่อง | Quartz (ควอตซ์) |
| ระดับการกันน้ำ | 30 เมตร (ทนน้ำกระเซ็น ล้างมือ ฝนตกเบาๆ) |
| สไตล์ | นาฬิกาแฟชั่น, นาฬิกาทำงาน |
| ความแท้ | ของแท้ 100% |
| อุปกรณ์ในกล่อง | พร้อมกล่องเดิม |
| ผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ | บริษัท ทีดีซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด |
